CFO Sarah Friar ระบุว่าความต้องการพลังประมวลผล AI เพิ่มขึ้นแบบ “กำแพงแนวตั้ง” ทำให้ OpenAI ต้องตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรคอมพิวต์อย่างเข้มงวด [18][12] แม้บริษัทเพิ่งระดมทุนรอบมหึมา $122 พันล้าน แต่ยังเปิดโอกาสสำหรับการหาเงินเพิ่ม เพราะการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และคลัสเตอร์ GPU ต้องใช้เงินมหาศาล [2][19] แผนลงทุนโครงสร้างพื...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is OpenAI responding to surging demand and a 2026 compute crunch, why might it raise more capital despite its recent $122 billion fundra. Article summary: OpenAI appears to be treating compute as its main bottleneck: it is prioritizing infrastructure, weighing capacity trade-offs, and keeping capital-raising options open even after a $122 billion round [2][5]. Sarah Friar’. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "OpenAI has closed a deal to raise $122 billion at an $852 billion valuation, its largest funding round to date as the company is expected to" source context "OpenAI, not yet public, raises $3B from retail investors in monster $122B fund raise | TechCrunch" Reference image 2: visual subject "OpenAI disclosed a $12
ความต้องการใช้ปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลกกำลังเติบโตเร็วกว่าความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับมัน และสำหรับ OpenAI ช่องว่างนี้กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของบริษัทในปี 2026
Sarah Friar ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (CFO) ของ OpenAI ระบุว่าปัญหาหลักของบริษัทตอนนี้ไม่ใช่การหาผู้ใช้หรือความต้องการของตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์อย่าง ChatGPT แต่คือ “พลังประมวลผล” ที่จำเป็นต่อการฝึกและรันโมเดล AI ขนาดใหญ่ แม้ OpenAI จะเพิ่งระดมทุนมหาศาลถึง 122 พันล้านดอลลาร์ บริษัทก็ยังคงพิจารณาหาเงินเพิ่มเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับการเติบโตที่รวดเร็ว
Friar อธิบายว่าความต้องการใช้คอมพิวต์สำหรับงาน AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนดูเหมือน “กำแพงแนวตั้ง” มากกว่าการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป
การพัฒนาและใช้งานโมเดล AI ขั้นสูงต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล เช่น
เนื่องจากทรัพยากรเหล่านี้มีจำกัด บริษัทจึงต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากว่าจะใช้คอมพิวต์กับโปรเจกต์ใดก่อน Friar ระบุว่า OpenAI กำลังต้องทำ “การแลกเปลี่ยนที่ยากมาก” และบางโครงการถูกเลื่อนหรือไม่เดินหน้าต่อ เพราะกำลังประมวลผลไม่พอ
นั่นหมายความว่าการเติบโตของ OpenAI ในตอนนี้ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างพื้นฐาน มากกว่าความต้องการของตลาด
แม้การระดมทุนล่าสุดที่มูลค่า 122 พันล้านดอลลาร์จะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการระดมทุนเอกชนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา Friar ระบุว่าเงินทุนดังกล่าวให้ “ความยืดหยุ่นในการตัดสินใจจำนวนมาก” แต่ก็อาจยังไม่พอสำหรับแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานที่บริษัทกำลังพิจารณา
การแข่งขันด้าน AI ในปัจจุบันกลายเป็นการแข่งขันที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี
การสร้างระบบรองรับ AI ต้องลงทุนในหลายด้านพร้อมกัน เช่น
ด้วยเหตุนี้ OpenAI จึงยังเปิดทางสำหรับการระดมทุนเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทจะมีคอมพิวต์เพียงพอในการแข่งขันพัฒนาโมเดล AI ระดับแนวหน้า
รายงานบางฉบับระบุว่า OpenAI อาจกำลังพิจารณาแผนลงทุนในเซิร์ฟเวอร์ AI และดาต้าเซ็นเตอร์รวมมูลค่าประมาณ 600 พันล้านดอลลาร์ในช่วงหลายปีข้างหน้า
การลงทุนระดับนี้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง
Friar เตือนว่าหากรายได้ไม่เติบโตทันกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แรงกดดันทางการเงินก็อาจเพิ่มขึ้นอย่างมาก
การขาดแคลนคอมพิวต์เองก็สะท้อนถึงการเติบโตของการใช้งาน AI
แทนที่ OpenAI จะต้องดิ้นรนหาผู้ใช้ บริษัทกลับเผชิญสถานการณ์ตรงกันข้าม คือมีความต้องการใช้งานมากกว่ากำลังประมวลผลที่มีอยู่
OpenAI จึงต้องจัดสรรทรัพยากรระหว่างภารกิจสำคัญหลายอย่าง เช่น
ทุกโครงการต้องแข่งขันกันเพื่อใช้คอมพิวต์ชุดเดียวกัน
ประเด็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานยังส่งผลต่อการตัดสินใจว่าจะนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นเมื่อใด
รายงานระบุว่า Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI สนับสนุนแนวคิดการ IPO เร็วสุดในช่วงปลายปี 2026 แต่ Friar แสดงความกังวลว่าบริษัทอาจยังไม่พร้อมสำหรับตลาดทุนสาธารณะ
ข้อกังวลหลัก ได้แก่
ด้วยเหตุนี้ OpenAI อาจเลือกเดินหน้าระดมทุนแบบเอกชนต่อไปก่อน ขณะที่เร่งสร้างศูนย์ข้อมูลและเสริมกำลังคอมพิวต์
คำพูดของ Friar สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม AI การแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับอัลกอริทึมอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครมีโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวต์มากกว่า
องค์กรที่มีคลัสเตอร์ GPU และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่กว่า สามารถฝึกโมเดลที่ใหญ่กว่า ปรับปรุงได้เร็วกว่า และให้บริการผู้ใช้จำนวนมากกว่า
กลยุทธ์ของ OpenAI จึงชัดเจน: สร้างและควบคุมคอมพิวต์ให้มากที่สุด ระดมทุนเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน และพิจารณา IPO เมื่อบริษัทมีรายได้และระบบองค์กรที่มั่นคงพอ
อย่างน้อยในตอนนี้ ปัญหาใหญ่ของ OpenAI ไม่ใช่การหาผู้ใช้ แต่คือการสร้างเครื่องจักรและศูนย์ข้อมูลให้เพียงพอสำหรับพวกเขา
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
CFO Sarah Friar ระบุว่าความต้องการพลังประมวลผล AI เพิ่มขึ้นแบบ “กำแพงแนวตั้ง” ทำให้ OpenAI ต้องตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรคอมพิวต์อย่างเข้มงวด [18][12]
CFO Sarah Friar ระบุว่าความต้องการพลังประมวลผล AI เพิ่มขึ้นแบบ “กำแพงแนวตั้ง” ทำให้ OpenAI ต้องตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรคอมพิวต์อย่างเข้มงวด [18][12] แม้บริษัทเพิ่งระดมทุนรอบมหึมา $122 พันล้าน แต่ยังเปิดโอกาสสำหรับการหาเงินเพิ่ม เพราะการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และคลัสเตอร์ GPU ต้องใช้เงินมหาศาล [2][19]
แผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจแตะระดับประมาณ $600 พันล้าน และประเด็นนี้กำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการถกเถียงเรื่องเวลาที่เหมาะสมสำหรับการ IPO [8][13]