Microsoft กำลังปรับ Copilot จากผู้ช่วยแชตให้เป็นพื้นที่ทำงานที่รองรับทั้งงานประจำวัน การสร้างโซลูชัน และการมอบหมายงานให้ AI ทำต่อเนื่อง รูปแบบค่าบริการก็แบ่งตามลักษณะงานด้วย: ค่าสมัครสมาชิกต่อผู้ใช้ครอบคลุมการใช้งานทั่วไป ส่วนความสามารถขั้นสูงบางอย่างจะคิดตามการใช้งานผ่าน Copilot Credits
ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 ไลเซนส์ Microsoft 365 Copilot Business ใหม่ที่ซื้อผ่านโครงการ Cloud Solution Provider (CSP) ของ Microsoft จะตั้งค่าการคิดเงินตามการใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับบริการที่เข้าเงื่อนไข แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกการโต้ตอบกับ Copilot จะถูกคิดเงินแยก
1
7
Home, Code และ Autopilot ทำอะไรได้บ้าง
Home เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่รวม Chat และ Cowork ไว้ด้วยกัน และ Microsoft กำลังผสาน Word, Excel และ PowerPoint เข้ากับ Copilot เพื่อให้ทำงานกับแอปเหล่านี้ได้ในประสบการณ์เดียว
43
Code ออกแบบมาให้ผู้ใช้สร้างและเรียกใช้โซลูชันของตนเองได้อย่างปลอดภัย โดย Microsoft ระบุว่าใช้เทคโนโลยีเบื้องหลังเดียวกับ GitHub Copilot ส่วน Autopilot เป็นเอเจนต์ที่ทำงานต่อเนื่องและเชิงรุกได้ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้อยู่หน้าจอ
40
43
ทั้งสามอย่างไม่ใช่แพ็กเกจค่าบริการแบบเดียวกันทั้งหมด ประเด็นสำคัญคือแยกการใช้งานทั่วไปที่รวมอยู่ในค่าสมัครสมาชิก ออกจากงานขั้นสูงหรืองานแบบเอเจนต์ที่อาจมีค่าใช้จ่ายตามปริมาณการใช้
เริ่มจากการเปิดให้ทดลองก่อน
Microsoft ระบุว่าจะทยอยเปิด Home และ Code ผ่านโปรแกรม Frontier ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ถัดไป ส่วน Autopilot จะขยายสู่การทดสอบแบบ Private Preview ในช่วงปลายเดือนกันยายน แผนการทยอยเปิดใช้และการทดสอบนี้ยังไม่ใช่การยืนยันว่าฟีเจอร์ทั้งหมดพร้อมให้ลูกค้าทั่วไปใช้งานแล้ว
43
การคิดเงินแบบใหม่มีผลกับใคร
Microsoft อธิบายรูปแบบค่าบริการว่าเป็นการผสมระหว่างค่าสมัครสมาชิกต่อผู้ใช้ที่คาดการณ์ได้ กับการคิดเงินตามการใช้งาน การใช้ Copilot ทั่วไป เช่น Chat และ Copilot ในแอป Microsoft 365 ยังคงอยู่ในค่าสมัครสมาชิก ส่วน Cowork, Code, Autopilot และโมเดลขั้นสูงหรือประสบการณ์เอเจนต์บางประเภทจะอยู่ในกลุ่มที่คิดตามการใช้งาน โดยใช้ Copilot Credits สำหรับการใช้บริการที่เข้าเงื่อนไข
1
7
15
การเปลี่ยนแปลงวันที่ 2 พฤศจิกายนเจาะจงกับ ไลเซนส์ Microsoft 365 Copilot Business ใหม่ที่ซื้อผ่าน CSP ซึ่งเป็นช่องทางผู้ให้บริการโซลูชันระบบคลาวด์ของ Microsoft สำหรับธุรกิจ Microsoft ระบุว่า Copilot Business มุ่งเป้าไปที่องค์กรที่มีไลเซนส์ได้สูงสุด 300 ที่นั่ง ราคา 30 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือนที่มีการรายงานสำหรับ Microsoft 365 Copilot จึงไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นราคาของ Copilot Business เพราะเป็นข้อเสนอคนละรายการ และประกาศวันที่ 2 พฤศจิกายนไม่ได้ระบุราคา Copilot Business ไว้
6
7
34
Copilot Credits จะถูกรวมเป็นยอดระดับ tenant หรือบัญชีองค์กร โดยต้นทุนรวมขึ้นกับเครดิตที่ใช้ในประสบการณ์ต่าง ๆ ที่รองรับ ดังนั้นองค์กรควรติดตามว่าฟีเจอร์และงานประเภทใดใช้เครดิต แทนที่จะคิดว่าการใช้งาน Copilot ของพนักงานทุกคนรวมอยู่ในราคาต่อไลเซนส์แล้ว
52
เลือกโมเดลและควบคุมค่าใช้จ่าย
สำหรับคำขอทั่วไป Microsoft อธิบายตัวเลือกให้ระบบเลือกโมเดลอัตโนมัติ โดยพิจารณาความแม่นยำ ความเร็ว และต้นทุน บริษัทวางการคิดเงินตามการใช้งานเป็นช่องทางสำหรับเข้าถึงความสามารถขั้นสูงและตัวเลือกโมเดลเพิ่มเติม ขณะที่โครงการ FinOps for AI มีเป้าหมายช่วยองค์กรกำกับค่าใช้จ่ายและเชื่อมโยงงบที่ใช้กับผลลัพธ์ทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ประกาศที่มีอยู่ไม่ได้แจกแจงการควบคุมทุกแบบหรือค่าใช้จ่ายของงานแต่ละประเภท องค์กรจึงควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนเปิดใช้ในวงกว้าง
1
7
ข้อมูลจากผู้ให้บริการรายหนึ่งเป็นเพียงตัวอย่างเฉพาะกรณี: CRN รายงานว่าลูกค้าส่วนใหญ่ของพาร์ตเนอร์รายนี้ยังใช้ทรัพยากรประมวลผลอยู่ในส่วนที่รวมมากับไลเซนส์ ขณะเดียวกันพาร์ตเนอร์ก็เริ่มเปิดใช้บริการแบบจ่ายตามการใช้งานมากขึ้น นี่เป็นข้อสังเกตจากผู้ให้บริการรายเดียว ไม่ใช่ภาพรวมพฤติกรรมลูกค้าทั้งตลาด
2
ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันตัวเลขคาดการณ์รายได้จากนักวิเคราะห์ หรือแผนประกาศเฉพาะสำหรับงาน Ignite ประเด็นที่เห็นชัดในระยะใกล้คือ Copilot จะมีพื้นที่ทำงานและเอเจนต์ที่ทำงานได้มากขึ้น ขณะที่งานขั้นสูงบางประเภทจะมีค่าใช้จ่ายตามการใช้งานที่องค์กรต้องติดตามแยกต่างหาก