การส่งออกน้ำมันของอิหร่านยังไม่หยุดสนิท แต่ลดลงราว 80% จากประมาณ 1–1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือเพียงราว 240,000–285,000 บาร์เรลต่อวันหลังมาตรการปิดล้อมเข้มงวดขึ้น เรือบรรทุกน้ำมันบางลำปิดระบบติดตาม ขณะที่น้ำมันดิบจำนวนมากถูกเก็บไว้บนเรือกลางทะเลเป็น “คลังลอยน้ำ” เพื่อรอจังหวะส่งออก IEA ระบุว่าสต็อกน้ำมันโลกลดลงราว 4...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Iran reportedly still exporting oil during the ongoing US naval blockade in the Strait of Hormuz, how do different estimates (such as. Article summary: Iran appears to have kept some oil moving by relying on a reduced, harder-to-track tanker flow even as the blockade tightened: earlier in the conflict Reuters-reviewed tracking data showed near-normal flows through Hormu. Topic tags: general, general web, user generated, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Even with the naval blockade in place, Iranian authorities have managed to maintain a limited flow of exports by transporting oil from inland" source context "Israel Estimates US Blockade of Strait of Hormuz to Slash Iran Oil Exports by 80% | Algemeiner.com" Reference image 2: visual subject "Even wit
แม้จะมีการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐที่มุ่งจำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ แต่การส่งออกไม่ได้หยุดลงทั้งหมด ข้อมูลจากบริษัทติดตามเรือบรรทุกน้ำมันและหน่วยงานด้านพลังงานชี้ว่า น้ำมันอิหร่านยังคงไหลสู่ตลาดโลกในปริมาณจำกัดผ่านวิธีการที่ติดตามได้ยาก เช่น การเคลื่อนย้ายเรือเป็นบางช่วง การปิดระบบติดตามเรือ และการเก็บน้ำมันไว้บนเรือกลางทะเล
ภาพรวมจึงไม่ใช่การหยุดส่งออกโดยสิ้นเชิง แต่เป็นการ ลดลงอย่างรุนแรงของปริมาณส่งออก ซึ่งในเวลาเดียวกันก็สร้างแรงกระแทกต่ออุปทานน้ำมันโลกอย่างรวดเร็ว
ในช่วงต้นของความขัดแย้ง การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไปในระดับใกล้เคียงปกติ แม้ว่าการส่งออกจากผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นในอ่าวเปอร์เซียจะได้รับผลกระทบหนักก็ตาม
การวิเคราะห์ข้อมูลการติดตามเรือบรรทุกน้ำมันโดย Reuters ระบุว่า อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 13.7 ล้านบาร์เรลตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
มีหลายปัจจัยที่ช่วยให้การส่งออกบางส่วนยังดำเนินต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ภายในช่วงปลายเดือนเมษายน การเคลื่อนที่ของเรือบรรทุกลดลงอย่างมาก บริษัทวิเคราะห์การเดินเรือ Vortexa รายงานว่า ระหว่างวันที่ 13–25 เมษายน มีเพียงไม่กี่ลำที่ขนส่งน้ำมันดิบอิหร่านออกจากอ่าวโอมาน ซึ่ง ลดลงมากกว่า 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในเดือนมีนาคม
การประเมินการส่งออกของอิหร่านแตกต่างกันไปตามวิธีการติดตามเรือและข้อมูลที่ใช้ แต่แนวโน้มโดยรวมสอดคล้องกัน คือการส่งออกลดลงอย่างมากหลังการปิดล้อมเข้มงวดขึ้น
ก่อนการปิดล้อมเข้มงวด
การประเมินโดยบริษัทติดตามเรือระบุว่า การส่งออกของอิหร่านอยู่ที่ประมาณ 1.1–1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเฉลี่ยในช่วงก่อนหน้า
หลังมาตรการเข้มงวดกลางเดือนเมษายน
แม้ตัวเลขจะต่างกันเล็กน้อย แต่ทั้งสองแหล่งข้อมูลชี้ตรงกันว่า การส่งออกลดลงมากกว่า 80% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
แม้การส่งออกของอิหร่านจะยังมีอยู่ในระดับต่ำ ผลกระทบต่อระบบพลังงานโลกกลับรุนแรงกว่ามาก เนื่องจากการผลิตในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียถูกกระทบเป็นวงกว้าง
IEA รายงานว่า
การลดลงอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนว่า ตลาดกำลังต้องพึ่งพาน้ำมันจากคลังสำรองเพื่อชดเชยอุปทานที่หายไป
IEA ระบุว่า ความปั่นป่วนในตะวันออกกลางได้ทำให้น้ำมันจำนวนมหาศาลหายไปจากตลาด
ตัวเลขสำคัญ ได้แก่
ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงหนึ่งในวิกฤตอุปทานน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบัน
นักวิเคราะห์ด้านพลังงานเตือนว่า หากการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอาจรุนแรงขึ้น
ราคาน้ำมัน: ธนาคารการลงทุนหลายแห่งประเมินว่า ราคาน้ำมัน Brent อาจพุ่งไปถึง 130–150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในกรณีเลวร้ายที่สุด หากการขนส่งผ่านช่องแคบยังถูกจำกัด
สต็อกน้ำมัน: เมื่อคลังสำรองทั่วโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว การหยุดชะงักที่ยาวนานอาจทำให้ระดับสต็อกลดลงจนใกล้จุดวิกฤต โดยเฉพาะเชื้อเพลิงสำเร็จรูป
ตลาดการเงิน: ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังทำให้ตลาดการเงินผันผวน ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และนักลงทุนเริ่มลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
แม้จะมีการปิดล้อมทางเรือและข้อจำกัดด้านการขนส่งอย่างเข้มงวด อิหร่านยังสามารถส่งออกน้ำมันบางส่วนได้ผ่านการเคลื่อนย้ายเรือแบบจำกัด วิธีการขนส่งที่ติดตามได้ยาก และการใช้คลังเก็บน้ำมันลอยน้ำ
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ตลาดโลกได้ลดลงอย่างมาก จากมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวันเหลือเพียงไม่กี่แสนบาร์เรล
ผลกระทบที่ใหญ่กว่านั้นอาจไม่ใช่เพียงการส่งออกของอิหร่าน แต่คือความปั่นป่วนต่อการผลิตน้ำมันทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย เมื่อการผลิตหลายล้านบาร์เรลต่อวันถูกหยุดชะงักและสต็อกโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ตลาดพลังงานจึงเปราะบางมากขึ้นต่อทุกความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
การส่งออกน้ำมันของอิหร่านยังไม่หยุดสนิท แต่ลดลงราว 80% จากประมาณ 1–1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือเพียงราว 240,000–285,000 บาร์เรลต่อวันหลังมาตรการปิดล้อมเข้มงวดขึ้น
การส่งออกน้ำมันของอิหร่านยังไม่หยุดสนิท แต่ลดลงราว 80% จากประมาณ 1–1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือเพียงราว 240,000–285,000 บาร์เรลต่อวันหลังมาตรการปิดล้อมเข้มงวดขึ้น เรือบรรทุกน้ำมันบางลำปิดระบบติดตาม ขณะที่น้ำมันดิบจำนวนมากถูกเก็บไว้บนเรือกลางทะเลเป็น “คลังลอยน้ำ” เพื่อรอจังหวะส่งออก
IEA ระบุว่าสต็อกน้ำมันโลกลดลงราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม–เมษายน ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้