ผลลัพธ์เริ่มปรากฏในสุดสัปดาห์ของ Miami GP โดยการอัปเดตมุ่งเน้นที่การลดแรงสั่นสะเทือนและเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบ มากกว่าการเพิ่มความเร็วรอบสนามทันที
เสียงตอบรับจากสนามถือว่าเป็นสัญญาณบวก เช่น
ที่สำคัญคือ เมื่อปัญหาใหญ่ถูกควบคุมได้ วิศวกรของ Honda จึงสามารถหันไปโฟกัส การพัฒนาสมรรถนะจริง แทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ถึงแม้ความคืบหน้าจะชัดเจน การอัปเดตที่ไมอามียังไม่ได้ทำให้ Aston Martin กลายเป็นทีมกลางตารางที่แข่งขันได้ทันที
รายงานหลายแห่งระบุว่า การอัปเดตนี้เป็นเพียง มาตรการหยุดวิกฤต (containment step) เพื่อแก้ปัญหาความทนทานก่อน
ข้อจำกัดที่ยังคงอยู่ ได้แก่
พูดง่าย ๆ คือ Miami ทำให้รถ “เสถียรขึ้น” แต่ยังไม่เร็วขึ้นมากพอ
Honda ระบุว่า Canadian Grand Prix เป็น “เป้าหมายสำคัญ” สำหรับการประเมินความคืบหน้าของเครื่องยนต์กับ Aston Martin
สนาม Circuit Gilles Villeneuve ที่เมืองมอนทรีออลยาว 4.361 กม. ตั้งอยู่บนเกาะ Île Notre‑Dame และเป็นสนามกึ่งถาวรที่ใช้ถนนในสวนสาธารณะ
ลักษณะสนามประกอบด้วย
ถ้าระบบพลังงานยังมีปัญหาเรื่องการจ่ายกำลังหรือการใช้พลังงานไฟฟ้า สนามนี้จะเปิดเผยจุดอ่อนอย่างรวดเร็ว
เมื่อปัญหาแรงสั่นสะเทือนถูกควบคุมได้แล้ว การพัฒนาต่อไปของ Honda จึงมุ่งไปที่สองเรื่องสำคัญ
Driveability – การส่งกำลังของเครื่องยนต์ต้องนุ่มนวลและควบคุมง่าย โดยเฉพาะตอนออกจากโค้งช้า
Energy management – ประสิทธิภาพของระบบไฮบริดในการเก็บและปล่อยพลังงานไฟฟ้าตลอดหนึ่งรอบสนาม
สองปัจจัยนี้สำคัญมากในมอนทรีออล เพราะรถต้องสลับระหว่างการเบรกหนักและการเร่งเต็มกำลังตลอดเวลา
การปรับปรุงด้านเหล่านี้อาจไม่ได้เพิ่มแรงม้าแบบก้าวกระโดด แต่สามารถทำให้ นักขับใช้สมรรถนะของรถได้เต็มที่มากขึ้น
ในระยะยาว Honda อาจได้รับประโยชน์จากกลไกด้านกฎระเบียบของ Formula 1 ที่เรียกว่า Additional Development and Upgrade Opportunities (ADUO)
กฎนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ผลิตเครื่องยนต์ที่ตามหลังมาตรฐานของกริด โดยให้สิทธิ์ในการพัฒนาเพิ่มเติม
หาก Honda เข้าเกณฑ์ ก็อาจสามารถ
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของการอัปเกรดที่จะเกิดขึ้นจริงยังไม่ชัดเจน
สิ่งที่ Miami แสดงให้เห็นคือ Aston Martin และ Honda สามารถ ควบคุมปัญหาแรงสั่นสะเทือนและทำให้เครื่องยนต์กลับมาทำงานได้เสถียรขึ้น
แต่ Canadian Grand Prix จะเป็นการทดสอบครั้งแรกว่า เครื่องยนต์ที่ “ซ่อมแล้ว” สามารถเปลี่ยนเป็น สมรรถนะการแข่งขันจริง ได้หรือไม่
ถ้า driveability และการใช้พลังงานดีขึ้นในมอนทรีออล นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าโปรเจกต์ Aston Martin–Honda เริ่มก้าวจากการแก้ปัญหาฉุกเฉิน ไปสู่การพัฒนาที่แข่งขันได้จริง
แต่ถ้ายังไม่เห็นความคืบหน้า การพลิกสถานการณ์อาจต้องรอการอัปเกรดใหญ่ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล
Comments
0 comments