Google ตั้งเป้าให้ดาต้าเซ็นเตอร์ สำนักงาน และ Cloud ของบริษัทใช้พลังงานปลอดคาร์บอนแบบ 24/7 ภายในปี 2030 โดยจับคู่การใช้ไฟฟ้ากับพลังงานสะอาดในทุกชั่วโมงและบนโครงข่ายไฟฟ้าเดียวกัน [1][2] แนวคิด “hourly carbon‑free matching” เข้มงวดกว่าการซื้อพลังงานหมุนเวียนแบบรายปี เพราะต้องมีไฟฟ้าสะอาดพร้อมใช้ในเวลาที่ใช้จริง ไม่ใช่...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Google maintaining its 24/7 carbon-free energy by 2030 goal despite AI-driven data center power demand rising sharply, what makes hou. Article summary: Google is keeping its 24/7 carbon-free energy goal by shifting from “annual matching” to electricity procurement and operations that aim to match every hour of Google’s demand with local carbon-free supply, even as AI ra. Topic tags: general, news, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Google: Our Data Centers Will be Carbon-Free, Round-the-Clock by 2030. Google will power its entire global information empire entirely with carbon-free energy by 2030, matching e" source context "Google: Our Data Centers Will be Carbon-Free, Round-the-Clock by 2030 | Data Center Frontier" Reference image 2: visual subjec
ปัญญาประดิษฐ์กำลังทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และ Google ก็เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขยายตัวของ AI
คำตอบของบริษัทคือเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่ทะเยอทะยานที่สุดอย่างหนึ่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี: ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ สำนักงาน และภูมิภาค Google Cloud ทั้งหมดทำงานด้วยพลังงานปลอดคาร์บอนตลอด 24 ชั่วโมง ภายในปี 2030
ต่างจากกลยุทธ์พลังงานหมุนเวียนแบบเดิม Google ต้องการให้ไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละช่วงเวลาถูกจับคู่กับพลังงานสะอาดบนโครงข่ายไฟฟ้าเดียวกัน ในชั่วโมงเดียวกับที่ใช้จริง ไม่ใช่แค่เฉลี่ยตลอดปีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือความต้องการพลังงานของ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โมเดล AI ขนาดใหญ่และคลัสเตอร์คลาวด์ต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาล ทั้งในการฝึกโมเดล (training) และการใช้งานจริง (inference)
รายงานด้านสิ่งแวดล้อมล่าสุดของบริษัทระบุว่า
Google ระบุว่าการลดลงนี้เกิดจากโครงการพลังงานสะอาดใหม่และสัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาวที่เริ่มจ่ายไฟเข้าสู่โครงข่ายที่ใช้กับศูนย์ข้อมูลของบริษัท
เป้าหมายปี 2030 ของ Google แตกต่างจากแนวทางพลังงานหมุนเวียนแบบเดิมที่บริษัทจำนวนมากใช้
หลายองค์กรอ้างว่าใช้พลังงานหมุนเวียน 100% เพราะซื้อไฟฟ้าหรือเครดิตพลังงานหมุนเวียนให้เท่ากับการใช้ไฟฟ้าทั้งปี
แต่ในความเป็นจริง ไฟฟ้าที่ใช้ในช่วงเวลาหนึ่งอาจยังมาจากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบกริด
กล่าวคือ พลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลมในบางช่วงเวลา สามารถถูกนำไปชดเชยไฟฟ้าที่ปล่อยคาร์บอนในช่วงเวลาอื่นได้
Google พยายามปิดช่องว่างนี้ด้วยเป้าหมาย 24/7 Carbon‑Free Energy (CFE)
บริษัทต้องการให้
เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ Google ต้องลงทุนในเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานหลากหลาย เช่น
แม้การใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ข้อมูลล่าสุดยังบ่งชี้ว่าการจัดหาพลังงานสะอาดของ Google กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2024 Google ลงนาม ข้อตกลงซื้อพลังงานสะอาดมากกว่า 170 โครงการ รวมกำลังการผลิตกว่า 22 กิกะวัตต์ทั่วโลก
รายงานสิ่งแวดล้อมของบริษัทระบุว่า มีโครงการพลังงานสะอาดมากกว่า 25 โครงการเริ่มเดินเครื่องในปี 2024 เพิ่มกำลังผลิตประมาณ 2.5 กิกะวัตต์ ให้กับโครงข่ายไฟฟ้าที่จ่ายให้ศูนย์ข้อมูลของ Google
โครงการเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอน แม้ความต้องการไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น
Google ยังทำสัญญา Power Purchase Agreement (PPA) ใหม่กับบริษัทพลังงานสะอาด Clearway ซึ่งคาดว่าจะจัดหา พลังงานปลอดคาร์บอนเกือบ 1.2 กิกะวัตต์ จากโครงการในรัฐมิสซูรี เท็กซัส และเวสต์เวอร์จิเนีย เพื่อสนับสนุนดาต้าเซ็นเตอร์บนกริดเหล่านั้น
Google ใช้ตัวชี้วัดที่เรียกว่า เปอร์เซ็นต์พลังงานปลอดคาร์บอน (Carbon‑Free Energy Percentage) เพื่อวัดความคืบหน้า
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีความคืบหน้า แต่ยังต้องเพิ่มอีกมากเพื่อไปถึง 100% ภายในปี 2030
การซื้อไฟฟ้าอย่างเดียวไม่เพียงพอ Google จึงปรับรูปแบบการทำงานของโครงสร้างพื้นฐานด้วย
หนึ่งในแนวทางคือ carbon‑aware computing ซึ่งสามารถย้ายงานประมวลผลบางอย่างไปยังสถานที่หรือช่วงเวลาที่มีไฟฟ้าสะอาดมากกว่า
อีกแนวทางคือการใช้ระบบ demand response ที่ทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์ลดหรือเลื่อนการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่กริดไฟฟ้าตึงตัวหรือมีการผลิตไฟจากฟอสซิลสูง
นอกจากนี้ Google ยังพยายามเพิ่มประสิทธิภาพ AI เอง โดยงานวิจัยของบริษัทระบุว่าเทคนิคบางอย่างสามารถ
กลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศของ Google ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดคาร์บอนของบริษัทเอง
ในเดือนพฤษภาคม 2026 Google DeepMind เปิดตัวโครงการเร่งการเติบโตในเอเชีย‑แปซิฟิกชื่อ “AI for the Planet”
โปรแกรมระยะเวลา 3 เดือนนี้สนับสนุน
ที่ใช้ AI ขั้นสูงเพื่อแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น
ผู้เข้าร่วมจะได้รับการให้คำปรึกษาและการสนับสนุนด้านเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญของ Google เพื่อช่วยนำโมเดล AI ขั้นสูงไปใช้ในโครงการจริง
แนวคิดสำคัญของ Google คือ AI ไม่ควรแค่ใช้พลังงานสะอาดเท่านั้น แต่ยังควรช่วยเร่งการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ด้วย
เป้าหมาย 24/7 carbon‑free energy ภายในปี 2030 ของ Google เป็นการยกระดับแนวคิดพลังงานหมุนเวียนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ จากการชดเชยพลังงานแบบรายปีไปสู่การจับคู่พลังงานสะอาด ทุกชั่วโมงและทุกภูมิภาคของกริดไฟฟ้า
แม้ความต้องการไฟฟ้าจาก AI จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่รายงานล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการปล่อยคาร์บอนของดาต้าเซ็นเตอร์ลดลงจากโครงการพลังงานสะอาดใหม่ สัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาว และการปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐาน
ยังไม่มีใครรับประกันได้ว่า Google จะไปถึงเป้าหมาย 100% ภายในปี 2030 หรือไม่ แต่กลยุทธ์นี้กำลังมีอิทธิพลต่อทั้งอุตสาหกรรมคลาวด์และผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องเตรียมรับยุค AI ซึ่งต้องการพลังงานมหาศาลในอนาคต
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Google ตั้งเป้าให้ดาต้าเซ็นเตอร์ สำนักงาน และ Cloud ของบริษัทใช้พลังงานปลอดคาร์บอนแบบ 24/7 ภายในปี 2030 โดยจับคู่การใช้ไฟฟ้ากับพลังงานสะอาดในทุกชั่วโมงและบนโครงข่ายไฟฟ้าเดียวกัน [1][2]
Google ตั้งเป้าให้ดาต้าเซ็นเตอร์ สำนักงาน และ Cloud ของบริษัทใช้พลังงานปลอดคาร์บอนแบบ 24/7 ภายในปี 2030 โดยจับคู่การใช้ไฟฟ้ากับพลังงานสะอาดในทุกชั่วโมงและบนโครงข่ายไฟฟ้าเดียวกัน [1][2] แนวคิด “hourly carbon‑free matching” เข้มงวดกว่าการซื้อพลังงานหมุนเวียนแบบรายปี เพราะต้องมีไฟฟ้าสะอาดพร้อมใช้ในเวลาที่ใช้จริง ไม่ใช่แค่เฉลี่ยทั้งปี [1][2]
แม้ความต้องการไฟฟ้าจาก AI จะเพิ่มขึ้น แต่รายงานล่าสุดชี้ว่าการปล่อยคาร์บอนจากดาต้าเซ็นเตอร์ของ Google ลดลงจากโครงการพลังงานสะอาดใหม่ สัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาว และการปรับปรุงประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน [3][39]