ยุโรปกำลังเข้าสู่ฤดูทำความร้อนปี 2026–27 ด้วยกันชนก๊าซที่บางกว่าปกติอย่างชัดเจน คลังสำรองไม่ใช่ทั้งระบบก๊าซทั้งหมด เพราะยุโรปยังมีศักยภาพสูงในการนำเข้าและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กลับเป็นก๊าซ แต่คลังเหล่านี้คือแหล่งสำรองที่ปรับใช้ได้รวดเร็วเมื่อความต้องการพุ่งในช่วงอากาศหนาว ดังนั้นเมื่อปริมาณสำรองต่ำลงและ LNG สะดุด ความมั่นคงด้านพลังงานจึงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการมาถึงของก๊าซนำเข้าที่ไม่ขาดตอนมากกว่าเดิม
54
58
ตัวเลข 68% สำคัญกว่าที่เห็น
ณ วันที่ 14 กันยายน คลังเก็บก๊าซของสหภาพยุโรป (EU) มีระดับเติมเต็มราว 68% หรือก๊าซประมาณ 772 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยห้าปีของวันเดียวกันมากกว่า 16 จุดเปอร์เซ็นต์ และต่ำกว่าเกณฑ์ 90% ที่ EU มักตั้งไว้ก่อนฤดูหนาว
4
52
ตัวเลข 90% ไม่ได้เป็นเส้นตายแบบผ่านหรือไม่ผ่านโดยตรง กรอบของ EU เปิดช่องให้คลาดเคลื่อนได้ 10 จุดเปอร์เซ็นต์ หมายความว่า 80% ก็อาจถือว่าปฏิบัติตามได้ และช่วงประเมินอยู่ระหว่าง 1 ตุลาคมถึง 1 ธันวาคม อย่างไรก็ตาม จุดตั้งต้นที่ต่ำกว่าย่อมหมายถึงเกราะป้องกันที่น้อยลง หากอุปสงค์หรือการนำเข้าไม่เป็นไปตามคาด
5
รายงานตลาดบางฉบับประเมินว่าระดับคลังในวันที่ 1 พฤศจิกายนอาจอยู่เพียง 69%–75% หากการเติมคลังเผชิญเงื่อนไขยากลำบาก ขณะที่การประเมินกรณีดีที่สุดก่อนหน้านี้ของ Wood Mackenzie ให้ตัวเลขสูงสุดที่ 75% เทียบกับค่าเฉลี่ยห้าปี 90% สำหรับวันดังกล่าว ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงฉากทัศน์ ไม่ใช่คำยืนยัน แต่สะท้อนว่ากันชนที่ยุโรปจะมีในฤดูหนาวอาจเล็กลง
4
41
ปัญหาไม่ใช่แค่ปริมาณ แต่คือการจ่ายก๊าซในวันที่ความต้องการพุ่ง
คลังสำรองไม่ได้มีหน้าที่เก็บก๊าซตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังต้องจ่ายก๊าซออกได้เร็วเมื่อความต้องการทำความร้อนพุ่งขึ้น ช่วงฤดูหนาวระหว่างพฤศจิกายนถึงมีนาคม การถอนก๊าซจากคลังคิดเป็น 20%–33% ของอุปทานก๊าซสุทธิของ EU ในหลายปีที่ผ่านมา
54
ความยืดหยุ่นนี้จะลดลงเมื่อคลังเริ่มพร่องลง บทวิเคราะห์ที่ Anadolu Agency อ้างถึงระบุว่า ความสามารถในการถอนก๊าซเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อปริมาณคงคลังต่ำกว่าราว 40% และแย่ลงมากเมื่อหลุดต่ำกว่า 20%
52 ในทางปฏิบัติ ช่วงหนาวจัดที่ยืดเยื้ออาจกดดันกำลังจ่ายก๊าซรายวันก่อนที่ก๊าซทั้งระบบจะหมดจริง
ระดับคลังยังแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เยอรมนีอยู่ที่ราว 55.8% และเนเธอร์แลนด์ 52.5% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ EU
9 รัฐบาลเนเธอร์แลนด์จึงลดเป้าหมายการเติมคลังในประเทศเหลือ 64% โดยให้เหตุผลว่าต้องการบรรเทาแรงดันขาขึ้นของราคาขายส่ง ขณะที่ระดับสำรองขณะนั้นอยู่ราว 52%
6
LNG กาตาร์สะดุด ทำให้ช่วงเติมคลังยากขึ้น
สถานะคลังที่อ่อนแอเกิดขึ้นพร้อมกับการหยุดชะงักครั้งใหญ่ของ LNG จากกาตาร์ การโจมตีของอิหร่านสร้างความเสียหายแก่หน่วยผลิต LNG 2 จากทั้งหมด 14 หน่วยของกาตาร์ ทำให้กำลังผลิตหายไปประมาณ 12.8 ล้านตันต่อปี หรือราว 17% ของศักยภาพส่งออก LNG ของประเทศ QatarEnergy ระบุว่าการซ่อมแซมอาจใช้เวลา 3–5 ปี
18
28
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ที่กำลังผลิตเสียหาย QatarEnergy ขยายการหยุดชะงักในการส่งมอบที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุสุดวิสัยไปถึงต้นเดือนพฤศจิกายนสำหรับลูกค้าบางราย รวมถึง LNG 5 เที่ยวที่มีกำหนดส่งให้ Edison บริษัทสาธารณูปโภคของอิตาลี ระหว่างปลายกันยายนถึงต้นพฤศจิกายน อีกทั้งการขนส่ง LNG ตามปกติผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังมีรายงานว่าหยุดชะงักเป็นส่วนใหญ่
20
22
จังหวะเวลามีความสำคัญ เพราะปลายฤดูร้อนถึงฤดูใบไม้ร่วงคือช่วงที่ยุโรปต้องแข่งขันกันเติมคลังให้เสร็จก่อนหน้าหนาว การขาดหายหรือล่าช้าของ LNG กาตาร์จึงทำให้ผู้ซื้อยุโรปต้องพึ่ง LNG จากแหล่งอื่นและก๊าซผ่านท่อมากขึ้น
มีทางเลือก แต่ราคาแพงและไม่ได้ไร้ขีดจำกัด
ยุโรปยังมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ โดย Gas Infrastructure Europe ประเมินว่าศักยภาพแปรสภาพ LNG กลับเป็นก๊าซใน EU อยู่ที่ราว 1,600 TWh หรือประมาณ 145 พันล้านลูกบาศก์เมตร ควบคู่กับความจุคลังก๊าซราว 1,131 TWh
58 LNG จากสหรัฐฯ และก๊าซผ่านท่อจากนอร์เวย์สามารถชดเชยส่วนหนึ่งได้ แต่ยุโรปต้องแข่งขันกับผู้ซื้อทั่วโลกเพื่อดึงเที่ยวเรือ LNG ที่ยืดหยุ่นได้
การแข่งขันยิ่งเข้มข้นขึ้นเมื่อ Reuters รายงานว่า QatarEnergy เองกำลังเจรจาสัญญาซื้อ LNG จากสหรัฐฯ ระยะยาวไปถึงปี 2031 เพื่อทดแทนกำลังผลิตที่หายไปจาก Ras Laffan
17 นั่นไม่ได้แปลว่ายุโรปจะหาก๊าซไม่ได้ แต่หมายความว่าเที่ยวเรือส่วนเพิ่มอาจต้องใช้ราคาที่สูงกว่าเพื่อจูงใจให้มุ่งหน้าเข้าสู่ยุโรป
ตลาดเริ่มสะท้อนแรงตึงตัวนี้แล้ว ต้นเดือนกันยายน สัญญาอ้างอิง Dutch TTF ซึ่งเป็นราคาก๊าซมาตรฐานของยุโรป ซื้อขายต่ำกว่า 74 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) เล็กน้อย ท่ามกลาง LNG กาตาร์ที่ยังหยุดชะงักหนักและระดับคลัง EU ที่ต่ำกว่าปกติ
33 ราคาที่เกิน 100 ยูโร/MWh ควรมองเป็นฉากทัศน์ความเครียด ไม่ใช่คาดการณ์ฐาน เพราะน่าจะต้องเกิดหลายปัจจัยพร้อมกัน เช่น อากาศหนาวกว่าปกติ การหยุดชะงักผ่านฮอร์มุซยืดเยื้อ อุปสงค์ LNG โลกสูง หรือมีปัญหาอุปทานอื่นเพิ่มขึ้น
อุปทานใหม่ยังช่วยฤดูหนาวนี้ไม่ทัน
พื้นที่สำหรับให้อุปทาน LNG โลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมีจำกัด Wood Mackenzie ระบุว่าโครงการใหม่ของกาตาร์ไม่น่ากลับสู่กำลังเต็มที่ก่อนครึ่งหลังของปี 2027 และการเติบโตของอุปทาน LNG ใน 12 เดือนข้างหน้ามีจำกัด
41 ดังนั้น สมดุลก๊าซในฤดูหนาว 2026–27 จึงพึ่งพาเส้นทางจัดหาที่มีอยู่ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น มากกว่าหวังปริมาณใหม่ก้อนใหญ่ที่จะมาทันเวลา
หากหนาวรุนแรง ผลกระทบจะเป็นอย่างไร
ฤดูหนาวใกล้เคียงปกติอาจยังบริหารจัดการได้ หาก LNG กลับมาไหลได้ต่อเนื่อง สหรัฐฯ ส่งมอบก๊าซได้ตามปกติ นอร์เวย์และเส้นทางท่ออื่นมีเสถียรภาพ และอุปสงค์ไม่เร่งตัว ประเด็นสำคัญคือยุโรปจะมีพื้นที่รับมือกับเหตุไม่คาดฝันน้อยลงมาก
หากเจอช่วงหนาวจัดหรือหนาวยาว ระดับคลังเริ่มต้นที่ต่ำจะทำให้ต้องถอนก๊าซเร็วขึ้น และเพิ่มความต้องการซื้อก๊าซในตลาดจรที่มีราคาแพง Reuters ระบุว่าคลังที่ต่ำทำให้ยุโรปเสี่ยงต่อราคาพุ่งในฤดูหนาว โดยในฤดูหนาวปกติ การถอนจากคลังอาจครอบคลุมการใช้ก๊าซได้ถึง 30%
49
การปรับตัวระยะแรกน่าจะเกิดผ่านเศรษฐกิจ มากกว่าการจำกัดการใช้พลังงานในครัวเรือนทันที โรงงานที่ใช้พลังงานเข้มข้นจะเผชิญความเสี่ยงจากต้นทุนก๊าซและไฟฟ้าสูงขึ้นก่อน ส่วนครัวเรือนอาจรับแรงกดดันผ่านบิลทำความร้อน ค่าไฟ และเงินเฟ้อ หากราคาขายส่งทรงตัวสูงเป็นเวลานาน ขนาดผลกระทบจริงขึ้นอยู่กับอากาศ กติกาค่าไฟฟ้าและก๊าซสำหรับผู้ใช้ปลายทาง และมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ
บทสรุป
ระบบก๊าซยุโรปมีความแข็งแรงกว่าที่ตัวเลขคลังสำรองเพียงอย่างเดียวบอกได้ เพราะยังมีโครงสร้างพื้นฐานนำเข้าและแหล่งจัดหาที่หลากหลาย แต่เมื่อคลังอยู่ราว 68% ในกลางเดือนกันยายน คลังสำรองก็ไม่ใช่กันชนที่สบายเหมือนหลายปีที่ผ่านมาอีกต่อไป ภาพรวมจึงเปลี่ยนจาก “พอใช้ได้แต่แพง” เป็น “พอจัดการได้ หากอากาศและอุปทานร่วมมือ”
4
58