ราคาดีเซลที่พุ่งขึ้นในฝรั่งเศสเป็นส่วนหนึ่งของภาวะตึงตัวทั่วทั้งยุโรปในตลาด ดีเซลสำเร็จรูป ไม่ใช่เรื่องราคาน้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว
การคำนวณของ AFP จากป้ายราคาที่สถานีบริการกว่า 8,700 แห่งในฝรั่งเศส ระบุว่าดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 2.41 ยูโรต่อลิตร ณ วันที่ 21 กันยายน ขณะที่ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของดีเซลในสหภาพยุโรป (EU) อยู่ที่ 2.26 ยูโรต่อลิตร ณ วันที่ 17 กันยายน เพิ่มขึ้น 4% ในหนึ่งสัปดาห์ และเพิ่มขึ้น 38% จากวันที่ 27 กุมภาพันธ์
2
4
ประเด็นสำคัญคือ ดีเซลต้องผ่านการกลั่น ขนส่ง และส่งมอบสู่ปั๊ม เมื่อทุกขั้นตอนมีความตึงตัว ต้นทุนและราคาหน้าปั๊มจึงขยับขึ้นได้เร็วกว่าราคาน้ำมันดิบ
เหตุใดดีเซลจึงแพงขึ้นเร็วกว่าน้ำมันดิบ
ความขัดข้องในตะวันออกกลางกระทบการไหลเวียนของผลิตภัณฑ์น้ำมัน
สถานการณ์ไม่แน่นอนในตะวันออกกลางทำให้ทั้งตลาดน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะดีเซลและเชื้อเพลิงอากาศยาน คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า ความต้องการดีเซลและเชื้อเพลิงอากาศยานในยุโรปยังได้รับการตอบสนองจากการเพิ่มกำลังผลิตของโรงกลั่นใน EU และการนำเข้าจากแหล่งอื่นทั่วโลก ขณะที่สต็อกเชิงพาณิชย์และสต็อกฉุกเฉินยังอยู่ในระดับเพียงพอ ณ เวลานั้น
17
แต่การมีอุปทานไม่ได้หมายความว่าตลาดจะคล่องตัว การทดแทนสินค้าที่ขาดหายต้องใช้เรือบรรทุกจากแหล่งอื่น เส้นทางที่ยาวขึ้น และการแข่งขันแย่งซื้อสินค้าที่มีอยู่ Reuters รายงานว่า การนำเข้าดีเซลของยุโรปลดลงเหลือ 1.56 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนกรกฎาคม จาก 1.97 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนมกราคม เนื่องจากยุโรปหาอุปทานเพิ่มได้ยากสำหรับภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม
20
รัสเซียตัดแหล่งอุปทานอีกส่วนออกจากตลาด
รัสเซียสั่งห้ามส่งออกดีเซล หลังการโจมตีของยูเครนสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานการกลั่นน้ำมันของรัสเซีย มาตรการนี้ทำให้ตลาดโลกที่ตึงอยู่แล้วตึงตัวกว่าเดิม โดย Reuters รายงานว่า ส่วนต่างกำไรจากการกลั่นดีเซลในยุโรปพุ่งเกิน 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังมีการประกาศห้ามส่งออก
19
ในทางปฏิบัติ โรงกลั่นและผู้ซื้อเชื้อเพลิงจึงต้องเสนอราคาสูงขึ้นเพื่อแย่งซื้อดีเซลสำเร็จรูป ส่งผลให้ราคาขายส่งและราคาหน้าปั๊มเพิ่มขึ้นได้ แม้ราคาน้ำมันดิบจะไม่ได้ทำสถิติสูงสุดก็ตาม
สต็อกลดลง ทำให้กันกระแทกได้น้อยลง
ยุโรปยังใช้สต็อกเชื้อเพลิงมากกว่าสะสมเพิ่ม Reuters รายงานในเดือนกรกฎาคมว่า สต็อกดีเซลของยุโรปอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังเส้นทางอุปทานจากตะวันออกกลางถูกรบกวน การส่งออกดีเซลลดลง และผู้บริโภคต้องดึงเชื้อเพลิงจากคลังมาใช้
18
สต็อกต่ำไม่ได้แปลว่าจะไม่มีดีเซลในทุกปั๊มทันที แต่หมายความว่าตลาดมีพื้นที่รับแรงกระแทกน้อยลง หากเกิดปัญหาใหม่กับการเดินเรือ โรงกลั่น หรือการส่งออก ราคาอาจปรับตัวแรงกว่าเดิม
ตลาดตึงตัว แต่ยังไม่ใช่วิกฤตขาดแคลนทั่ว EU
การประเมินของคณะกรรมาธิการยุโรปช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น: ณ วันที่ 8 กันยายน EU ยัง ไม่มีปัญหาอุปทาน ในเวลานั้น เพราะการเพิ่มผลผลิตจากโรงกลั่นในภูมิภาคและการนำเข้าทางเลือกยังตอบสนองความต้องการได้
17
ดังนั้น คำอธิบายที่แม่นยำกว่าคือ ตลาดกำลังถูกกดดันอย่างหนัก สินค้ายังมีอยู่ แต่หาได้ยากขึ้นและแพงขึ้น นี่คือเหตุผลที่ผู้ขับขี่อาจเห็นราคาหน้าปั๊มทำสถิติ ก่อนจะเกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงในวงกว้าง
ฝรั่งเศส ฮังการี เยอรมนี สเปน และไอร์แลนด์ รับมืออย่างไร
ฝรั่งเศส: ช่วยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก
ฝรั่งเศสขยายความช่วยเหลือไปจนสิ้นปีให้แก่ภาคธุรกิจที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงสูง แทนการลดภาษีหน้าปั๊มแบบครอบคลุมทุกคน เงินช่วยเหลือสำหรับชาวประมงเพิ่มจาก 25 เป็น 35 เซนต์ยูโรต่อลิตร ส่วนบริษัทก่อสร้างและงานโยธาที่เข้าเกณฑ์ยังได้รับ 20 เซนต์ยูโรต่อลิตร
48
ฮังการี: จ่ายเงินชดเชยให้เจ้าของรถดีเซลที่เข้าเกณฑ์ แทนการกำหนดเพดานราคาใหม่
ฮังการีเลือกชดเชยให้เจ้าของรถดีเซลที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ โดยไม่ได้ประกาศเพดานราคาขายปลีกใหม่ รัฐบาลระบุว่า เจ้าของรถดีเซลกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 150 แรงม้า จะได้รับเงินรวม 20,000 ฟอรินต์ ภายในเดือนธันวาคม และให้เหตุผลว่าการตรึงราคาอาจนำไปสู่ปัญหาสินค้าขาดตลาด
50
เยอรมนี: ลดภาษีชั่วคราวราว 0.17 ยูโรต่อลิตร
เยอรมนีจะลดภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซลประมาณ 0.17 ยูโรต่อลิตร ตั้งแต่ 1 ตุลาคมถึงสิ้นปี มาตรการนี้ประกอบด้วยการลดภาษีพลังงาน 0.14 ยูโรต่อลิตร และผลจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่ลดลงทำให้ผลรวมที่คาดว่าจะสะท้อนถึงหน้าปั๊มอยู่ราว 0.17 ยูโรต่อลิตร นอกจากนี้ รัฐบาลมีแผนหารือเรื่องเพดานราคาน้ำมันที่อาจใช้ได้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2027
51
สเปน: เพิ่มส่วนลดภาษีดีเซลแบบกว้างขึ้น
สเปนเพิ่มส่วนลดภาษีดีเซลเป็น 0.20 ยูโรต่อลิตร มีผลตั้งแต่ 1 กันยายน หลังราคาดีเซลปรับขึ้นแรงในเดือนกรกฎาคม
56
ไอร์แลนด์: เลื่อนการกลับไปเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราสูงขึ้น
ไอร์แลนด์ใช้แนวทางต่างออกไป โดยเลื่อนแผนทยอยกลับไปใช้อัตราภาษีสรรพสามิตเชื้อเพลิงเต็มอัตรา ซึ่งเดิมจะเริ่มในเดือนกันยายนและตุลาคม กล่าวคือ เป็นการชะลอการขึ้นภาษี ไม่ใช่การออกมาตรการลดภาษีเชื้อเพลิงวงกว้างครั้งใหม่
57
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
ทิศทางราคาดีเซลในยุโรปจะขึ้นอยู่กับว่า การไหลเวียนของผลิตภัณฑ์น้ำมันจากตะวันออกกลางจะกลับสู่ภาวะปกติหรือไม่ รัสเซียจะกลับมาส่งออกได้เมื่อใด และสต็อกจะฟื้นก่อนความต้องการช่วงฤดูหนาวเพิ่มขึ้นหรือเปล่า
แม้คณะกรรมาธิการยุโรปประเมินว่าอุปทานยังเพียงพอ แต่การค้าที่ถูกรบกวน ข้อจำกัดด้านการกลั่น และสต็อกกันชนที่ลดลง ทำให้ราคาดีเซลไวต่อแรงกระทบใหม่อย่างผิดปกติ
17
18
19