Lisa Su กล่าวว่า AMD ได้ขอให้พันธมิตรในไต้หวัน เพิ่มกำลังการผลิต (ramp up production) เนื่องจากความต้องการ CPU และชิป AI สูงกว่าที่คาด ทำให้ตลาดเริ่มตึงตัว
การขยายกำลังผลิตไม่ได้มีเพียงโรงงานผลิตเวเฟอร์ แต่ยังรวมถึง advanced packaging หรือเทคโนโลยีการประกอบชิปขั้นสูง ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับชิป AI รุ่นใหม่ที่ต้องรวมหลายชิปเล็ต หน่วยความจำความเร็วสูง และระบบเชื่อมต่อความเร็วสูงไว้ในแพ็กเกจเดียว
หนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของ AMD คือโปรเซสเซอร์ EPYC รุ่นใหม่ โค้ดเนม “Venice” ซึ่งเริ่มเพิ่มกำลังผลิตบนเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรของ TSMC ในไต้หวัน และมีแผนผลิตเพิ่มเติมที่โรงงานของ TSMC ในรัฐแอริโซนาในอนาคต
เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับซัพพลายเชน AMD ยังประกาศลงทุน มากกว่า 10 พันล้านดอลลาร์ ในระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน
เป้าหมายของการลงทุนนี้คือ
หนึ่งในความร่วมมือสำคัญคือกับบริษัทบรรจุและทดสอบชิป ASE Technology และบริษัทในเครือ Siliconware Precision Industries (SPIL) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีแพ็กเกจชิปที่ประหยัดพลังงานและรองรับประสิทธิภาพสูงสำหรับระบบ AI
เทคโนโลยีเหล่านี้จะรองรับแพลตฟอร์มคอมพิวต์ขนาดใหญ่ที่รวม EPYC CPU และ Instinct GPU สำหรับคลัสเตอร์ AI ขนาดมหึมา
AMD ยังได้ปรับคาดการณ์ขนาดตลาดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทคาดว่าตลาด Server CPU จะเติบโต มากกว่า 35% ต่อปี และมีมูลค่า เกิน 120 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้ามาก
สาเหตุสำคัญคือสถาปัตยกรรมดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเปลี่ยนไปเพราะ AI
แม้ GPU จะเป็นหัวใจของการฝึกโมเดล AI แต่ระบบขนาดใหญ่ยังต้องใช้ CPU จำนวนมากสำหรับ
เมื่อองค์กรทั่วโลกนำ AI ไปใช้มากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จึงกลายเป็นตลาดขนาดมหาศาล
จากภาพรวมทั้งหมด กลยุทธ์ของ AMD สามารถสรุปได้เป็นหลายด้านสำคัญ
กระแส AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมชิปอย่างรวดเร็ว และ AMD กำลังปรับองค์กรทั้งระบบเพื่อใช้ประโยชน์จากคลื่นเทคโนโลยีนี้
รายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วแสดงให้เห็นว่าความต้องการได้เกิดขึ้นแล้ว ขณะที่การลงทุนในซัพพลายเชนและกำลังผลิตใหม่ ๆ มีเป้าหมายเพื่อให้บริษัทสามารถส่งมอบชิปได้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต
หากการคาดการณ์ของ AMD เป็นจริง ตลาดเซิร์ฟเวอร์ CPU เพียงอย่างเดียวอาจมีมูลค่าเกิน 120 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ทำให้โครงสร้างพื้นฐาน AI กลายเป็นหนึ่งในโอกาสการเติบโตที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
Comments
0 comments