การเติบโตนี้ยังช่วยผลักดันธุรกิจคลาวด์โดยรวม เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ เริ่มรันเวิร์กโหลด AI บนโครงสร้างพื้นฐานของ Alibaba มากขึ้น
ฐานรากของยุทธศาสตร์นี้คือกำลังประมวลผล
Alibaba พัฒนาชิปผ่านหน่วยงานด้านเซมิคอนดักเตอร์ของบริษัท เพื่อนำไปใช้กับงานฝึกโมเดลและการรัน AI บน Alibaba Cloud การรวมชิป AI เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ช่วยให้บริษัทควบคุมห่วงโซ่การประมวลผลได้มากขึ้น ทั้งในด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ และความมั่นคงของซัพพลายสำหรับการใช้งานโมเดลขนาดใหญ่
ชั้นโครงสร้างพื้นฐานนี้ทำหน้าที่เป็นช่องทางหลักในการกระจายบริการ AI ผ่าน Alibaba Cloud เมื่อองค์กรเริ่มใช้ generative AI และระบบเอเจนต์ ความต้องการคอมพิวต์ สตอเรจ และการประมวลผลโมเดลก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เหนือโครงสร้างพื้นฐานคือ โมเดลภาษาใหญ่ (LLM) ตระกูล Qwen ซึ่ง Alibaba วางตำแหน่งให้เป็นแกนกลางของระบบนิเวศ AI
โมเดลรุ่นใหม่ในตระกูลนี้ถูกออกแบบให้รองรับการใช้เหตุผลขั้นสูง การเขียนโค้ด และงานที่ต้องใช้การวางแผนหลายขั้นตอน ทำให้นักพัฒนาและองค์กรสามารถสร้างแอปพลิเคชัน AI และเอเจนต์ได้โดยตรงบน Alibaba Cloud
Alibaba ยังใช้ Qwen เป็นทั้งเทคโนโลยีสำหรับผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค และบริการ model‑as‑a‑service สำหรับนักพัฒนาและบริษัทที่ต้องการสร้างแอปพลิเคชัน AI
แนวทางนี้คล้ายกับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทั่วโลก ที่รวมโครงสร้างพื้นฐาน API ของโมเดล และแพลตฟอร์มนักพัฒนาไว้ในระบบเดียว
ชั้นบนสุดของสแต็กคือแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนความสามารถของ AI ให้กลายเป็นรายได้ซอฟต์แวร์แบบต่อเนื่อง
หนึ่งในตัวอย่างคือแพลตฟอร์ม Wukong ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างและบริหาร AI agents สำหรับงานธุรกิจ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนโค้ด หรือการตัดสินใจด้านซัพพลายเชน
แนวคิดคือการก้าวข้ามการขายเพียงพลังประมวลผลหรือโมเดล ไปสู่การให้บริษัทต่าง ๆ สร้างระบบอัตโนมัติในองค์กรผ่านเอเจนต์ AI ซึ่งจะสร้างรายได้จากการใช้งานแพลตฟอร์มในระยะยาว
ข้อมูลทางการเงินของ Alibaba แสดงให้เห็นว่า AI เริ่มมีผลต่อธุรกิจจริงแล้ว
รายงานอิสระยังระบุว่ารายได้คลาวด์และ AI ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากองค์กรเริ่มใช้งาน generative AI บนโครงสร้างพื้นฐานของ Alibaba มากขึ้น
Alibaba เชื่อว่าการเติบโตระลอกถัดไปจะมาจาก AI agents ที่ฝังอยู่ในกระบวนการทำงานขององค์กร
ผู้บริหารมองว่าโมเดล AI กำลังถูกนำเข้าไปใช้ในงานประจำวันของบริษัทอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การเขียนโค้ด การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการตัดสินใจด้านธุรกิจ เมื่อการใช้งานเพิ่มขึ้น ปริมาณ token ที่ใช้กับโมเดลก็เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้ตลาดสำหรับแพลตฟอร์ม AI แบบครบสแต็กขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว Alibaba ได้ประกาศแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ครั้งใหญ่
บริษัทวางแผน ลงทุนประมาณ 380,000 ล้านหยวน (ราว 52 พันล้านดอลลาร์) ภายในสามปี เพื่อขยายศักยภาพด้าน AI และคลาวด์
เงินลงทุนจะถูกใช้กับ
ผู้บริหารยังระบุว่าอาจมีการลงทุน มากกว่าตัวเลขนี้ หากความต้องการกำลังประมวลผล AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รายงานบางฉบับระบุว่า Alibaba ตั้งเป้า รายได้จาก AI ราว 30,000 ล้านหยวนภายในปี 2026 และคาดว่าเอเจนต์ AI จะกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญของธุรกิจคลาวด์ในอนาคต
แม้ตัวเลขเหล่านี้ยังเป็นการคาดการณ์ แต่สัญญาณในปัจจุบัน เช่น การเติบโตของคลาวด์และความต้องการผลิตภัณฑ์ AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์การทำเงินจาก AI ของ Alibaba ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ยุทธศาสตร์ของ Alibaba มุ่งควบคุมห่วงโซ่คุณค่าของ AI ทั้งหมด
การควบคุมทุกชั้นของเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ Alibaba สามารถสร้างรายได้จากทุกช่วงของการใช้งาน AI ตั้งแต่คอมพิวต์และบริการโมเดล ไปจนถึงซอฟต์แวร์องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์ AI
หากองค์กรทั่วโลกเริ่มนำเอเจนต์ AI ไปใช้ในระดับปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว กลยุทธ์แบบครบสแต็กนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตที่สำคัญที่สุดของ Alibaba ในระยะยาว
Comments
0 comments