ตามรายงานของอุตสาหกรรม คนงานบางส่วนถูกกล่าวหาว่า ได้รับการคุ้มกันจากทหารคองโก ระหว่างการขนวัสดุออกจากพื้นที่
การทำเหมืองลักษณะนี้มักถูกเรียกว่า “เหมืองแบบดั้งเดิม” หรือ artisanal mining แต่ในหลายกรณีอาจขยายตัวจนมีโครงสร้างการจัดการ การขนส่ง และการรักษาความปลอดภัยเหมือนกิจการกึ่งอุตสาหกรรม
เมื่อเกิดขึ้นในพื้นที่สัมปทานของบริษัทที่มีใบอนุญาต บริษัทเจ้าของสิทธิอาจสูญเสียการควบคุมพื้นที่บางส่วนของเหมืองของตนเอง
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในเดือน มีนาคม 2026
คืนวันที่ 10–11 มีนาคม เกิดดินถล่มในพื้นที่เหมืองย่อย Safi ภายในสัมปทานของ Boss Mining
บริษัทและเจ้าหน้าที่ระบุว่า การขุดโดยไม่ได้รับอนุญาตทำให้โครงสร้างดินไม่มั่นคงและนำไปสู่การถล่มของหน้าดิน
หลังเหตุการณ์นี้ Boss Mining เรียกร้องให้รัฐบาลคองโก คืน “การเข้าถึงพื้นที่ตามกฎหมาย” ให้บริษัท และยุติกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาต
รัฐบาลคองโกประกาศแผนตอบสนองโดย:
การทำเหมืองผิดกฎหมายในพื้นที่สัมปทานสร้างปัญหาหลายด้าน เช่น
ในกรณีของ Boss Mining รายงานระบุว่าการมีอยู่ของคนงานจำนวนมาก ทำให้บริษัทเข้าถึงบางส่วนของแหล่งแร่ได้ยากหรือถูกปิดกั้น ซึ่งกระทบต่อความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการและการบริหารจัดการเหมือง
วิกฤตนี้เกิดขึ้นในช่วงสำคัญของตลาดโคบอลต์
เพื่อควบคุมตลาดและเพิ่มรายได้ของรัฐ รัฐบาลคองโกได้ปรับระบบการส่งออกใหม่ โดยหลังจากยุติการระงับการส่งออกในปี 2025 ก็ได้ใช้ ระบบโควตาการส่งออกที่เข้มงวด แทน
ภายใต้ระบบนี้:
หากเหมืองขนาดใหญ่ไม่สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ รัฐบาลอาจสูญเสีย รายได้ภาษี ค่าภาคหลวง และรายได้จากการส่งออกจำนวนมหาศาล
วิกฤตเหมืองในคองโกไม่ได้เป็นเพียงเรื่องท้องถิ่น
โคบอลต์จากประเทศนี้เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ทั่วโลก และกลายเป็นหนึ่งในแร่ยุทธศาสตร์ในยุคพลังงานสะอาด
หากเหมืองใหญ่ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัยหรือสม่ำเสมอ ก็อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก
ในเดือนเมษายน 2026 รัฐบาลคองโกประกาศมาตรการใหม่เพื่อแก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยในภาคเหมือง
รัฐจะจัดตั้ง กองกำลังรักษาความปลอดภัยเหมืองแบบกึ่งทหาร (paramilitary mining guard) เพื่อปกป้องพื้นที่สัมปทานและป้องกันการลักลอบขุดแร่
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก สหรัฐอเมริกาและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์
แผนงานเบื้องต้นประกอบด้วย:
เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป้าหมายคือ ปราบการทำเหมืองผิดกฎหมายและเพิ่มความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานแร่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น
กรณี Boss Mining สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมเหมืองในคองโก
ประเทศนี้ครองทรัพยากรโคบอลต์ที่สำคัญที่สุดของโลก แต่แรงกดดันด้านเศรษฐกิจ การเมือง และความปลอดภัยทำให้การควบคุมทรัพยากรเหล่านี้ซับซ้อน
การทำเหมืองผิดกฎหมาย การเมืองท้องถิ่น และการแข่งขันระดับมหาอำนาจสามารถมาบรรจบกันในเหมืองเพียงแห่งเดียว
และในยุคที่โลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เหตุการณ์ที่เหมืองแห่งหนึ่งในคองโกจึงอาจส่งผลสะเทือนต่อ ซัพพลายเชนของแบตเตอรี่และเศรษฐกิจพลังงานของโลกทั้งระบบ
Comments
0 comments