ส่วนต่างราคาดีเซลกับน้ำมันดิบของยุโรปไม่ได้ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสถิติ 102.20 ดอลลาร์เป็นของสหรัฐฯ แต่ยุโรปเคยสูงกว่า 90 ดอลลาร์ สะท้อนอุปทานดีเซลที่ตึงตัวมาก [1][12] เรือ Priamos มีกำหนดขนดีเซลเกาหลีใต้ราว 90,000 ตันไปยังยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือในเส้นทางที่พบได้ไม่บ่อยราว 12,000 ไมล์ ซึ่งชี้ว่าราคาส่งมอบในยุโ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How have disruptions through the Strait of Hormuz and the Russia-Ukraine war reshaped Europe’s diesel and wider energy supply ahead of winte. Article summary: Europe is entering winter with a simultaneous shortage-and-logistics problem: disrupted Gulf product and LNG flows, reduced Russian diesel availability following refinery attacks and export restrictions, and little spare. Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
โจทย์พลังงานยุโรปก่อนฤดูหนาวไม่ได้อยู่ที่ราคาน้ำมันดิบหรือก๊าซบนกระดานซื้อขายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การหาเชื้อเพลิงให้ ส่งถึงปลายทางได้จริง การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ติดขัดทำให้การส่งออกผลิตภัณฑ์กลั่นและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากอ่าวเปอร์เซียสะดุด ขณะเดียวกัน การโจมตีโรงกลั่นรัสเซียของยูเครนและข้อจำกัดการส่งออกของรัสเซียก็กดดันอุปทานดีเซลโลก 6
9
สำหรับยุโรป ซึ่งมีกำลังการกลั่นจำกัดและต้องพึ่งการนำเข้าดีเซลมาก ภาวะนี้ทำให้สินค้าจากแหล่งที่ไกลผิดปกติเริ่มมีความคุ้มค่าทางการค้า
คำว่า diesel crack spread คือส่วนต่างระหว่างราคาดีเซลกับราคาน้ำมันดิบที่ใช้กลั่น เป็นตัวชี้วัดมูลค่าหรือส่วนต่างจากการเปลี่ยนน้ำมันดิบให้เป็นดีเซล ไม่ใช่ราคาดีเซลที่ผู้บริโภคจ่ายหน้าปั๊ม
ส่วนต่างดีเซลของสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดที่ 102.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อ 17 สิงหาคม ขณะที่ยุโรปก็ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน แต่ข้อมูลระบุว่าอยู่เหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปลายเดือนกรกฎาคม และกลับขึ้นมาใกล้ระดับดังกล่าวในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ไม่ได้เกิน 100 ดอลลาร์ 1
12
8
แม้ตัวเลขจะต่างกัน แต่สัญญาณเดียวกันคือดีเซลและเชื้อเพลิงกลุ่ม middle distillates ตึงตัวอย่างมากเมื่อเทียบกับน้ำมันดิบ ผู้ซื้อในยุโรปจึงยอมจ่ายส่วนเพิ่มสูงขึ้นเพื่อให้ได้ดีเซลที่พร้อมส่งมอบ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางออกสำคัญของโรงกลั่นในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย เมื่อการเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงผ่านเส้นทางนี้ถูกจำกัด ดีเซลและผลิตภัณฑ์กลั่นอื่น ๆ ก็เข้าสู่ตลาดโลกได้น้อยลง รายงานที่อ้างข้อมูล Argus Media ประเมินว่า นับตั้งแต่เดือนมีนาคมมีอุปทานหายไปประมาณ 700,000 บาร์เรลต่อวัน จากการหยุดชะงักของการจราจรผ่านฮอร์มุซ 6
ยุโรปเปราะบางเป็นพิเศษ เพราะไม่สามารถเร่งเพิ่มการผลิตจากโรงกลั่นภายในภูมิภาคเพื่อทดแทนการนำเข้าที่ขาดหายได้ทันที จึงต้องแข่งขันเพื่อหาสินค้าจากลุ่มแอตแลนติกและเอเชีย ในช่วงที่ความต้องการฤดูหนาวจากภาคขนส่ง อุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการทำความร้อนเพิ่มขึ้น 9
ปัญหาอุปทานจากรัสเซียเป็นคนละเรื่องกับความติดขัดในอ่าวเปอร์เซีย การโจมตีซ้ำต่อโรงกลั่นโดยยูเครนทำให้ผลผลิตของรัสเซียลดลง ขณะที่รัสเซียจำกัดการส่งออกดีเซล รายงานเดียวกันประเมินว่าการผลิตของรัสเซียหายไปอีกราว 700,000 บาร์เรลต่อวัน นับจากเดือนมิถุนายน 6
แม้ยุโรปจะไม่ได้ซื้อดีเซลรัสเซียโดยตรงเป็นหลักแล้ว แต่การที่ดีเซลรัสเซียมีในตลาดโลกลดลงทำให้ผู้นำเข้ารายอื่นต้องออกหาแหล่งทดแทน และเพิ่มการแข่งขันแย่งซื้อเชื้อเพลิงจากผู้ผลิตนอกรัสเซีย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ปัญหาในสองภูมิภาคผู้ผลิตสามารถดันส่วนต่างดีเซลของยุโรปขึ้นพร้อมกันได้ 1
6
ภาพที่ชัดที่สุดคือดีเซลจากเกาหลีใต้ปริมาณราว 90,000 ตัน ซึ่งจะบรรทุกโดยเรือ Priamos ไปยังยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือ อาจเป็นสหราชอาณาจักรหรือรอตเตอร์ดัม Bloomberg รายงานว่า Trafigura เป็นผู้ดำเนินการอำนวยความสะดวกให้การค้าในเส้นทางที่พบไม่บ่อยนี้ ซึ่งมีระยะทางราว 12,000 ไมล์ 2
การขนดีเซลไกลขนาดนี้ต้องแบกรับค่าระวาง ระยะเวลา และต้นทุนเงินทุนที่สูง การเดินทางเช่นนี้จะคุ้มได้ก็ต่อเมื่อส่วนเพิ่มของราคาส่งมอบในปลายทางกว้างพอจะครอบคลุมต้นทุนทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นหลักฐานเชิงปฏิบัติว่าความต้องการนำเข้าของยุโรปแรงมาก ไม่ได้เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวว่ายุโรปกำลังจะขาดแคลนเชื้อเพลิงทางกายภาพในทันที 2
9
ฮอร์มุซไม่ได้สำคัญเฉพาะน้ำมันและดีเซล แต่ยังเป็นเส้นทางหลักของ LNG โดย Eurogas ระบุว่า LNG ราว หนึ่งในห้า ของการผลิตโลกปกติเดินทางผ่านช่องแคบนี้ หากการหยุดชะงักยืดเยื้อ ปริมาณก๊าซที่ยืดหยุ่นต่อการส่งมอบในตลาดโลกจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และยุโรปต้องแข่งขันกับผู้ซื้อในเอเชียหนักขึ้นเพื่อแย่งเที่ยวเรือที่ยังหาได้ 23
ฐานะคลังก๊าซของยุโรปทำให้การแข่งขันนี้มีความหมายมากขึ้น ข้อมูล Gas Infrastructure Europe ที่ Euronews อ้างระบุว่า คลังเก็บก๊าซของสหภาพยุโรปมีปริมาณ 62.99% ณ วันที่ 24 สิงหาคม นับว่าเป็นกันชนที่สำคัญ แต่ระดับสำรองที่ต่ำกว่าย่อมให้พื้นที่รับมือได้น้อยลง หาก LNG สะดุดนานหรือฤดูหนาวรุนแรง 24
สหภาพยุโรปได้ออกกฎหมายยุติการนำเข้าก๊าซรัสเซียแบบทยอยดำเนินการ LNG รัสเซียภายใต้สัญญาระยะสั้นบางประเภทที่ทำก่อน 17 มิถุนายน 2025 ถูกห้ามตั้งแต่ 25 เมษายน 2026 ส่วนสัญญา LNG ระยะยาวจะถูกห้ามตั้งแต่ 1 มกราคม 2027 คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่าการนำเข้า LNG รัสเซียจะถูกห้ามทั้งหมดภายในสิ้นปี 2026 19
20
นโยบายนี้ลดแหล่งอุปทานที่อาจช่วยบรรเทาตลาด LNG ตึงตัวได้ แม้เป็นการตัดสินใจโดยเจตนาเพื่อจำกัดการพึ่งพาพลังงานรัสเซีย แต่ก็ยิ่งทำให้การจัดหา LNG ทางเลือกและการรักษาความยืดหยุ่นของคลังก๊าซมีความสำคัญขึ้น 18
20
ประเด็นสำคัญของยุโรปจึงเป็นเรื่องความยืดหยุ่นของระบบและต้นทุน ไม่ใช่คำทำนายว่าจะขาดเชื้อเพลิงทันที ปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม ได้แก่
ยุโรปยังสามารถจัดหาพลังงานได้ แต่ต้องซื้อจากไกลขึ้นและมีต้นทุนสูงขึ้น กรณีดีเซลจากเกาหลีใต้จึงสรุปการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจน: ยุโรปกำลังจ่ายเงินไม่เพียงเพื่อเชื้อเพลิง แต่ยังเพื่อความยืดหยุ่นด้านโลจิสติกส์และความมั่นคงของอุปทานด้วย
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ส่วนต่างราคาดีเซลกับน้ำมันดิบของยุโรปไม่ได้ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสถิติ 102.20 ดอลลาร์เป็นของสหรัฐฯ แต่ยุโรปเคยสูงกว่า 90 ดอลลาร์ สะท้อนอุปทานดีเซลที่ตึงตัวมาก [1][12]
ส่วนต่างราคาดีเซลกับน้ำมันดิบของยุโรปไม่ได้ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสถิติ 102.20 ดอลลาร์เป็นของสหรัฐฯ แต่ยุโรปเคยสูงกว่า 90 ดอลลาร์ สะท้อนอุปทานดีเซลที่ตึงตัวมาก [1][12] เรือ Priamos มีกำหนดขนดีเซลเกาหลีใต้ราว 90,000 ตันไปยังยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือในเส้นทางที่พบได้ไม่บ่อยราว 12,000 ไมล์ ซึ่งชี้ว่าราคาส่งมอบในยุโรปสูงพอจะรองรับต้นทุนขนส่งระยะไกล [2]
แรงกดดันไม่ได้อยู่แค่ดีเซล: ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางของ LNG ราวหนึ่งในห้าของโลก ขณะที่คลังก๊าซ EU มีปริมาณ 62.99% ณ 24 สิงหาคม [23][24]
ส่วนต่างราคาดีเซลกับน้ำมันดิบของยุโรปไม่ได้ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสถิติ 102.20 ดอลลาร์เป็นของสหรัฐฯ แต่ยุโรปเคยสูงกว่า 90 ดอลลาร์ สะท้อนอุปทานดีเซลที่ตึงตัวมาก [1][12] เรือ Priamos มีกำหนดขนดีเซลเกาหลีใต้ราว 90,000 ตันไปยังยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือในเส้นทางที่พบได้ไม่บ่อยราว 12,000 ไมล์ ซึ่งชี้ว่าราคาส่งมอบในยุโ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How have disruptions through the Strait of Hormuz and the Russia-Ukraine war reshaped Europe’s diesel and wider energy supply ahead of winte. Article summary: Europe is entering winter with a simultaneous shortage-and-logistics problem: disrupted Gulf product and LNG flows, reduced Russian diesel availability following refinery attacks and export restrictions, and little spare. Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
โจทย์พลังงานยุโรปก่อนฤดูหนาวไม่ได้อยู่ที่ราคาน้ำมันดิบหรือก๊าซบนกระดานซื้อขายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การหาเชื้อเพลิงให้ ส่งถึงปลายทางได้จริง การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ติดขัดทำให้การส่งออกผลิตภัณฑ์กลั่นและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากอ่าวเปอร์เซียสะดุด ขณะเดียวกัน การโจมตีโรงกลั่นรัสเซียของยูเครนและข้อจำกัดการส่งออกของรัสเซียก็กดดันอุปทานดีเซลโลก 6
9
สำหรับยุโรป ซึ่งมีกำลังการกลั่นจำกัดและต้องพึ่งการนำเข้าดีเซลมาก ภาวะนี้ทำให้สินค้าจากแหล่งที่ไกลผิดปกติเริ่มมีความคุ้มค่าทางการค้า
คำว่า diesel crack spread คือส่วนต่างระหว่างราคาดีเซลกับราคาน้ำมันดิบที่ใช้กลั่น เป็นตัวชี้วัดมูลค่าหรือส่วนต่างจากการเปลี่ยนน้ำมันดิบให้เป็นดีเซล ไม่ใช่ราคาดีเซลที่ผู้บริโภคจ่ายหน้าปั๊ม
ส่วนต่างดีเซลของสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดที่ 102.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อ 17 สิงหาคม ขณะที่ยุโรปก็ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน แต่ข้อมูลระบุว่าอยู่เหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปลายเดือนกรกฎาคม และกลับขึ้นมาใกล้ระดับดังกล่าวในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ไม่ได้เกิน 100 ดอลลาร์ 1
12
8
แม้ตัวเลขจะต่างกัน แต่สัญญาณเดียวกันคือดีเซลและเชื้อเพลิงกลุ่ม middle distillates ตึงตัวอย่างมากเมื่อเทียบกับน้ำมันดิบ ผู้ซื้อในยุโรปจึงยอมจ่ายส่วนเพิ่มสูงขึ้นเพื่อให้ได้ดีเซลที่พร้อมส่งมอบ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางออกสำคัญของโรงกลั่นในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย เมื่อการเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงผ่านเส้นทางนี้ถูกจำกัด ดีเซลและผลิตภัณฑ์กลั่นอื่น ๆ ก็เข้าสู่ตลาดโลกได้น้อยลง รายงานที่อ้างข้อมูล Argus Media ประเมินว่า นับตั้งแต่เดือนมีนาคมมีอุปทานหายไปประมาณ 700,000 บาร์เรลต่อวัน จากการหยุดชะงักของการจราจรผ่านฮอร์มุซ 6
ยุโรปเปราะบางเป็นพิเศษ เพราะไม่สามารถเร่งเพิ่มการผลิตจากโรงกลั่นภายในภูมิภาคเพื่อทดแทนการนำเข้าที่ขาดหายได้ทันที จึงต้องแข่งขันเพื่อหาสินค้าจากลุ่มแอตแลนติกและเอเชีย ในช่วงที่ความต้องการฤดูหนาวจากภาคขนส่ง อุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการทำความร้อนเพิ่มขึ้น 9
ปัญหาอุปทานจากรัสเซียเป็นคนละเรื่องกับความติดขัดในอ่าวเปอร์เซีย การโจมตีซ้ำต่อโรงกลั่นโดยยูเครนทำให้ผลผลิตของรัสเซียลดลง ขณะที่รัสเซียจำกัดการส่งออกดีเซล รายงานเดียวกันประเมินว่าการผลิตของรัสเซียหายไปอีกราว 700,000 บาร์เรลต่อวัน นับจากเดือนมิถุนายน 6
แม้ยุโรปจะไม่ได้ซื้อดีเซลรัสเซียโดยตรงเป็นหลักแล้ว แต่การที่ดีเซลรัสเซียมีในตลาดโลกลดลงทำให้ผู้นำเข้ารายอื่นต้องออกหาแหล่งทดแทน และเพิ่มการแข่งขันแย่งซื้อเชื้อเพลิงจากผู้ผลิตนอกรัสเซีย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ปัญหาในสองภูมิภาคผู้ผลิตสามารถดันส่วนต่างดีเซลของยุโรปขึ้นพร้อมกันได้ 1
6
ภาพที่ชัดที่สุดคือดีเซลจากเกาหลีใต้ปริมาณราว 90,000 ตัน ซึ่งจะบรรทุกโดยเรือ Priamos ไปยังยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือ อาจเป็นสหราชอาณาจักรหรือรอตเตอร์ดัม Bloomberg รายงานว่า Trafigura เป็นผู้ดำเนินการอำนวยความสะดวกให้การค้าในเส้นทางที่พบไม่บ่อยนี้ ซึ่งมีระยะทางราว 12,000 ไมล์ 2
การขนดีเซลไกลขนาดนี้ต้องแบกรับค่าระวาง ระยะเวลา และต้นทุนเงินทุนที่สูง การเดินทางเช่นนี้จะคุ้มได้ก็ต่อเมื่อส่วนเพิ่มของราคาส่งมอบในปลายทางกว้างพอจะครอบคลุมต้นทุนทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นหลักฐานเชิงปฏิบัติว่าความต้องการนำเข้าของยุโรปแรงมาก ไม่ได้เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวว่ายุโรปกำลังจะขาดแคลนเชื้อเพลิงทางกายภาพในทันที 2
9
ฮอร์มุซไม่ได้สำคัญเฉพาะน้ำมันและดีเซล แต่ยังเป็นเส้นทางหลักของ LNG โดย Eurogas ระบุว่า LNG ราว หนึ่งในห้า ของการผลิตโลกปกติเดินทางผ่านช่องแคบนี้ หากการหยุดชะงักยืดเยื้อ ปริมาณก๊าซที่ยืดหยุ่นต่อการส่งมอบในตลาดโลกจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และยุโรปต้องแข่งขันกับผู้ซื้อในเอเชียหนักขึ้นเพื่อแย่งเที่ยวเรือที่ยังหาได้ 23
ฐานะคลังก๊าซของยุโรปทำให้การแข่งขันนี้มีความหมายมากขึ้น ข้อมูล Gas Infrastructure Europe ที่ Euronews อ้างระบุว่า คลังเก็บก๊าซของสหภาพยุโรปมีปริมาณ 62.99% ณ วันที่ 24 สิงหาคม นับว่าเป็นกันชนที่สำคัญ แต่ระดับสำรองที่ต่ำกว่าย่อมให้พื้นที่รับมือได้น้อยลง หาก LNG สะดุดนานหรือฤดูหนาวรุนแรง 24
สหภาพยุโรปได้ออกกฎหมายยุติการนำเข้าก๊าซรัสเซียแบบทยอยดำเนินการ LNG รัสเซียภายใต้สัญญาระยะสั้นบางประเภทที่ทำก่อน 17 มิถุนายน 2025 ถูกห้ามตั้งแต่ 25 เมษายน 2026 ส่วนสัญญา LNG ระยะยาวจะถูกห้ามตั้งแต่ 1 มกราคม 2027 คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่าการนำเข้า LNG รัสเซียจะถูกห้ามทั้งหมดภายในสิ้นปี 2026 19
20
นโยบายนี้ลดแหล่งอุปทานที่อาจช่วยบรรเทาตลาด LNG ตึงตัวได้ แม้เป็นการตัดสินใจโดยเจตนาเพื่อจำกัดการพึ่งพาพลังงานรัสเซีย แต่ก็ยิ่งทำให้การจัดหา LNG ทางเลือกและการรักษาความยืดหยุ่นของคลังก๊าซมีความสำคัญขึ้น 18
20
ประเด็นสำคัญของยุโรปจึงเป็นเรื่องความยืดหยุ่นของระบบและต้นทุน ไม่ใช่คำทำนายว่าจะขาดเชื้อเพลิงทันที ปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม ได้แก่
ยุโรปยังสามารถจัดหาพลังงานได้ แต่ต้องซื้อจากไกลขึ้นและมีต้นทุนสูงขึ้น กรณีดีเซลจากเกาหลีใต้จึงสรุปการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจน: ยุโรปกำลังจ่ายเงินไม่เพียงเพื่อเชื้อเพลิง แต่ยังเพื่อความยืดหยุ่นด้านโลจิสติกส์และความมั่นคงของอุปทานด้วย
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ส่วนต่างราคาดีเซลกับน้ำมันดิบของยุโรปไม่ได้ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสถิติ 102.20 ดอลลาร์เป็นของสหรัฐฯ แต่ยุโรปเคยสูงกว่า 90 ดอลลาร์ สะท้อนอุปทานดีเซลที่ตึงตัวมาก [1][12]
ส่วนต่างราคาดีเซลกับน้ำมันดิบของยุโรปไม่ได้ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสถิติ 102.20 ดอลลาร์เป็นของสหรัฐฯ แต่ยุโรปเคยสูงกว่า 90 ดอลลาร์ สะท้อนอุปทานดีเซลที่ตึงตัวมาก [1][12] เรือ Priamos มีกำหนดขนดีเซลเกาหลีใต้ราว 90,000 ตันไปยังยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือในเส้นทางที่พบได้ไม่บ่อยราว 12,000 ไมล์ ซึ่งชี้ว่าราคาส่งมอบในยุโรปสูงพอจะรองรับต้นทุนขนส่งระยะไกล [2]
แรงกดดันไม่ได้อยู่แค่ดีเซล: ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางของ LNG ราวหนึ่งในห้าของโลก ขณะที่คลังก๊าซ EU มีปริมาณ 62.99% ณ 24 สิงหาคม [23][24]