ผู้ผลิตคือ Nayara Energy เจ้าของโรงกลั่น Vadinar ในรัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย โดย Rosneft ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว 49% ตามรายงานของ Reuters
อย่างไรก็ตาม สินค้านี้ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นการขายโดยตรงระหว่างรัฐบาลอินเดียกับรัสเซีย รายงานระบุว่ามีผู้ค้า เรือที่เชื่อมโยงกับรัสเซีย และการถ่ายน้ำมันจากเรือลำหนึ่งไปยังอีกลำหนึ่งใกล้ชายฝั่งอียิปต์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ห่วงโซ่การค้าถูกแยกออกจากการซื้อขายโดยตรงระหว่างสองประเทศ
รายละเอียดนี้ช่วยอธิบายว่า เหตุใดอินเดียจึงปฏิเสธการขายโดยตรงให้รัสเซีย ขณะที่เบนซินจากโรงกลั่นที่มีความเชื่อมโยงกับ Rosneft ยังคงเดินทางถึงรัสเซียได้ และยังสะท้อนลักษณะการค้าพลังงานในยุคคว่ำบาตร ซึ่งพึ่งพาคนกลาง การถ่ายลำ และเส้นทางเดินเรือที่ซับซ้อนมากขึ้น
เมื่อโรงกลั่นหยุดทำงาน ความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสูญเสียกำลังผลิตรายวันของโรงงานหนึ่งแห่ง แต่อาจกระทบหน่วยกลั่นเฉพาะ ระบบคลังสินค้า ตารางขนส่ง และการเดินเครื่องของโรงกลั่นแห่งอื่น ๆ หากเกิดการโจมตีซ้ำ ๆ กำลังสำรองที่จะช่วยชดเชยความเสียหายก็จะลดลงอย่างต่อเนื่อง
Reuters รายงานว่า การโจมตีของยูเครนทำให้โรงกลั่นรัสเซียบางแห่งหยุดดำเนินงานทั้งหมดหรือบางส่วน และทำให้การผลิตเบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงเครื่องบินลดลง
กรณีของโรงกลั่น Orsknefteorgsintez แสดงให้เห็นปัญหาการซ่อมแซมได้ชัดเจนที่สุด หลังถูกโดรนยูเครนโจมตีและเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม โรงงานหยุดกระบวนการกลั่นทั้งหมด เยฟเกนี โซลต์เซฟ ผู้ว่าการแคว้นโอเรนเบิร์กระบุว่า โครงสร้างสำคัญได้รับความเสียหายและยังซ่อมไม่ได้ทันที อีกทั้งอุปกรณ์ต้องนำเข้า ทำให้มาตรการคว่ำบาตรอาจยืดเวลาซ่อมออกไปถึง 6 เดือน
นั่นหมายความว่า ผลกระทบอาจยาวนานกว่าความเสียหายจากการโจมตีในวันแรก แม้การโจมตีจะหยุดลง การฟื้นกำลังผลิตก็ยังต้องอาศัยการจัดหาชิ้นส่วนเฉพาะทาง งานวิศวกรรม และการเริ่มเดินเครื่องหน่วยกลั่นที่ซับซ้อนอย่างปลอดภัย
วิกฤตเริ่มปรากฏให้เห็นที่สถานีบริการน้ำมันและนโยบายระดับภูมิภาค รายงานระบุถึงแถวยาว ราคาน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้น สถานีบางแห่งไม่มีเชื้อเพลิง และการจำกัดปริมาณหรือควบคุมการขายในหลายพื้นที่
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ทางการในอย่างน้อย 10 ภูมิภาคกลับมาเพิ่มมาตรการควบคุมการจำหน่ายเชื้อเพลิงอีกครั้ง ขณะที่สถานีบริการบางแห่งในเขตมอสโกมีรายงานว่าเบนซินหมด แม้ดีเซลยังมีจำหน่ายในสถานีส่วนใหญ่
มอสโกพยายามกักเก็บเชื้อเพลิงที่มีอยู่ไว้ใช้ภายในประเทศด้วยหลายมาตรการ ได้แก่ การจำกัดการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม การนำเข้าเบนซินทางรถไฟจากเบลารุสและคาซัคสถาน และการอนุญาตชั่วคราวให้โรงกลั่นบางแห่งผลิตเชื้อเพลิงที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมต่ำกว่าปกติ
มาตรการนำเข้าอาจช่วยบรรเทาปัญหาในบางภูมิภาคได้ แต่ไม่สามารถทดแทนกำลังการกลั่นที่สูญเสียไปได้ตลอดไป ดังนั้น เบนซินจากอินเดียจึงเป็นสัญญาณของตลาดว่า รัสเซียยังมีน้ำมันดิบ แต่ระบบภายในประเทศกำลังประสบปัญหาในการเปลี่ยนน้ำมันดิบนั้นให้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการเดินทางและการขนส่ง
ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่น้ำมันดิบขาดตลาด แต่เป็นการขาดแคลนผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงเครื่องบิน โรงกลั่นคือจุดเชื่อมสำคัญระหว่างน้ำมันดิบกับเชื้อเพลิงที่ผู้บริโภค ภาคขนส่ง และภาคเกษตรกรรมต้องใช้จริง
ความเสียหายต่อโรงกลั่นของรัสเซียเกิดขึ้นพร้อมกับความปั่นป่วนจากสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ข้อจำกัดด้านการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซทำให้การเข้าถึงน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางยากขึ้น ขณะที่การโจมตีและการหยุดดำเนินงานก็ลดกำลังการกลั่นในภูมิภาคดังกล่าว Reuters รายงานว่า การโจมตีโรงกลั่นที่เกี่ยวข้องกับสงครามในอิหร่านและยูเครนทำให้กำลังการกลั่นน้ำมันทั่วโลกเกือบ 9% หยุดชะงักในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
สต็อกเชื้อเพลิงอยู่ในระดับตึงตัวอยู่แล้ว และความต้องการดีเซลตามฤดูกาลของภาคเกษตรกรรมยิ่งเพิ่มแรงกดดัน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ส่วนต่างราคาดีเซลของสหรัฐฯ หรือ diesel crack พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 102.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
Diesel crack คือส่วนต่างระหว่างราคาดีเซลกับราคาน้ำมันดิบที่ใช้ผลิตดีเซล ตัวเลขนี้ใช้วัดทั้งเศรษฐศาสตร์ของการกลั่นและความตึงตัวของอุปทาน ไม่ได้หมายความว่าราคาดีเซลที่ผู้ขับขี่จ่ายหน้าปั๊มเพิ่มขึ้น 102.20 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
เมื่อส่วนต่างนี้กว้างมาก แปลว่าดีเซลมีราคาสูงกว่าน้ำมันดิบอย่างผิดปกติ ผู้ซื้อกำลังแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงดีเซลสำเร็จรูปที่มีจำกัด แม้น้ำมันดิบจะยังมีอยู่ นี่คือเหตุผลที่ตลาดอาจเผชิญวิกฤตเชื้อเพลิงสำเร็จรูป โดยที่ราคาน้ำมันดิบไม่ได้เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันทั้งหมด
ข้อมูลที่มีอยู่สนับสนุนข้อสรุปว่า ความเสียหายต่อโรงกลั่นทำให้ผลิตภัณฑ์น้ำมันในประเทศรัสเซียมีไม่เพียงพอจนการนำเข้าจากอินเดียมีความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกัน การส่งเชื้อเพลิงจากเบลารุสและการควบคุมการส่งออกก็กลายเป็นส่วนสำคัญของการรับมือของรัฐบาลมอสโก
แต่หลักฐานดังกล่าวยังไม่ยืนยันข้อกล่าวอ้างอื่น ๆ ได้ทั้งหมด รายงานที่อ้างถึงในที่นี้สนับสนุนเรื่องการขาดแคลนในภูมิภาค การจำกัดการขาย การห้ามส่งออก การนำเข้า และการหยุดดำเนินงานของโรงกลั่นขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานจากชุดข้อมูลนี้เพียงอย่างเดียวที่จะพิสูจน์ว่า การขาดแคลนเชื้อเพลิงทำให้คะแนนนิยมของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินลดลงอย่างวัดผลได้ หรือจะใช้การขนส่งเบนซินล็อตนี้เป็นหลักฐานยืนยันการเปลี่ยนนโยบายอย่างเป็นทางการของอินเดียได้โดยไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสัญญาและผู้ค้าที่เกี่ยวข้อง
ข้อสรุปที่รอบคอบกว่าคือ การโจมตีของยูเครนได้เปลี่ยนทั้งทิศทางและโครงสร้างการค้าเชื้อเพลิงของรัสเซีย ประเทศที่เคยส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปเป็นปริมาณมาก กลับต้องจัดหาเบนซินจากโรงกลั่นที่อยู่ห่างไกลในอินเดีย ผ่านเครือข่ายการขนส่งทางทะเลที่ไม่โปร่งใส ขณะเดียวกัน ความเสียหายในรัสเซียและตะวันออกกลางกำลังทำให้ตลาดโลกขาดแคลนผลิตภัณฑ์ที่โรงกลั่น—ไม่ใช่บ่อน้ำมัน—ต้องเป็นผู้ผลิต