ตลาดหุ้นโทเคนมีมูลค่าประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุม 3,374 สินทรัพย์ ณ เดือนสิงหาคม 2026 หลังทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ราวเดือนมีนาคม และเกือบเพิ่มเป็นสองเท่าภายในกลางเดือนกรกฎาคม Ethereum, BNB Chain และ Solana ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดส่วนใหญ่ ขณะที่ BNB Chain และ Robinhood Chain มีจำนวนผู้ถือครองใกล้เคียงกันที่เกือบ 500...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How has the tokenized-stock market grown to approximately $2.8 billion across 3,374 assets since the start of 2025—including its crossing of. Article summary: Tokenized equities have moved from a niche product to a rapidly growing—but still tiny—on-chain market. The key story is distribution: exchanges and brokers are pairing familiar equities with blockchain rails, stablecoin. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
ตลาดหุ้นโทเคน หรือหุ้นและกองทุน ETF ที่ถูกนำมาอยู่ในรูปโทเคนบนบล็อกเชน กำลังขยับจากการทดลองเฉพาะกลุ่มไปสู่หนึ่งในหมวดสินทรัพย์โลกจริง (real-world assets หรือ RWA) ที่เติบโตเร็วที่สุด
ตลาดมีมูลค่าเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ราวเดือนมีนาคม 2026 แตะประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม และอยู่ที่ราว 2.8 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุม 3,374 สินทรัพย์ในข้อมูลช่วงเดือนสิงหาคม
สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขการเติบโตคือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพราะโบรกเกอร์ ตลาดซื้อขาย ผู้ออกสินทรัพย์ และเครือข่ายบล็อกเชนกำลังแข่งขันกันนำหุ้นและ ETF ที่คุ้นเคยเข้าสู่ระบบที่โอนผ่านกระเป๋าดิจิทัล ใช้สเตเบิลคอยน์เป็นช่องทางเติมเงิน และซื้อขายบนแพลตฟอร์มแบบออนเชนได้
เส้นทางการเติบโตของตลาดเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนตลอดปี:
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นอนุกรมข้อมูลเดียวที่สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์ แพลตฟอร์มติดตามตลาดอาจใช้ขอบเขตต่างกัน เช่น นับเฉพาะหุ้นหรือรวม ETF ด้วย วิธีนับสินทรัพย์ของผู้ออกแต่ละราย และวิธีนับที่อยู่กระเป๋า
ตัวอย่างเช่น RWA.xyz แสดงจำนวนหุ้นโทเคนไว้ที่ 3,959 รายการในข้อมูล ณ วันที่ 20 สิงหาคม ซึ่งสะท้อนว่าจำนวนสินทรัพย์อาจแตกต่างกันตามวิธีการจัดหมวดหมู่และการวัดผล
ดังนั้น ภาพที่ควรยึดถือคือทิศทางของตลาดมากกว่าตัวเลขรวมที่ตายตัว นั่นคือหุ้นโทเคนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ขอบเขตการวัดตลาดยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
อันดับของแต่ละบล็อกเชนอาจเปลี่ยนไปตามวันที่และตัวชี้วัดที่ใช้ ข้อมูลจาก Token Terminal ที่มีการอ้างถึงในเดือนกรกฎาคมระบุว่า Ethereum ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดหุ้นโทเคน 34% ตามด้วย BNB Chain 30% และ Solana 23% รวมกันคิดเป็นประมาณ 87% ของตลาด
แต่การประเมินมูลค่าในช่วงเวลาต่อมาจัดอันดับแตกต่างออกไป โดยระบุว่า BNB Chain มีมูลค่าหุ้นและ ETF แบบโทเคนราว 946.9 ล้านดอลลาร์ Ethereum 787.4 ล้านดอลลาร์ และ Solana 618.7 ล้านดอลลาร์
ขณะที่การประเมินอีกชุดในเดือนสิงหาคมให้ Ethereum มีสัดส่วน 49% Solana 23% และ BNB Chain 22%
ความแตกต่างดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าข้อมูลชุดใดชุดหนึ่งผิดเสมอไป แต่อาจเกิดจาก:
ข้อสรุปที่มีเสถียรภาพกว่าตัวเลขสัดส่วนรายวันคือ Ethereum, BNB Chain และ Solana คิดเป็นมูลค่าส่วนใหญ่ของตลาดหุ้นโทเคนที่มีการวัดผล ขณะที่อันดับที่แน่นอนอาจสลับกันได้อย่างรวดเร็ว
เรื่องราวการยอมรับเทคโนโลยีจะดูแตกต่างทันทีเมื่อเปลี่ยนจากการวัดด้วยมูลค่าตลาดมาเป็นจำนวนกระเป๋า BNB Chain และ Robinhood Chain ต่างมีผู้ถือครองเข้าใกล้ 500,000 ราย ขณะที่ Solana มีประมาณ 332,000 รายในข้อมูลล่าสุดที่มีการอ้างถึง
กรณีของ Robinhood แสดงให้เห็นว่าทำไมสองตัวชี้วัดนี้จึงต้องแยกจากกัน หลังเปิดตัว Robinhood Chain ได้ไม่นาน เครือข่ายมีผู้ถือครองประมาณ 328,000 ราย แต่ยังมีมูลค่าหุ้นโทเคนน้อยกว่าผู้ออกรายใหญ่หลายราย
ฐานผู้ถือครองขนาดใหญ่อาจสะท้อนการเข้าถึงของนักลงทุนรายย่อยและการลงทุนด้วยจำนวนเงินเริ่มต้นต่ำ ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าแพลตฟอร์มนั้นมีเงินทุนอยู่มากที่สุด หรือมีสภาพคล่องลึกที่สุด
สัญญาณสำคัญจากการขยายตัวครั้งนี้คือ การกระจายสินทรัพย์อาจเติบโตเร็วกว่าสินทรัพย์ภายใต้การดูแล แพลตฟอร์มนายหน้าหรือแอปสำหรับผู้บริโภคสามารถนำที่อยู่กระเป๋าจำนวนมากเข้าสู่ระบบออนเชนได้ แม้ผู้ออกสินทรัพย์สถาบันจะยังถือครองมูลค่าตลาดส่วนใหญ่
ข้อมูลช่วงกลางเดือนสิงหาคมระบุว่า 3 แพลตฟอร์มมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 77% ของมูลค่าหุ้นโทเคนที่มีการรายงาน ได้แก่:
bStocks ของ Binance เป็นตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนโดยตลาดซื้อขายและสามารถขยายตัวได้เร็ว Binance ระบุว่า bStocks มีมูลค่าตลาดเกิน 500 ล้านดอลลาร์ และมีปริมาณการซื้อขายสะสม 8.7 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายออนเชนในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 7.4 พันล้านดอลลาร์
Ondo เลือกบทบาทที่แตกต่างแต่เสริมกัน โดยทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ออกและชั้นการกระจายสินทรัพย์สำหรับหุ้นและ ETF โทเคน Binance เปิดให้ซื้อขายหลักทรัพย์โทเคนของ Ondo ผ่าน Binance Alpha และจัดประเภทผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ภายใต้กรอบผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ส่วน xStocks ของ Backed เป็นตัวอย่างโมเดลที่ทำงานข้ามแพลตฟอร์ม ผลิตภัณฑ์เปิดตัวบน Solana และ Ethereum ผ่านความร่วมมือ ซึ่งรวมถึง Kraken และมุ่งให้บริการผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
ตลาดจึงไม่ได้มีเพียง “หุ้นหนึ่งตัวบนบล็อกเชน” แต่ประกอบด้วยผู้ออก ตลาดซื้อขาย เครือข่าย ผู้ดูแลสินทรัพย์ และกฎเกณฑ์การเข้าถึงของนักลงทุนที่ทำงานร่วมกันเป็นผลิตภัณฑ์เดียว
Robinhood เริ่มให้บริการหุ้นและ ETF ของสหรัฐฯ ในรูปโทเคนแก่ผู้ใช้ในสหภาพยุโรปและเขตเศรษฐกิจยุโรปที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ต่อมาบริษัทเปิดตัว Robinhood Chain ซึ่งเป็นเครือข่าย Ethereum Layer 2 ที่เข้ากันได้กับ Ethereum และสร้างด้วยเทคโนโลยีของ Arbitrum พร้อมเปิดให้ซื้อขายหุ้นโทเคนที่เข้าเกณฑ์ตลอด 24 ชั่วโมง
การเติบโตของแพลตฟอร์มสะท้อนพลังของการกระจายสินทรัพย์ผ่านแอป แต่ผลิตภัณฑ์ของ Robinhood ก็ชี้ให้เห็นคำถามสำคัญเรื่องกรรมสิทธิ์ด้วย รายงานระบุว่า Robinhood Stock Tokens เป็นตราสารที่ติดตามราคาหุ้นอ้างอิง โดยไม่ได้ให้ผู้ถือเป็นเจ้าของหุ้นโดยตรงหรือมีสิทธิออกเสียง
Kraken ให้บริการ xStocks ผ่านความร่วมมือกับ Backed ทำให้ลูกค้านอกสหรัฐฯ ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ ในรูปโทเคน โมเดลนี้ใช้ผู้ออกสินทรัพย์เฉพาะทาง ขณะที่ Kraken ทำหน้าที่เป็นช่องทางให้บริการลูกค้าและกระจายผลิตภัณฑ์
มีรายงานว่า Coinbase และ Base กำลังพัฒนาหุ้นโทเคนสำหรับลูกค้านอกสหรัฐฯ ในรูปแบบที่มีสินทรัพย์หนุนหลังแบบหนึ่งต่อหนึ่ง โมเดลดังกล่าวมีเป้าหมายแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ของ Robinhood และ Kraken แต่รายละเอียดด้านการดูแลสินทรัพย์ การออกโทเคน คุณสมบัติผู้ใช้ และกฎระเบียบยังไม่ชัดเจนจากรายงานที่มีอยู่
แม้โครงสร้างจะแตกต่างกัน แต่ข้อเสนอทางธุรกิจมีทิศทางเดียวกัน คือผสานประสบการณ์แบบโบรกเกอร์เข้ากับคุณสมบัติของบล็อกเชน เช่น การโอนผ่านกระเป๋า การเติมเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ การซื้อขายต่อเนื่อง และโอกาสเชื่อมต่อกับ DeFi
ภาคการเงินแบบดั้งเดิมก็เริ่มเข้ามามีบทบาทกับโครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้มากขึ้น ความร่วมมือระหว่าง Ondo และ Broadridge ประกาศการนำ ETF iShares Core S&P 500 ของ BlackRock และหุ้น Micron มาแปลงเป็นโทเคนโดยบุคคลที่สามบนบล็อกเชนสาธารณะ พร้อมคงการจัดการภายใต้กรอบกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานตลาดของสหรัฐฯ ที่มีอยู่
ประกาศดังกล่าวระบุว่าผู้ถือหลักทรัพย์โทเคนจะได้รับเอกสารเปิดเผยข้อมูลตามกฎระเบียบและสามารถเข้าร่วมการลงคะแนนเสียงผ่านระบบพร็อกซีได้
โมเดลนี้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากโทเคนที่เพียงติดตามราคาหุ้น เพราะโทเคนแต่ละชนิดอาจมีโครงสร้างทางกฎหมายเป็น:
ผู้ลงทุนจึงต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างโทเคนกับสินทรัพย์อ้างอิงให้ชัดเจน คำถามสำคัญคือ ผู้ถือมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายหรือไม่ ได้รับเงินปันผลและสิทธิออกเสียงหรือไม่ มีสิทธิไถ่ถอนอย่างไร และจะได้รับการคุ้มครองแบบใดหากผู้ออกหรือผู้ดูแลสินทรัพย์ล้มละลาย
สเตเบิลคอยน์เป็นอีกชั้นหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเอกสารเปิดตัว bStocks ของ Binance ระบุให้ USDC และ USDT ทำหน้าที่เป็นช่องทางระดมเงินหรือเติมเงิน ขณะที่ BNB Chain เป็นเครือข่ายสำหรับการชำระบัญชี
ในระบบตลาดโทเคนที่กว้างขึ้น สเตเบิลคอยน์สามารถรองรับการเติมเงิน การเคลื่อนย้ายหลักประกัน การชำระบัญชี และการชำระเงินข้ามพรมแดน ส่วนหลักทรัพย์โทเคนทำหน้าที่มอบความเสี่ยงและผลตอบแทนจากสินทรัพย์ลงทุน
สำหรับ Meritz Securities หลักฐานที่มีอยู่ในชุดข้อมูลนี้ยังไม่เพียงพอที่จะระบุบทบาทปัจจุบันของบริษัทเมื่อเทียบกับผู้ออกชั้นนำ จึงไม่ควรสรุปว่าบริษัทมีสัดส่วนที่วัดได้ในตลาดหุ้นโทเคนจากข้อมูลที่มีอยู่
หากโครงสร้างทางกฎหมายและตลาดได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสม หุ้นโทเคนอาจมีประโยชน์ในทางปฏิบัติหลายด้าน:
ทั้งหมดนี้เป็นโอกาสที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่รับประกัน โทเคนไนเซชันเปลี่ยนชั้นเทคนิคของการกระจายสินทรัพย์ แต่ไม่ได้ลบความเสี่ยงด้านผู้ดูแลสินทรัพย์ การปฏิบัติตามกฎ สภาพคล่อง หรือคู่สัญญาโดยอัตโนมัติ
คำถามพื้นฐานที่สุดคือผู้ซื้อเป็นเจ้าของอะไรจริง ผลิตภัณฑ์ควรเปิดเผยชื่อผู้ออก ผู้ดูแลสินทรัพย์ โครงสร้างการหนุนหลัง วิธีไถ่ถอน การจ่ายเงินปันผล สิทธิออกเสียง และการคุ้มครองหากตัวกลางล้มละลาย
ตลาดที่เปิดซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงและกระจายอยู่หลายเครือข่ายอาจทำให้สภาพคล่องแยกส่วน และทำให้ตรวจจับการปั่นราคา การซื้อขายลวง การใช้ข้อมูลภายใน และส่วนต่างราคาระหว่างโทเคนกับหุ้นอ้างอิงได้ยากขึ้น
โทเคนที่อ้างอิงหุ้นสหรัฐฯ อาจออกโดยบริษัทนอกประเทศ ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มระดับโลก เติมเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ และเก็บไว้ในกระเป๋าที่ผู้ใช้ดูแลเอง โครงสร้างแบบนี้อาจทำให้เกิดภาระที่ทับซ้อนกันทั้งกฎหมายหลักทรัพย์ ใบอนุญาต การป้องกันการฟอกเงินและการรู้จักลูกค้า มาตรการคว่ำบาตร ภาษี การดูแลสินทรัพย์ และการรายงานข้อมูล
ช่องโหว่ของสัญญาอัจฉริยะ ความล้มเหลวของบริดจ์ การสูญเสียกุญแจ ปัญหาของระบบออราเคิล การล้มละลายของผู้ออก และข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ทางกฎหมาย ล้วนส่งผลต่อโทเคนได้ แม้หุ้นอ้างอิงจะยังซื้อขายตามปกติ
โทเคนอาจซื้อขายสูงหรือต่ำกว่าหุ้นอ้างอิง หากผู้ดูแลสภาพคล่อง กลไกไถ่ถอน หรือการเข้าถึงตลาดมีจำกัด ปริมาณซื้อขายที่รายงานสูงไม่ได้แปลว่าตลาดมีสภาพคล่องสองทางลึกพอจะรองรับภาวะตึงตัว
แม้ตลาดหุ้นโทเคนจะมีมูลค่าประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์ แต่ยังเล็กมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นจดทะเบียนทั่วโลก ขนาดดังกล่าวทำให้เห็นภาพชัดว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นยังเป็นการทดลองด้านการกระจายสินทรัพย์ การชำระบัญชี และโครงสร้างกรรมสิทธิ์ทางการเงิน มากกว่าจะเป็นการเข้ามาแทนที่ตลาดหุ้นแบบดั้งเดิม
ระยะต่อไปของตลาดจะไม่ได้วัดจากจำนวนโทเคนที่ออกเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากความสามารถในการสร้างกรรมสิทธิ์ที่น่าเชื่อถือในทางกฎหมาย การดูแลสินทรัพย์ที่ไว้ใจได้ สภาพคล่องที่ลึก การเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส และการกำกับดูแลข้ามพรมแดนที่สอดคล้องกัน
การเติบโตอย่างรวดเร็วแสดงให้เห็นว่าความต้องการเข้าถึงสินทรัพย์ผ่านบล็อกเชนมีอยู่จริง แต่โครงสร้างที่ยังไม่ลงตัวก็เตือนว่า การเติบโตเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่หลักฐานว่าตลาดนี้ก้าวสู่ความ成熟แล้ว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ตลาดหุ้นโทเคนมีมูลค่าประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุม 3,374 สินทรัพย์ ณ เดือนสิงหาคม 2026 หลังทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ราวเดือนมีนาคม และเกือบเพิ่มเป็นสองเท่าภายในกลางเดือนกรกฎาคม
ตลาดหุ้นโทเคนมีมูลค่าประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุม 3,374 สินทรัพย์ ณ เดือนสิงหาคม 2026 หลังทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ราวเดือนมีนาคม และเกือบเพิ่มเป็นสองเท่าภายในกลางเดือนกรกฎาคม Ethereum, BNB Chain และ Solana ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดส่วนใหญ่ ขณะที่ BNB Chain และ Robinhood Chain มีจำนวนผู้ถือครองใกล้เคียงกันที่เกือบ 500,000 รายในข้อมูลชุดล่าสุด
Ondo Finance, Binance bStocks และ Backed Finance xStocks รวมกันคิดเป็นราว 77% ของมูลค่าหุ้นโทเคนที่มีการรายงาน แต่ผู้ลงทุนต้องแยกให้ออกว่าโทเคนเป็นหุ้นที่มีกรรมสิทธิ์โดยตรง อนุพันธ์ ใบรับรอง หรือสิทธิเรียกร้องต่อผู้ออก