ตัวอย่างเช่น Hershey บริษัทขนมรายใหญ่ของสหรัฐ ระบุว่ามีแผนเพิ่มปริมาณโกโก้ในผลิตภัณฑ์บางรายการ และค่อย ๆ กลับไปใช้สูตรช็อกโกแลตนมและดาร์กช็อกโกแลตแบบดั้งเดิม หลังต้นทุนเมล็ดโกโก้ลดลง โดยบริษัทบอกว่ามีเพียงสินค้าบางส่วนเท่านั้นที่เคยใช้สารเคลือบที่มีโกโก้น้อยลงในช่วงที่วัตถุดิบขาดแคลน
นักวิเคราะห์มองว่าผู้ผลิตรายอื่นมีแนวโน้มเดินตามแนวทางเดียวกัน เพราะการลดลงของราคาวัตถุดิบทำให้ “ช็อกโกแลตจริง” กลับมาผลิตได้คุ้มค่าอีกครั้ง และอาจช่วยให้ราคาขายปลีกค่อย ๆ ผ่อนคลายลงในระยะต่อไป
การร่วงลงของราคาคาเคาไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลจากหลายแรงกดดันในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ปัจจัยสำคัญที่สุดคือการคาดการณ์ผลผลิตที่ดีขึ้นจากภูมิภาคผู้ปลูกโกโก้หลักของโลก
ไอวอรีโคสต์ (Côte d'Ivoire) ซึ่งเป็นผู้ผลิตโกโก้รายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลผลิตฤดูกาล 2025/26 เป็นประมาณ 2.2 ล้านเมตริกตัน หลังสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก
ในหลายพื้นที่ของแอฟริกาตะวันตก ฝนที่สม่ำเสมอช่วยให้ฝักโกโก้เติบโตดีขึ้น ทำให้ตลาดคาดว่าจะมีผลผลิตมากกว่าปีก่อน
เมื่อแนวโน้มการผลิตดีขึ้น ปริมาณโกโก้ในคลังสินค้าก็เริ่มฟื้นตัวหลังจากเคยตึงตัวอย่างมากก่อนหน้านี้ สต็อกที่เพิ่มขึ้นกดดันราคาในตลาดล่วงหน้าให้ลดลง
ช่วงที่ราคาคาเคาสูง ผู้ผลิตต้องขึ้นราคาสินค้าและลดปริมาณโกโก้ในผลิตภัณฑ์บางประเภท ส่งผลให้ความต้องการช็อกโกแลตและโกโก้ชะลอตัว ซึ่งยิ่งเร่งให้ราคาปรับตัวลงเมื่ออุปทานกลับมา
ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ การรวมกันของ อุปทานเพิ่ม + อุปสงค์อ่อนตัว มักทำให้ราคากลับทิศอย่างรวดเร็วเมื่อวิกฤตขาดแคลนเริ่มคลี่คลาย
แม้ราคาคาเคาที่ลดลงจะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ แต่สำหรับบางบริษัท ผลกระทบกลับซับซ้อนกว่านั้น
บริษัทสวิส Barry Callebaut ซึ่งเป็นผู้แปรรูปโกโก้และผู้ผลิตช็อกโกแลตรายใหญ่ที่สุดของโลก (ซัพพลายเออร์ให้แบรนด์อย่าง Nestlé และ Unilever) ได้ปรับลดคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงาน โดยชี้ถึงปัญหาซัพพลายเชนและภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินในตลาดโกโก้
ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์สามารถสร้างปัญหาให้ผู้แปรรูปได้ เช่น
ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดจากราคาที่ตกลงเกิดขึ้นกับเกษตรกรในประเทศผู้ผลิตหลัก เช่น ไอวอรีโคสต์และกานา ซึ่งรวมกันผลิตโกโก้มากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก
ในบางพื้นที่ เมล็ดโกโก้ที่เก็บเกี่ยวแล้วถูกกองค้างในโกดัง เพราะผู้ส่งออกไม่ยอมซื้อในราคาที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้
เกษตรกรจำนวนหนึ่งยังเผชิญปัญหา การจ่ายเงินล่าช้า สำหรับผลผลิตที่ขายไปแล้ว ทำให้ครัวเรือนขาดสภาพคล่องอย่างหนัก
รัฐบาลไอวอรีโคสต์จึงต้องปรับลด ราคาประกันที่เกษตรกรได้รับลงมากกว่าครึ่ง ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวกลางปี 2026 หลังราคาตลาดโลกทรุดและเกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด
สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาคลาสสิกของสินค้าเกษตรในตลาดโลก: เกษตรกรมักไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่ในช่วงราคาพุ่ง แต่จะได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วเมื่อราคาตก
วัฏจักร ราคาพุ่งแล้วร่วงแรง ของโกโก้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานช็อกโกแลตโลก
แม้ราคาจะลดลงแล้ว นักวิเคราะห์ยังคาดว่าตลาดโกโก้จะยังคงผันผวนต่อไป จากปัจจัยเสี่ยงอย่าง สภาพอากาศ โรคพืช และการพึ่งพาการผลิตจากแอฟริกาตะวันตก
สำหรับผู้บริโภค นี่อาจหมายถึงช็อกโกแลตที่มีโกโก้จริงมากขึ้นในอนาคต แต่สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ ความผันผวนของตลาดยังคงเป็นความท้าทายที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
Comments
0 comments