ราคาน้ำมันโลกพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหลังการขัดขวางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้หลายประเทศเริ่มเสนอหรือรื้อแผนเก็บภาษีกำไรลาภลอยจากบริษัทพลังงาน [1][7] สหรัฐฯ เสนอเก็บภาษีกำไรส่วนเกินจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่ บราซิลใช้ภาษีส่งออกน้ำมัน 12% ขณะที่หลายประเทศในสหภาพยุโรปผลักดันการฟื้นกลไกภาษี “solidarity contribut...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How has the recent surge in oil prices above $100 per barrel due to disruptions in the Strait of Hormuz triggered new or revived windfall ta. Article summary: Based on the evidence provided, I can only substantiate a revived windfall-tax push in the United States. There is insufficient evidence in the supplied sources to verify specific new or revived measures in Brazil, sever. Topic tags: general, general web, user generated, government, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "The Iran war disrupted shipping through the Strait of Hormuz, a vital route for global energy supplies, triggering sharp swings in oil prices." source context "Soaring energy profits reignite calls for windfall tax across Europe | Euronews" Reference image 2: visual subject "The graph illustrate
ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้น เกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้จุดชนวนการถกเถียงเรื่อง “ภาษีกำไรลาภลอย” (windfall tax) อีกครั้งในหลายภูมิภาค ตั้งแต่สหรัฐอเมริกา บราซิล ไปจนถึงยุโรปและออสเตรเลีย
แรงกระเพื่อมครั้งนี้มีต้นตอสำคัญจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) — เส้นทางที่มีสัดส่วนราว หนึ่งในห้าของการค้าพลังงานโลก — ถูกขัดขวาง ทำให้ตลาดพลังงานทั่วโลกผันผวนและดันราคาน้ำมันขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อราคาน้ำมันพุ่ง บริษัทน้ำมันมักทำกำไรได้มากกว่าปกติ รัฐบาลหลายประเทศจึงเริ่มพิจารณาเก็บภาษีพิเศษจากกำไรส่วนเกินเหล่านี้ เพื่อนำเงินไปช่วยลดภาระค่าพลังงานของประชาชน
นักวิเคราะห์มองว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นวงจร เมื่อราคาน้ำมันทะลุระดับประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความกดดันทางการเมืองมักเพิ่มขึ้นให้รัฐบาลเรียกเก็บภาษีจากกำไรพิเศษของบริษัทพลังงาน
เหตุผลหลักคือในช่วงวิกฤตราคา บริษัทน้ำมันสามารถสร้างกำไรสูงผิดปกติ ขณะที่ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าน้ำมันและค่าไฟแพงขึ้น รัฐบาลจึงพยายามแบ่งส่วนกำไรดังกล่าวกลับมาใช้ช่วยเหลือเศรษฐกิจ
ในสหรัฐฯ สมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนได้รื้อร่างกฎหมาย Big Oil Windfall Profits Tax Act ขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีวุฒิสมาชิก Sheldon Whitehouse และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Ro Khanna เป็นผู้ผลักดัน
สาระสำคัญของข้อเสนอ ได้แก่
แนวคิดนี้สะท้อนนโยบายที่ถูกหยิบมาใช้เป็นระยะในสหรัฐฯ คือการเก็บภาษีจากกำไรพิเศษของบริษัทขนาดใหญ่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
บราซิลเลือกใช้แนวทางที่ต่างออกไป โดยไม่ได้เก็บภาษีจากกำไรโดยตรง แต่ใช้ ภาษีส่งออกน้ำมันดิบ แทน
ในเดือนมีนาคม 2026 รัฐบาลประกาศ ภาษีส่งออกน้ำมันดิบ 12% แบบชั่วคราว หลังราคาน้ำมัน Brent พุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
มาตรการนี้ถูกใช้ควบคู่กับนโยบายช่วยเหลือภายในประเทศ เช่น
กระทรวงการคลังบราซิลคาดว่าหากราคาน้ำมันยังอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ ประเทศอาจมีรายได้เพิ่มประมาณ 8.5 พันล้านเรอัลต่อเดือน (ราว 1.5 พันล้านดอลลาร์) จากมาตรการนี้
ในยุโรป รัฐมนตรีเศรษฐกิจและการคลังจาก เยอรมนี อิตาลี สเปน โปรตุเกส และออสเตรีย ได้ร่วมกันเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาเก็บภาษีกำไรส่วนเกินจากบริษัทพลังงาน
ข้อเสนอนี้ต้องการนำกลไกที่เคยใช้ในปี 2022 กลับมาอีกครั้ง ซึ่งเรียกว่า “solidarity contribution” หรือภาษีชั่วคราวต่อกำไรส่วนเกินของบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิล
เป้าหมายคือใช้เงินจากภาษีเพื่อ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการยุโรปยังมีท่าทีระมัดระวัง และอาจปล่อยให้แต่ละประเทศสมาชิกตัดสินใจเองว่าจะใช้มาตรการภาษีลักษณะนี้หรือไม่
ในออสเตรเลีย วุฒิสภาได้เปิดการอภิปรายเกี่ยวกับ ภาษีใหม่สำหรับการส่งออกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนแรงกดดันทางการเมืองคล้ายกับประเทศอื่น ๆ เมื่อราคาพลังงานโลกพุ่งสูง
รายละเอียดของโครงสร้างภาษียังอยู่ระหว่างการหารือ แต่การถกเถียงนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศผู้ส่งออกพลังงานเองก็เผชิญแรงกดดันให้แบ่งผลกำไรจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง
แม้มาตรการภาษีกำไรลาภลอยจะช่วยเพิ่มรายได้รัฐในระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์พลังงานเตือนว่าผลกระทบระยะยาวอาจซับซ้อนกว่านั้น
ความกังวลหลัก ได้แก่
เนื่องจากโครงการน้ำมันและก๊าซต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและใช้เวลาหลายปีกว่าจะเริ่มผลิตได้ ความมั่นคงของนโยบายจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน
เหตุการณ์ในปี 2026 สะท้อนรูปแบบที่เกิดซ้ำในตลาดพลังงานโลก: เมื่อวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ดันราคาน้ำมันขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ รัฐบาลจำนวนมากมักหันไปใช้ ภาษีกำไรลาภลอยหรือภาษีพิเศษต่อภาคพลังงาน เพื่อแบ่งรายได้กลับสู่เศรษฐกิจ
คำถามสำคัญในระยะต่อไปคือ มาตรการเหล่านี้จะเป็นเพียงการตอบสนองชั่วคราวต่อวิกฤต หรือจะกลายเป็นเครื่องมือทางนโยบายถาวรในยุคที่ราคาพลังงานทั่วโลกยังคงผันผวนสูง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ราคาน้ำมันโลกพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหลังการขัดขวางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้หลายประเทศเริ่มเสนอหรือรื้อแผนเก็บภาษีกำไรลาภลอยจากบริษัทพลังงาน [1][7]
ราคาน้ำมันโลกพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหลังการขัดขวางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้หลายประเทศเริ่มเสนอหรือรื้อแผนเก็บภาษีกำไรลาภลอยจากบริษัทพลังงาน [1][7] สหรัฐฯ เสนอเก็บภาษีกำไรส่วนเกินจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่ บราซิลใช้ภาษีส่งออกน้ำมัน 12% ขณะที่หลายประเทศในสหภาพยุโรปผลักดันการฟื้นกลไกภาษี “solidarity contribution” [14][35][51]
นักวิเคราะห์เตือนว่าภาษีลักษณะนี้อาจลดแรงจูงใจในการลงทุนระยะยาวในโครงการน้ำมันและก๊าซ แม้รัฐบาลต้องการรายได้เพื่อบรรเทาค่าพลังงานของประชาชน [2]