ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2026 การรุกของรัสเซียเฉลี่ยเพียงประมาณ 2.9 ตารางกิโลเมตรต่อวัน และในเดือนเมษายนยังเกิดการสูญเสียดินแดนสุทธิในยูเครนด้วย
นักวิเคราะห์มองว่าอีกปัจจัยสำคัญคือจำนวนทหารที่สูญเสีย ซึ่งในช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 มีแนวโน้ม สูงกว่าจำนวนกำลังพลใหม่ที่สามารถรับเข้ามาทดแทนได้ ส่งผลให้ความสามารถในการรักษาความต่อเนื่องของปฏิบัติการรุกลดลง
แม้รัสเซียยังคงเปิดการโจมตีหลายแนว แต่ผลลัพธ์โดยรวมยังจำกัด ในบางพื้นที่ ยูเครนยังสามารถเปิดการโต้กลับและช่วงชิงความได้เปรียบทางยุทธวิธีได้เป็นระยะ
แรงกดดันต่อรัสเซียไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสนามรบเท่านั้น แต่ยังมาจากมาตรการทางเศรษฐกิจของยุโรปด้วย
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ประกาศขยายรายชื่อคว่ำบาตรรัสเซียและเบลารุส โดยนำบางส่วนของมาตรการจากแพ็กเกจคว่ำบาตรล่าสุดของสหภาพยุโรปมาใช้
มาตรการใหม่เพิ่ม บุคคลและองค์กรอีก 115 ราย เข้าในบัญชีคว่ำบาตร ซึ่งจะถูกอายัดทรัพย์ ห้ามรับเงินทุน และถูกจำกัดการเดินทาง รวมถึงห้ามเดินทางเข้าหรือผ่านสวิตเซอร์แลนด์
ทางการสวิสระบุว่า รายชื่อดังกล่าวครอบคลุมบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการทหารของรัสเซีย ภาคพลังงาน และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเนรเทศหรือการปลูกฝังอุดมการณ์ให้เด็กยูเครน
แม้สวิตเซอร์แลนด์จะไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ตั้งแต่การรุกรานเต็มรูปแบบในปี 2022 ประเทศได้ปรับมาตรการคว่ำบาตรให้สอดคล้องกับ EU หลายครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบการเงินของตนถูกใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงมาตรการเหล่านั้น
สงครามยังคงสร้างผลกระทบด้านมนุษยธรรมอย่างหนัก ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2026 เกิดเหตุ ขีปนาวุธพิสัยไกลของรัสเซียโจมตีคลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือที่ทำสัญญากับ UNHCR ในเมืองดนีโปร
การโจมตีดังกล่าวทำให้พนักงานคลังสินค้าเสียชีวิต 2 คน และทำลายสิ่งของช่วยเหลือจำนวนมากที่เตรียมไว้สำหรับผู้พลัดถิ่นและชุมชนใกล้แนวหน้า
การประเมินเบื้องต้นระบุว่า สิ่งของช่วยเหลือประมาณ 900 พาเลต มูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกทำลาย รวมถึงผ้าห่ม ชุดสุขอนามัย และวัสดุสำหรับที่พักฉุกเฉิน
เจ้าหน้าที่สหประชาชาติเตือนว่า การสูญเสียครั้งนี้ทำให้ความช่วยเหลือสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามลดลงทันที และสะท้อนให้เห็นว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสามารถกระทบต่อภารกิจด้านมนุษยธรรมได้อย่างรุนแรง
ภาพรวมของสถานการณ์ในปี 2026 ชี้ให้เห็นว่าสงครามกำลังเปลี่ยนรูปแบบ ยูเครนพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะโดรน เพื่อโจมตีแนวหลังและเพิ่มต้นทุนให้กับการรุกของรัสเซีย
ในเวลาเดียวกัน ความสูญเสียของกำลังพลและความคืบหน้าที่ช้าลงทำให้ความสามารถของมอสโกในการสร้างความสำเร็จเชิงยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ถูกตั้งคำถาม
พร้อมกันนั้น มาตรการคว่ำบาตรจากยุโรปยังคงขยายตัว และเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านมนุษยธรรมก็ย้ำเตือนถึงต้นทุนของสงครามต่อประชาชน
ผลลัพธ์ที่เห็นในขณะนี้จึงยังไม่ใช่จุดพลิกเกมเด็ดขาด แต่เป็น สงครามยืดเยื้อแบบการสึกหรอ (war of attrition) ที่เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และความสามารถในการรักษากำลังของแต่ละฝ่ายจะเป็นตัวกำหนดทิศทางในระยะยาว
Comments
0 comments