เอกสารภายในบริษัทระบุว่า Meta ต้องการ ลดชั้นการบริหารและทำให้องค์กรเล็กลง เพื่อให้พัฒนา AI ได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ย้ายพนักงานหลายพันคนไปยังทีม AI ที่ตั้งขึ้นใหม่
การปลดพนักงานเริ่มทยอยเกิดขึ้นทั่วโลกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และกระทบหลายแผนก ตั้งแต่ความปลอดภัยไซเบอร์ไปจนถึงทีมผลิตภัณฑ์บางส่วน
ผู้บริหารมองว่าการลดจำนวนพนักงานจะช่วยเพิ่มความเร็วในการแข่งขันด้าน AI ซึ่งกำลังดุเดือดขึ้นระหว่างบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
แต่สำหรับพนักงานจำนวนมาก ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่มั่นคงอย่างมาก
รายงานจากสื่อหลายแห่งระบุว่า บรรยากาศภายใน Meta ก่อนวันประกาศปลดพนักงานเต็มไปด้วยความตึงเครียด
พนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงานบางคนบอกกับผู้สื่อข่าวว่า การเร่งผลักดัน AI ทำให้เกิดความกังวลอย่างแพร่หลายในองค์กร โดยหลายทีมไม่แน่ใจว่าบทบาทของตนจะยังมีอยู่หรือไม่ในอนาคต
กระแสพูดถึงเรื่องนี้ยิ่งแพร่กระจายเมื่อมีโพสต์จากอดีตพนักงานที่บรรยายบรรยากาศในออฟฟิศก่อนการปลดพนักงานว่า
“แทบจะเหมือนวันสิ้นโลก”
คำบอกเล่านี้กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย และสะท้อนความไม่แน่นอนที่พนักงานรู้สึกในช่วงก่อนการประกาศปลดคนจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน รายงานบางชิ้นยังระบุว่าขวัญกำลังใจของพนักงานลดลงสู่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ แม้บริษัทจะมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงเวลาเดียวกัน
นอกจากเรื่องการปลดพนักงานแล้ว บางโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI ของ Meta ยังถูกวิจารณ์จากพนักงานภายในเอง
มีรายงานว่า พนักงานมากกว่า 1,000 คนลงนามในคำร้องคัดค้านซอฟต์แวร์ติดตามการเคลื่อนไหวของเมาส์ ซึ่งใช้เก็บข้อมูลว่ามนุษย์โต้ตอบกับคอมพิวเตอร์อย่างไร เพื่อนำข้อมูลไปฝึกโมเดล AI
ผู้ที่คัดค้านมองว่าโครงการดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นความเป็นส่วนตัว การติดตามพฤติกรรมในที่ทำงาน และอนาคตของงานในองค์กร
การปรับโครงสร้างของ Meta ยังดึงความสนใจจากภาครัฐ โดยเฉพาะประเทศที่บริษัทมีฐานพนักงานจำนวนมาก
ตัวอย่างสำคัญคือ ไอร์แลนด์ ซึ่ง Meta มีพนักงานราว 1,800 คน และอาจมี ตำแหน่งงานมากถึง 350 ตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบ จากการปลดพนักงานรอบนี้
เนื่องจากกรุงดับลินเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ระหว่างประเทศของ Meta และมีทีมปฏิบัติการสำคัญหลายส่วน การลดพนักงานจึงกลายเป็นประเด็นที่รัฐบาลและนักวิเคราะห์จับตาอย่างใกล้ชิด
นักการเมืองบางส่วนกังวลว่าการปลดพนักงานของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เช่นนี้ อาจส่งผลต่อระบบนิเวศเทคโนโลยีของประเทศในวงกว้าง
หลังการปลดพนักงานเริ่มขึ้น ซีอีโอ Mark Zuckerberg ได้ส่งข้อความถึงพนักงานภายในบริษัทว่า
Meta ไม่คาดว่าจะมีการปลดพนักงานทั่วบริษัทเพิ่มเติมภายในปีนี้ และเขายอมรับว่าการตัดสินใจดังกล่าวส่งผลทางอารมณ์ต่อพนักงานจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทเคยระบุว่า ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีการลดพนักงานเพิ่มเติมในอนาคต เนื่องจากการแข่งขันและลำดับความสำคัญทางธุรกิจสามารถเปลี่ยนแปลงได้
Zuckerberg ยังย้ำว่า การปลดพนักงานไม่ได้เกิดจาก AI ที่เข้ามาแทนงานโดยตรง แต่เป็นผลจาก การจัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับการลงทุนด้าน AI ขนาดใหญ่ ของบริษัท
กรณีของ Meta สะท้อนความตึงเครียดที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังทุ่มงบจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI รุ่นใหม่ ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลไปจนถึงชิปเฉพาะทาง แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ก็ทำให้โครงสร้างแรงงานในองค์กรต้องปรับตัวตาม
สำหรับนักวิจารณ์และพนักงานบางส่วน ภาพที่เห็นดูเหมือนขัดแย้งกัน: บริษัททุ่มเงินมหาศาลให้ AI ในขณะที่พนักงานหลายพันคนต้องออกจากงาน
แต่สำหรับ Meta การปรับโครงสร้างครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในยุคเทคโนโลยีถัดไป ซึ่ง AI จะกลายเป็นหัวใจของทุกผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท
Comments
0 comments