การฟื้นตัวเกือบ 50% ของบิตคอยน์จากจุดต่ำสุดราว 58,420 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนสู่บริเวณ 85,000 ดอลลาร์ อาจอธิบายได้ด้วยตลาดฝั่งขายที่บางลง เมื่อเหรียญจำนวนมากถูกถือระยะยาวและไม่ถูกนำออกมาขาย River เรียกภาวะนี้ว่า “ผู้ขายเริ่มหมดแรง” คือผู้ที่ต้องการขายได้ขายไปมากแล้ว ทำให้แรงซื้อที่เพิ่มเข้ามาเพียงไม่มากสามารถดันราคาใ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How has Bitcoin risen nearly 50% from its June 2026 low to about $85,000 despite lower exchange trading volume and below-average ETF buying,. Article summary: Bitcoin can rise sharply without a broad surge in trading or ETF demand when the marginal supply available to sell becomes very small. River’s thesis is that the June-to-$85,000 move was primarily a “seller-exhaustion” r. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
บิตคอยน์ไม่จำเป็นต้องมีผู้ซื้อรายใหม่หลั่งไหลเข้ามามหาศาลเพื่อให้ราคาขึ้นเร็ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ณ ระดับราคาแต่ละช่วงนั้น คำสั่งซื้อมีมากกว่าเหรียญที่ถูกเสนอขายหรือไม่
มุมมองของ River ต่อการฟื้นตัวของบิตคอยน์จากจุดต่ำสุดใกล้ 58,420 ดอลลาร์ ในเดือนมิถุนายน 2026 ไปสู่บริเวณ 85,000 ดอลลาร์ จึงเป็นเรื่องของโครงสร้างตลาด: จำนวนคนที่ “ยอมขาย” บิตคอยน์ในราคาขณะนั้นลดลงมาก 10
16
ดังนั้น วอลุ่มซื้อขายบนเอ็กซ์เชนจ์ที่ต่ำลง และกระแสเงินเข้าออกของกองทุน ETF ที่ไม่สม่ำเสมอ สามารถเกิดพร้อมกับราคาที่พุ่งขึ้นได้ หากผู้ถือเหรียญไม่อยากขาย ในตลาดที่ข้อเสนอขายบาง แม้แรงซื้อสปอต การปิดสถานะชอร์ต หรืออุปสงค์จากสถาบันเป็นระยะ ๆ ที่ไม่ได้มากนัก ก็อาจบังคับให้ผู้ซื้อต้องไล่เสนอราคาสูงขึ้นเพื่อหาเหรียญได้
จำนวนบิตคอยน์หมุนเวียนไม่ใช่สมุดคำสั่งซื้อแบบเรียลไทม์ เหรียญที่นับว่าอยู่ในระบบอาจถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเงินแบบออฟไลน์ ถูกถือมาหลายปี หรือเจ้าของยังไม่ยอมขายที่ราคาปัจจุบัน
ตัวชี้วัดกลุ่มผู้ถือระยะยาว (long-term holders หรือ LTH) เป็นวิธีหนึ่งที่นักวิเคราะห์ใช้ประเมินส่วนของเหรียญที่เคลื่อนไหวน้อย โดยนิยามมาตรฐานคือเหรียญที่ถูกถืออย่างน้อย 155 วัน ในเดือนกรกฎาคม กลุ่มนี้ถือครองบิตคอยน์สูงเป็นสถิติที่ 16.64 ล้าน BTC หรือราว 83% ของอุปทานหมุนเวียน 12
8
ตัวเลขดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า 83% ของบิตคอยน์จะไม่มีวันถูกขาย และไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้ถือกลุ่มนี้มองบวกถาวร เพียงสะท้อนว่าเหรียญสัดส่วนใหญ่มากยังไม่ถูกเคลื่อนย้ายในช่วงที่ผ่านมา ผลในเชิงปฏิบัติคือ เหรียญที่พร้อมออกมาตอบสนองต่ออุปสงค์ใหม่ ณ ราคาตลาดอาจมีน้อยลง
River สรุปภาพเดียวกันอย่างกระชับว่า วอลุ่มการซื้อขายลดลงราว 30% แต่ราคาบิตคอยน์เพิ่มขึ้นราว 50% และ 81% ของอุปทานไม่ได้เคลื่อนไหวมา 6 เดือน 16 ข้อมูลเหล่านี้หนุนแนวคิดว่าอุปทานที่พร้อมขายตึงตัว แต่เป็นเพียงภาพ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่หลักประกันว่าจะขาดแคลนในอนาคต
บทวิเคราะห์ของ River เมื่อเดือนสิงหาคมระบุว่า ช่วงตลาดขาลงมีแรงขายจำนวนมากอยู่ก่อนแล้ว โดย ETF ขายบิตคอยน์มากกว่า 90,000 BTC ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ขณะที่ผู้ถือระยะยาวขายมากกว่า 2 ล้าน BTC ในช่วง 24 เดือนก่อนหน้า แต่แรงขายดังกล่าวผ่อนลงในเดือนถัดมา จึงอาจเหลือนักลงทุนที่พร้อมขายในช่วงรีบาวด์น้อยลง 5
ภาวะ “ผู้ขายเริ่มหมดแรง” แปลเป็นกลไกตลาดได้ 4 ข้อ:
กลไกนี้ไม่ได้มีเฉพาะคริปโต ในทุกตลาด ราคาถูกกำหนดโดยธุรกรรมส่วนเพิ่ม หรือการซื้อขายครั้งถัดไป ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของสินทรัพย์ทั้งหมดที่มีอยู่ เมื่ออุปทานที่เสนอขายลดลง แรงซื้อที่ต้องใช้เพื่อผลักดันราคาก็ลดลงตาม
อย่างไรก็ดี ตลาดที่บางสามารถขยายความรุนแรงของราคาได้ทั้งขาขึ้นและขาลง หากผู้ถือระยะยาวตัดสินใจขายทำกำไรในภายหลัง เหรียญที่เคยไม่ออกสู่ตลาดก็อาจกลับมาเป็นแรงต้านราคาได้เช่นกัน
ข้อเสนอไม่ได้บอกว่าผู้ซื้อหายไป แต่ชี้ว่าอุปสงค์ในช่วงแรกอาจยังไม่มากพอจะเรียกว่าเป็นตลาดกระทิงที่ขับเคลื่อนด้วยผู้เข้าร่วมวงกว้าง ขณะที่อุปทานที่พร้อมขายมีจำกัด จึงทำให้ราคาไวต่อแรงซื้อเพิ่มขึ้น
ระหว่างเดือนกันยายน มีสัญญาณของแรงซื้อที่กลับมา ได้แก่
ข้อมูลเหล่านี้ไม่ขัดแย้งกัน เพราะกระแสเงิน ETF เป็นเพียงหนึ่งในช่องทางของอุปสงค์ และตัวเลขรายวันเปลี่ยนทิศได้รวดเร็ว เงินไหลเข้าก้อนใหญ่ในวันเดียวแสดงว่าสถาบันสามารถเข้ามาซื้อได้ แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นอุปสงค์ที่ต่อเนื่องตลอดวัฏจักร
คำอธิบายที่สมดุลกว่าคือ อุปทานที่พร้อมขายลดลงน่าจะ ขยายแรงส่ง ของการฟื้นตัว ขณะที่อุปสงค์สปอตที่ดีขึ้น เงินไหลเข้า ETF เป็นบางช่วง และกิจกรรมในตลาดอนุพันธ์ช่วยผลักดันราคา อุปทานที่ตึงตัวอธิบายได้ว่าทำไมราคาจึงขยับขึ้นได้ง่าย แต่ไม่อาจทำให้ราคาขึ้นต่อเนื่องยาวนานได้ หากไม่มีผู้ซื้อใหม่เข้ามารองรับ
การขึ้นของราคาอาจเจอแรงต้านเมื่อผู้ที่ถือเหรียญอยู่และเคยขาดทุนกลับมาถึงจุดคุ้มทุน เพราะพวกเขาอาจเลือกขายออก
Glassnode ระบุว่าช่วง 83,000–86,000 ดอลลาร์ เป็นแนวต้านสำคัญ ผู้ถือระยะยาวซื้อสะสมราว 1.07 ล้าน BTC ในช่วงนี้ โดยมีการกระจุกตัวมากที่สุดใกล้ 85,000 ดอลลาร์ อีกทั้งระดับต้นทุนเฉลี่ยโดยประมาณของการถือครองผ่าน ETF บิตคอยน์สปอตในสหรัฐฯ ก็อยู่ใกล้เคียงกัน 19
29
จึงเป็นโซนทดสอบแรงซื้อที่น่าจับตา หากผู้ซื้อดูดซับแรงขายทำกำไรจากผู้ถือที่กลับมาคุ้มทุนได้ จะช่วยสนับสนุนว่าการฟื้นตัวเริ่มขยายฐาน แต่หากโซนนี้ดึงแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็จะตอกย้ำว่าการรีบาวด์ยังเปราะบาง
กรอบคิดของ River บอกเป็นนัยว่า ภาวะผู้ขายเริ่มหมดแรงเป็นตัวเร่ง ไม่ใช่เหตุผลครบถ้วนสำหรับการเรียกตลาดกระทิง การขึ้นที่ยั่งยืนต้องมีหลักฐานว่าอุปสงค์ใหม่สามารถดูดซับเหรียญที่ทยอยออกมาขายได้ แม้ราคาจะสูงขึ้น
สัญญาณที่ควรติดตามคือ
ณ ตอนนี้ หลักฐานสนับสนุนข้อสรุปที่แคบกว่า: การปรับขึ้นของบิตคอยน์อธิบายได้อย่างสมเหตุผลจากอุปทานที่พร้อมขายลดลง ประกอบกับอุปสงค์ที่ดีขึ้นแต่ยังไม่สม่ำเสมอ การกระจุกตัวของเหรียญในมือผู้ถือระยะยาวทำให้ตลาดตอบสนองต่อแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นได้มากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ความจำเป็นของผู้ซื้อรายใหม่หายไป 5
26
ตลาดที่เหรียญพร้อมขายน้อยอาจพุ่งขึ้นได้รวดเร็ว แต่ตลาดกระทิงที่ยืนระยะต้องพิสูจน์ว่าแรงซื้อแข็งแกร่งพอจะรับแรงขายของผู้ถือที่กลับเข้ามาในตลาดในที่สุด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การฟื้นตัวเกือบ 50% ของบิตคอยน์จากจุดต่ำสุดราว 58,420 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนสู่บริเวณ 85,000 ดอลลาร์ อาจอธิบายได้ด้วยตลาดฝั่งขายที่บางลง เมื่อเหรียญจำนวนมากถูกถือระยะยาวและไม่ถูกนำออกมาขาย
การฟื้นตัวเกือบ 50% ของบิตคอยน์จากจุดต่ำสุดราว 58,420 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนสู่บริเวณ 85,000 ดอลลาร์ อาจอธิบายได้ด้วยตลาดฝั่งขายที่บางลง เมื่อเหรียญจำนวนมากถูกถือระยะยาวและไม่ถูกนำออกมาขาย River เรียกภาวะนี้ว่า “ผู้ขายเริ่มหมดแรง” คือผู้ที่ต้องการขายได้ขายไปมากแล้ว ทำให้แรงซื้อที่เพิ่มเข้ามาเพียงไม่มากสามารถดันราคาให้สูงขึ้นได้
แรงซื้อในตลาดสปอตและ ETF มีสัญญาณดีขึ้น แต่ยังผันผวน การยืนเหนือโซน 83,000–86,000 ดอลลาร์และการมีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่องจะเป็นบททดสอบสำคัญของขาขึ้น