การเดินทางเยือนประเทศไทยและสิงคโปร์ของ 'โต เลิม' ระหว่าง 27 31 พ.ค. นี้ มีเป้าหมายเพื่อแปลงความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ให้เป็นแผนปฏิบัติการและข้อตกลงที่มีผลผูกพัน โดยเน้นความร่วมมือด้านดิจิทัล สีเขียว และความมั่นคง สำหรับประเทศไทย ไฮไลท์อยู่ที่การลงนามแผนปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์ '3 เชื่อมโยง' (ห่วงโซ่อุปทาน, ธุ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How does Vietnamese Party General Secretary and President To Lam’s back-to-back visits to Thailand and Singapore this week advance Vietnam’s. Article summary: This is a comprehensive, multi-leg tour (May 27–31, 2026) that positions Vietnam as a central ASEAN player. Here is the breakdown by leg.. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Three-day visit by To Lam comes as Southeast Asian neighbors expand cooperation in trade and investment and regional coordination. Vietnamese President To Lam will pay an official" source context "Vietnam’s president to visit Thailand as countries deepen strategic partnership" Reference image 2: visual subject "Over 1.8 million participants join online contest on mine accident prevention Thai Ambassador Urawad
เมื่อเครื่องบินของนายโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม ลงจอดที่ประเทศไทยในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจการทูตที่ถูกวางหมากอย่างเป็นระบบตลอด 5 วัน ซึ่งสำคัญพอๆ กับการส่งสัญญาณทางเศรษฐกิจและความมั่นคง เมื่อเขาจบการเยือนที่สิงคโปร์ในวันที่ 31 พฤษภาคม เขาจะได้หารือกับ 2 ใน 3 ชาติเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน ลงนามในแผนปฏิบัติการที่เจรจามาตั้งแต่ปี 2022 และกลายเป็นผู้นำเวียดนามคนแรกที่ได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม "แชงกรี-ลา ไดอะล็อก" (Shangri-La Dialogue) ของสถาบัน IISS
เมื่อรวมกันแล้ว การเยือนทั้งสองแห่งเป็นความพยายามที่จะเปลี่ยน "ความเป็นหุ้นส่วน" ที่เพิ่งยกระดับเมื่อไม่นานนี้ ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงด้านการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การจับมือกันในโลกดิจิทัลและสิ่งแวดล้อม และการส่งเสียงที่ชัดเจนขึ้นในวงสนทนาความมั่นคงของภูมิภาค
เวียดนามและไทยเพิ่งยกระดับความสัมพันธ์เป็น "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน" (Comprehensive Strategic Partnership - CSP) ไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ระหว่างการเยือนฮานอยของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย การเยือนของนายโต เลิมในครั้งนี้คือก้าวต่อไป นั่นคือการแปลงกรอบความร่วมมือดังกล่าวให้เป็นแผนปฏิบัติการที่จะกำหนดทิศทางความร่วมมือในอีก 50 ปีข้างหน้า
หัวใจหลักของการเยือนประเทศไทยคือ "ยุทธศาสตร์ 3 เชื่อมโยง" (Three Connections) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองรัฐบาลเห็นชอบในหลักการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 โดยมี 3 เสาหลัก ได้แก่:
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่าไทยและเวียดนามกำลัง "จัดทำแผนปฏิบัติการ" ซึ่งคาดว่าจะลงนามได้ระหว่างการเยือนครั้งนี้ โดยมองว่าเป็น "กลไกสำคัญในการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน" ด้านนายฟาน ชี แท็ง เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย ก็ให้ความเห็นที่สอดคล้องกับว่า "แผนปฏิบัติการที่มีรายละเอียดซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวง หน่วยงาน และท้องถิ่นจากทั้งสองฝ่าย" คือผลลัพธ์หลักที่ทุกคนรอคอย
ไทยเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ 2 ในเวียดนามจากอาเซียน โดยมีโครงการที่ยังดำเนินอยู่ 797 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 15,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การค้าทวิภาคีก็กำลังร้อนแรง โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 มูลค่าการค้าสองทางทะลุ 8,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025
ทั้งสองฝ่ายเคยตั้งเป้าหมายการค้าทวิภาคีไว้ที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการเยือนครั้งนี้ก็คาดว่าจะเป็นการตอกย้ำเป้าหมายดังกล่าวอีกครั้ง
สำหรับเวียดนามแล้ว ไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ตลาด แต่ยังเป็นทั้งระเบียงเศรษฐกิจทางบกและคู่ค้าด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ผลิตเวียดนามสามารถเชื่อมต่อเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคได้มากขึ้น ดังที่เอกอัครราชทูตเวียดนามได้ระบุว่า การบูรณาการที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น "จะช่วยให้เวียดนามขยายเครือข่ายการค้าโลกของตนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลกที่แข็งแกร่งของไทย"
นอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ผู้นำทั้งสองจะหารือกันในประเด็นเรื่องบทบาทของอาเซียน ทะเลจีนใต้ และความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ช่วงเวลาการเยือนยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากตรงกับการฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต โดยมีเรือรบหลวงไทยเดินทางไปเยือนเวียดนามเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองแล้ว
และคาดว่าผู้นำทั้งสองจะต่อยอดด้วยการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและประชาชนระหว่างกันให้มากขึ้น
นายโต เลิม จะเดินทางถึงสิงคโปร์ในวันที่ 29 พฤษภาคม เพื่อการเยือนระดับรัฐตามคำเชิญของประธานาธิบดีธาร์แมน โชนมุการัตนัม แต่ไฮไลท์สำคัญของวันนั้นคือการกล่าวสุนทรพจน์ในช่วงค่ำ ซึ่งเขาจะเป็น ผู้นำเวียดนามคนแรกที่ได้กล่าวคำปราศรัยเปิดการประชุม ในเวทีแชงกรี-ลา ไดอะล็อกของ IISS ซึ่งเป็นเวทีที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเอเชียในด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ
เวียดนามและสิงคโปร์เพิ่งยกระดับความสัมพันธ์เป็น CSP เมื่อเดือนมีนาคม 2025 ระหว่างการเยือนสิงคโปร์ครั้งก่อนของนายโต เลิม การประกาศนั้นมาพร้อมกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) หลายฉบับในด้าน การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และความร่วมมือด้านการค้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ระบุว่า CSP นี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็น "ฉบับแรกของสิงคโปร์กับประเทศสมาชิกอาเซียน"
การเยือนระดับรัฐครั้งนี้มีขึ้นเพื่อผลักดันให้ข้อตกลงจากบันทึกความเข้าใจเหล่านั้น กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่มีผลผูกพัน ราชพาล สิงห์ เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำเวียดนาม กล่าวว่า ทั้งสองประเทศต้องการ "ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อผลประโยชน์ทวิภาคี และเสริมสร้างความร่วมมือในสาขาใหม่ๆ เช่น ดิจิทัล การผลิตขั้นสูง และการศึกษาและการฝึกอบรมคุณภาพสูง"
สิงคโปร์ส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการมองหาความเป็นหุ้นส่วนที่นอกเหนือไปจากการลงทุนรูปแบบเดิมๆ การยกระดับความสัมพันธ์ในเดือนมีนาคม 2025 รวมถึง MOU ด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่าน QR Code, การพัฒนาดิจิทัล และนวัตกรรม และการเยือนในครั้งนี้ก็ถูกคาดหวังว่าจะมีประกาศความร่วมมือเพิ่มเติมในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสีเขียว และความร่วมมือด้านเครดิตคาร์บอน
ทั้งหมดนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์เวียดนาม-สิงคโปร์ เพราะหลายทศวรรษที่ผ่านมา เสาหลักทางเศรษฐกิจคือโครงการนิคมอุตสาหกรรมเวียดนาม-สิงคโปร์ (VSIP) บัดนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังตั้งใจเดินหน้าไปในสาขาใหม่ๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ฟินเทค พลังงานลมนอกชายฝั่ง และการผลิตขั้นสูง ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายของเวียดนามในการยกระดับห่วงโซ่มูลค่า
การกล่าวคำปราศรัยของนายโต เลิม ในวันที่ 29 พฤษภาคม มีเดิมพันที่สูงมาก การประชุมแชงกรี-ลา ไดอะล็อก 2026 จัดขึ้นระหว่าง 29-31 พฤษภาคม และการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 5 จะเจาะจงไปที่หัวข้อ "หุ้นส่วนความร่วมมือของจีนในเอเชีย-แปซิฟิก" ในปี 2025 จีนเคยยกเลิกการประชุมเต็มคณะที่เกี่ยวกับความมั่นคงของตัวเองไปเฉยๆ การเลือกผู้นำเวียดนามมาเปิดเวที จึงเป็นการส่งสัญญาณหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
สื่อ Asia Times มองว่าการคัดเลือกนี้เป็นดัชนีชี้วัด "สถานะที่สูงขึ้นของเวียดนามในวงสนทนาความมั่นคงของภูมิภาค" พร้อมระบุด้วยว่านี่เป็นโอกาสของฮานอยที่จะ "ให้ความมั่นใจแก่หุ้นส่วนของตนว่า ความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ (strategic autonomy) ของเวียดนามยังคงอยู่ แม้ว่าสายสัมพันธ์ในเชิงสถาบันกับจีนจะแน่นแฟ้นขึ้น" คำกล่าวนี้จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า โต เลิม จะวางกรอบสถาปัตยกรรมความมั่นคงของภูมิภาคอย่างไร เขาจะเน้นไปที่กลไกที่นำโดยอาเซียน, การถ่วงดุลอำนาจของชาติมหาอำนาจ, หรือวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ของเวียดนามต่อระเบียบโลกในภูมิภาค
เมื่อมองภารกิจทางการทูตทั้งหมดเป็นแคมเปญเดียว การเดินทางเยือนไทยและสิงคโปร์แบบต่อเนื่องเผยให้เห็นยุทธศาสตร์ของฮานอยที่เป็นทั้งเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงไปพร้อมๆ กัน
แน่นอนว่า มีความเสี่ยงอยู่บ้าง ดังที่นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า การปรากฏตัวบนเวทีแชงกรี-ล่า อาจถูกกลบรัศมีโดยวาระที่ใหญ่กว่าของเหล่ามหาอำนาจ แต่สำหรับเวียดนามแล้ว เพียงแค่การได้ยืนบนเวทีในฐานะผู้นำอาเซียนคนแรกที่เปิดการประชุมก็นับว่าเป็นผลสำเร็จที่มีความหมายมากที่สุดแล้ว
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
การเดินทางเยือนประเทศไทยและสิงคโปร์ของ 'โต เลิม' ระหว่าง 27 31 พ.ค. นี้ มีเป้าหมายเพื่อแปลงความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ให้เป็นแผนปฏิบัติการและข้อตกลงที่มีผลผูกพัน โดยเน้นความร่วมมือด้านดิจิทัล สีเขียว และความมั่นคง
การเดินทางเยือนประเทศไทยและสิงคโปร์ของ 'โต เลิม' ระหว่าง 27 31 พ.ค. นี้ มีเป้าหมายเพื่อแปลงความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ให้เป็นแผนปฏิบัติการและข้อตกลงที่มีผลผูกพัน โดยเน้นความร่วมมือด้านดิจิทัล สีเขียว และความมั่นคง สำหรับประเทศไทย ไฮไลท์อยู่ที่การลงนามแผนปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์ '3 เชื่อมโยง' (ห่วงโซ่อุปทาน, ธุรกิจกับท้องถิ่น, การเติบโตที่ยั่งยืน) และการเร่งเครื่องการค้าสู่เป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่สิงคโปร์จะเน้นการ...
การที่โต เลิม จะเป็นผู้นำเวียดนามคนแรกที่กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมแชงกรี ลา ไดอะล็อกในวันที่ 29 พ.ค.