Unitree ตั้งราคาหุ้น IPO จำนวน 40.45 ล้านหุ้นที่หุ้นละ 150.80 หยวน ระดมทุนประมาณ 6.1 พันล้านหยวน และมีมูลค่ากิจการราว 61 พันล้านหยวน หรือประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ [1][4] ความต้องการจากนักลงทุนรายย่อยสูงผิดปกติ โดยมีรายงานว่าจองซื้อเกินกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้มากกว่า 8,000 เท่า ขณะที่เอกสารอ้างอิงจากตลาดหลักทรัพย์อีกร...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How does Unitree Robotics’ IPO on China’s Shanghai STAR Market reflect investor optimism about the commercialization of embodied or physical. Article summary: Unitree’s IPO is a powerful signal that Chinese investors are pricing humanoid robots as a plausible next platform for AI commercialization—not as a mature, proven market. The demand validates optimism in “physical AI,” . Topic tags: general, news, general web, government, education. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, c
Unitree Robotics กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาด STAR Market ของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ การเสนอขายหุ้นครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการระดมทุนของบริษัทหุ่นยนต์รายหนึ่ง เพราะเป็นการลงคะแนนจากตลาดทุนจีนว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และ Embodied AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่รับรู้ คิด และลงมือทำในโลกจริง อาจกลายเป็นแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ลำดับถัดไปของจีน
Unitree ตั้งราคาหุ้นใหม่ 40.45 ล้านหุ้นที่หุ้นละ 150.80 หยวน คาดว่าจะระดมทุนได้ประมาณ 6.1 พันล้านหยวน และมีมูลค่ากิจการราว 61 พันล้านหยวน หรือประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ ราคานี้สะท้อนความเชื่อมั่นต่ออนาคตของ Physical AI อย่างมาก แต่ก็ทำให้บริษัทต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก เพราะนักลงทุนไม่ได้ประเมิน Unitree จากสิ่งที่หุ่นยนต์ทำได้ในวันนี้เท่านั้น หากยังใส่ความคาดหวังว่าการผลิตจะขยายตัวเร็ว ต้นทุนจะลดลง ระบบจะทำงานอัตโนมัติได้ดีขึ้น และยอดขายระยะแรกจะพัฒนาไปสู่ธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนอย่างมีนัยสำคัญ
Unitree มีแนวโน้มจะเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รายแรกที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ เปิดช่องให้นักลงทุนเข้าถึงธีม Embodied AI ผ่านบริษัทจดทะเบียนโดยตรง การเสนอขายครั้งนี้ยังมีขนาดใหญ่กว่าแผนเดิมที่ตั้งเป้าระดมทุน 4.2 พันล้านหยวน สะท้อนว่าความต้องการสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI แข็งแกร่งขึ้นระหว่างกระบวนการ IPO
แรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยร้อนแรงเป็นพิเศษ Reuters รายงานว่าหุ้นในส่วนที่จัดสรรให้นักลงทุนรายย่อยมีการจองซื้อเกินกว่า 8,000 เท่า ขณะที่รายงานอีกฉบับซึ่งอ้างอิงเอกสารจากตลาดหลักทรัพย์ระบุ 5,526 เท่า ตัวเลขที่แตกต่างกันหมายความว่าควรระมัดระวังเมื่อนำไปใช้อ้างอิงเป็นตัวเลขที่แน่นอน แต่ทั้งสองรายงานชี้ไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังดึงดูดทั้งความเชื่อมั่นเชิงธีมและแรงเก็งกำไรจากนักลงทุนจีนในระดับที่สูงผิดปกติ
การเสนอขายยังอาจกลายเป็นจุดอ้างอิงด้านมูลค่าสำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีน เทคโนโลยีและนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่มีชื่อเสียงช่วยให้ Unitree อยู่ใจกลางเรื่องราว AI และหุ่นยนต์ของจีน แต่การได้รับเงินทุนหรือการมีผู้สนับสนุนที่มีชื่อเสียงไม่ใช่หลักฐานว่าลูกค้าจะซื้อหุ่นยนต์ในปริมาณมาก
Unitree ผลิตทั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขา โดยหนังสือชี้ชวนของบริษัทที่ Forbes รายงานระบุว่า Unitree ส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลก 5,511 ตัวในปี 2025 มากกว่า 10 เท่าของยอดในปี 2024 นอกจากนี้ บริษัทระบุว่าขายหุ่นยนต์สุนัขไปแล้วมากกว่า 33,000 ตัวนับตั้งแต่ก่อตั้ง
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ Unitree มีสถานะโดดเด่นในตลาดที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น บริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่มองเห็นได้จริง มีประสบการณ์ด้านการผลิต และมียอดส่งมอบที่คู่แข่งรายใหม่จำนวนมากยังไม่มี อย่างไรก็ตาม ยอดส่งมอบเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์พร้อมเข้าสู่ตลาดวงกว้างแล้ว
การวิเคราะห์หนังสือชี้ชวนอีกฉบับระบุว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ส่วนใหญ่ที่ Unitree ส่งมอบในปี 2025 ถูกขายให้มหาวิทยาลัยและลูกค้าด้านการวิจัย ขณะที่สัดส่วนที่เข้าสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมมีขนาดเล็กกว่ามาก ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะยอดขายให้สถาบันวิจัยแสดงให้เห็นถึงความต้องการแพลตฟอร์มเพื่อการทดลอง แต่ยังไม่ยืนยันว่าหุ่นยนต์จะสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในโรงงานหรือธุรกิจบริการ
หนังสือชี้ชวนก่อนหน้านี้ของบริษัทยังยอมรับว่า การใช้งานเชิงพาณิชย์ของหุ่นยนต์สี่ขาและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังมีจำกัด คำถามหลักจึงไม่ใช่เพียงว่า Unitree ผลิตและส่งมอบหุ่นยนต์ได้หรือไม่ แต่คือ ลูกค้าจะใช้งานหุ่นยนต์บ่อยและมีประสิทธิภาพมากพอที่จะคุ้มกับต้นทุนซื้อ บำรุงรักษา และติดตั้งระบบหรือไม่
ในระยะใกล้ โอกาสของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์น่าจะอยู่ในตลาดธุรกิจกับธุรกิจ หรือ B2B มากกว่าตลาดผู้บริโภค การใช้งานที่มีความเป็นไปได้ ได้แก่
จุดดึงดูดของรูปร่างแบบมนุษย์คือ หุ่นยนต์ถูกออกแบบมาให้ทำงานในพื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อมนุษย์อยู่แล้ว ในทางทฤษฎี หุ่นยนต์ที่เดินและทำงานในพื้นที่เดิมได้อาจช่วยลดความจำเป็นในการปรับโครงสร้างโรงงานหรือสถานที่ทำงานใหม่ทั้งหมด แต่ข้อได้เปรียบนี้จะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อหุ่นยนต์มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย คล่องแคล่ว และมีราคาที่เหมาะสมกับงานนั้น
ส่วนการใช้งานในครัวเรือน เช่น ผู้ช่วยภายในบ้าน การดูแลผู้สูงอายุ การศึกษา ความบันเทิง และการเป็นเพื่อน ยังเป็นโอกาสระยะยาวมากกว่าตลาดที่พิสูจน์แล้ว การใช้งานเหล่านี้ต้องการมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความเป็นอิสระในการทำงาน การบริการหลังการขาย และความง่ายในการใช้งานที่สูงกว่า ขณะเดียวกันราคาก็มักต้องต่ำกว่าระดับที่ลูกค้าอุตสาหกรรมยอมรับได้
จุดแข็งของจีนใน Physical AI ไม่ได้มีเพียงความสามารถในการผลิตตัวหุ่นยนต์ แต่ยังรวมถึงห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมที่หนาแน่นและฐานการผลิตขนาดใหญ่ ซึ่งอาจสร้างพื้นที่จำนวนมากสำหรับติดตั้งหุ่นยนต์ เก็บข้อมูลจากการทำงาน และปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ
รายงานจากคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาของรัฐสภาสหรัฐฯ อธิบายแนวคิดนี้ว่าเป็นวงจรข้อมูลของ Physical AI การนำหุ่นยนต์ไปใช้ในโรงงาน งานวิจัย และระบบอัตโนมัติจะสร้างข้อมูลเฉพาะทางจากโลกจริง ซึ่งช่วยพัฒนาระบบรุ่นต่อไป หากวงจรนี้ทำงานได้จริง การใช้งานที่เพิ่มขึ้นจะสร้างข้อมูลเพื่อปรับปรุงการควบคุมและการรับรู้ ทำให้การติดตั้งครั้งถัดไปง่ายขึ้นและมีมูลค่ามากขึ้น
จีนยังมีศักยภาพด้านการผลิต วิศวกรรม ระบบชิ้นส่วน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จำนวนมาก นักวิเคราะห์มองว่าความลึกของภาคการผลิต บุคลากรด้านวิศวกรรม ระบบซัพพลายเออร์ และความสามารถในการผลิตซ้ำในปริมาณมาก ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยาย Physical AI ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและระบบสายส่งของจีนอาจช่วยรองรับการเติบโตของระบบ AI ที่ต้องใช้พลังงานสูง
อย่างไรก็ตาม ข้อได้เปรียบเหล่านี้ไม่ได้รับประกันว่าจีนหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่งจะเป็นผู้นำ สิ่งเหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อการขยายตัวของ Physical AI ไม่ใช่หลักฐานว่า Unitree แก้ปัญหาความน่าเชื่อถือ ความเป็นอิสระในการทำงาน หรือเศรษฐศาสตร์ต่อหน่วยได้แล้ว
มูลค่าประมาณ 61 พันล้านหยวนทำให้ IPO ของ Unitree ต้องพึ่งพาการเติบโตในอนาคตอย่างมาก ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ระบุในบทสรุปหนังสือชี้ชวนว่า บริษัทมีรายได้ประมาณ 1.7 พันล้านหยวนในปี 2025 และมีกำไรสุทธิที่ปรับด้วยรายการพิเศษแล้วราว 590 ล้านหยวน Reuters ยังรายงานว่าบริษัทคาดการณ์กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นในครึ่งแรกของปีได้สูงสุด 283 ล้านหยวน หากไม่รวมรายการครั้งเดียว
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Unitree ไม่ใช่บริษัทหุ่นยนต์ที่ยังไม่มีรายได้เลย แต่กำไรในปัจจุบันไม่ได้ยืนยันมูลค่าที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าตลาดในอนาคตจะใหญ่ขึ้นมาก การลงทุนในบริษัทจึงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนผ่านที่ท้าทายหลายด้าน ได้แก่
ความเสี่ยงคือ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจยังคงเป็นเครื่องจักรราคาแพงที่เหมาะกับงานเฉพาะกลุ่มเท่านั้น The Robot Report ระบุว่าราคาขายเฉลี่ยของหุ่นยนต์ Unitree ลดลงอย่างมากระหว่างปี 2023 ถึงช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2025 ซึ่งเป็นสัญญาณว่าราคาจับต้องได้มากขึ้น แต่ก็อาจกดดันอัตรากำไรของฮาร์ดแวร์ด้วย ราคาที่ลดลงอาจช่วยขยายตลาด แต่บริษัทอาจต้องขายสินค้าในปริมาณมากขึ้นมากเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
ความสำเร็จของ IPO Unitree อาจช่วยเปิดทางให้บริษัทในห่วงโซ่อุปทานหุ่นยนต์เข้าถึงตลาดทุนได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตแอคชูเอเตอร์และมอเตอร์ ผู้ผลิตเซนเซอร์ ผู้วางระบบ และผู้พัฒนา Embodied AI รายอื่น ขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มการแข่งขันเพื่อแย่งชิงวิศวกร กำลังการผลิต และเงินทุนเชิงกลยุทธ์
การเข้าตลาดของ Unitree ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว AgiBot ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากจีนอีกรายได้เริ่มกระบวนการเตรียม IPO ในฮ่องกง ตามรายงานของ Reuters การเคลื่อนไหวพร้อมกันของหลายบริษัทบ่งชี้ว่านักลงทุนและผู้ประกอบการกำลังมองหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เป็นอุตสาหกรรมเกิดใหม่ ไม่ใช่เรื่องราวของบริษัทเดียว
เงินทุนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะธุรกิจหุ่นยนต์ต้องใช้เงินก่อนที่จะทำกำไรในวงกว้าง บริษัทต้องใช้เงินกับการพัฒนาฮาร์ดแวร์ การผลิต ข้อมูลฝึกสอน การทดสอบความปลอดภัย การนำไปใช้งานกับลูกค้า และเงินทุนหมุนเวียน การเสนอขายหุ้นที่ประสบความสำเร็จจะช่วยยืดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนระยะแรกถอนการลงทุน และสร้างมาตรฐานมูลค่าให้คู่แข่งเอกชน
IPO ของ Unitree ยังทำให้กรอบการมองการแข่งขัน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนซับซ้อนขึ้น การเป็นผู้นำด้านโมเดลพื้นฐานและการเป็นผู้นำด้าน AI ที่มีร่างกายเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่การแข่งขันเดียวกันทั้งหมด
สหรัฐฯ ยังคงมีข้อได้เปรียบสำคัญด้านชิปประมวลผลขั้นสูง เงื่อนไขการลงทุน และประสิทธิภาพของโมเดลแนวหน้า นักวิเคราะห์ยังชี้ว่าจีนมีข้อจำกัดต่อเนื่องด้านชิปขั้นสูงและเทคโนโลยีการผลิตชิป ขณะที่ประเทศเศรษฐกิจสำคัญในเอเชียเหนือยังมีจุดแข็งด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ชิ้นส่วนความแม่นยำ ระบบอัตโนมัติในโรงงาน และหุ่นยนต์เฉพาะทาง
โอกาสของจีนคือการนำปัจจัยเหล่านี้มาผสานกับขนาดการผลิตภายในประเทศ ฐานลูกค้าอุตสาหกรรม และข้อมูลจากการใช้งานจริง รายงานวิเคราะห์ปี 2026 ของ U.S.-China Economic and Security Review Commission ระบุว่า การนำ Physical AI ไปใช้อย่างแพร่หลายอาจช่วยให้จีนสะสมข้อได้เปรียบด้านข้อมูลอุตสาหกรรมที่เป็นกรรมสิทธิ์ได้ในระยะยาว
นี่เป็นความเป็นไปได้เชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ยืนยันแล้ว สหรัฐฯ อาจนำในชั้น “สมอง” ซึ่งหมายถึงโมเดลและกำลังประมวลผล ขณะที่จีนกำลังแข่งขันอย่างจริงจังในชั้น “ร่างกาย” ซึ่งหมายถึงการผลิต การติดตั้งระบบ และการนำไปใช้งานจริง ผู้ชนะในท้ายที่สุดอาจเป็นบริษัทที่เชื่อมสองชั้นนี้เข้าด้วยกันได้ดีที่สุด
IPO ของ Unitree แสดงให้เห็นว่านักลงทุนพร้อมให้เงินทุนกับแนวคิดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ แม้ตลาดจะยังพิสูจน์ตัวเองไม่เต็มที่ หลักฐานในระยะต่อไปจึงควรมาจากผลการดำเนินงานจริงมากกว่าตัวเลขการจองซื้อ ได้แก่
การตีความ IPO ของ Unitree ที่สมดุลที่สุดคือ การเสนอขายนี้ยืนยันความเชื่อมั่นอย่างมากว่า Physical AI จะมีความสำคัญเชิงพาณิชย์ และช่วยเพิ่มเงินทุนกับการมองเห็นให้ระบบนิเวศหุ่นยนต์จีน แต่ในเวลาเดียวกัน มูลค่าประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ก็สะท้อนสมมติฐานว่าบริษัทและอุตสาหกรรมโดยรอบจะก้าวข้ามช่องว่างที่ยากที่สุดให้ได้ นั่นคือ จากการสาธิตที่น่าประทับใจและยอดขายให้ภาควิจัย ไปสู่การทำงานจริงที่ปลอดภัย ทำกำไร และขยายตัวในปริมาณมาก
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Unitree ตั้งราคาหุ้น IPO จำนวน 40.45 ล้านหุ้นที่หุ้นละ 150.80 หยวน ระดมทุนประมาณ 6.1 พันล้านหยวน และมีมูลค่ากิจการราว 61 พันล้านหยวน หรือประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ [1][4]
Unitree ตั้งราคาหุ้น IPO จำนวน 40.45 ล้านหุ้นที่หุ้นละ 150.80 หยวน ระดมทุนประมาณ 6.1 พันล้านหยวน และมีมูลค่ากิจการราว 61 พันล้านหยวน หรือประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ [1][4] ความต้องการจากนักลงทุนรายย่อยสูงผิดปกติ โดยมีรายงานว่าจองซื้อเกินกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้มากกว่า 8,000 เท่า ขณะที่เอกสารอ้างอิงจากตลาดหลักทรัพย์อีกรายงานระบุ 5,526 เท่า [3][13]
Unitree ส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลก 5,511 ตัวในปี 2025 เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าจากปีก่อน แต่ตลาดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการใช้งานเชิงอุตสาหกรรมขยายสู่ระดับมวลชนแล้ว [23][26]