แปลงเงินอัตโนมัติเมื่อจ่ายจริง
เมื่อมีการชำระเงิน ระบบจะดึง เฉพาะจำนวนเงินที่ต้องใช้ จากสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทน แล้วแปลงเพื่อชำระธุรกรรม ส่วนยอดที่เหลือยังคงฝากอยู่ใน Aave และสร้างดอกเบี้ยต่อไปจนถึงเวลานั้น
รูปแบบนี้ช่วยตัดขั้นตอนยุ่งยากที่ผู้ใช้ DeFi เคยต้องทำ เช่น ถอนเงินจากโปรโตคอล โอนไปกระดานเทรด แล้วค่อยแปลงเป็นเงินเพื่อใช้จ่าย
โทเค็นอย่าง aUSDC เป็นแกนหลักของระบบ เพราะมันคือโทเค็นที่แสดงถึงเงินฝากในตลาดการให้กู้ของ Aave เมื่อมีผู้กู้ยืมและจ่ายดอกเบี้ย มูลค่าของโทเค็นนี้ก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ถือได้รับผลตอบแทนอัตโนมัติ
MetaMask Card รองรับสินทรัพย์ลักษณะนี้โดยตรง โดยเอกสารอย่างเป็นทางการระบุว่า aUSDC และ amUSD เป็นหนึ่งในโทเค็นที่ใช้เป็นแหล่งเงินสำหรับการชำระผ่านการ์ดได้บนบางเครือข่าย เช่น Linea
เพราะโทเค็นเหล่านี้แทนเงินฝากที่ยังสร้างดอกเบี้ยอยู่ ผู้ใช้จึงสามารถปล่อยให้เงินทำงานใน DeFi ต่อไป จนถึงวินาทีที่ใช้จ่ายจริง
การเปิดตัวเกิดขึ้นเป็นหลายช่วง
ปัจจุบัน MetaMask Card เปิดให้ใช้ในหลายภูมิภาค เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป อาร์เจนตินา บราซิล แคนาดา โคลอมเบีย เม็กซิโก สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร
MetaMask เชื่อมการ์ดกับหลายเครือข่ายเพื่อใช้ในการชำระเงิน
เครือข่ายที่รองรับ ได้แก่
รายการโทเค็นที่รองรับจะแตกต่างตามเครือข่ายและประเทศ
สำหรับผู้ใช้หลายภูมิภาคนอกสหรัฐ โทเค็นที่รองรับ ได้แก่
MetaMask Card ทำงานคล้ายบัตรเดบิตทั่วไป แต่ใช้คริปโตเป็นแหล่งเงิน
รายละเอียดสำคัญ เช่น
ก่อนหน้านี้ หากต้องการใช้กำไรจาก DeFi ในชีวิตจริง ผู้ใช้ต้องผ่านหลายขั้นตอน เช่น
การรวมระบบของ Aave–MetaMask–Mastercard ช่วยลดความยุ่งยากเหล่านี้อย่างมาก โดยเชื่อม สินทรัพย์บนบล็อกเชนที่ผู้ใช้ถือครองเอง เข้ากับโครงสร้างการชำระเงินระดับโลก
ผลลัพธ์คือ ผู้ใช้สามารถ
แนวคิดนี้ทำให้เงินฝากใน DeFi กลายเป็น ยอดเงินที่ใช้จ่ายได้จริง และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโลกการเงินแบบกระจายศูนย์กับระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิม