ปัญหาคือระบบ QA แบบเดิมถูกออกแบบมาสำหรับรอบพัฒนาที่ช้ากว่านี้ โดยมักพึ่งพา test script ที่มนุษย์เขียนและดูแลเอง ซึ่งมีข้อเสียหลายอย่าง เช่น
Holmes ต้องการแก้ปัญหานี้ด้วยการเปลี่ยน QA จากระบบที่พึ่งพาสคริปต์ มาเป็น ระบบทดสอบอัตโนมัติด้วย AI แทน
แนวคิดหลักของ Holmes คือไม่ให้ทีมต้องกำหนด test case ด้วยตัวเอง แต่ให้ระบบเรียนรู้พฤติกรรมของแอปและผู้ใช้ แล้วทดสอบให้เองแบบต่อเนื่อง
ความสามารถหลักของแพลตฟอร์ม ได้แก่
ในทางปฏิบัติ ทีมพัฒนาสามารถเพียงใส่ URL ของผลิตภัณฑ์ ให้ระบบ จากนั้นแพลตฟอร์มจะสำรวจแอป รันการทดสอบตาม flow สำคัญ และรายงานปัญหาที่พบโดยอัตโนมัติ
Holmes ก่อตั้งในเมืองเกนต์โดยผู้ประกอบการเทคโนโลยีสามคน ได้แก่
ผู้ก่อตั้งทั้งสามมีประสบการณ์สร้างสตาร์ทอัพมาก่อน และเคยมีการ exit ธุรกิจสำเร็จ ซึ่งช่วยให้พวกเขาเข้าใจปัญหาจริงใน workflow ของทีมวิศวกรซอฟต์แวร์
รอบ pre‑seed มูลค่า €1.1 ล้าน ของ Holmes นำโดยกองทุน Syndicate One
นักลงทุนที่ร่วมรอบนี้ยังรวมถึงผู้ก่อตั้งและผู้ประกอบการจากระบบนิเวศเทคของเบลเยียม เช่น
รวมถึงกองทุนร่วมลงทุนอย่าง NewSchool.vc, RDY Capital และ 100IN
เงินทุนรอบแรกนี้จะถูกใช้เพื่อ
ในช่วงเปิดตัว บริษัทกำลังทำงานร่วมกับ design partners ประมาณ 30 ราย เพื่อนำแพลตฟอร์มไปทดสอบในสภาพแวดล้อมการพัฒนาซอฟต์แวร์จริง
เมื่อ AI ทำให้การสร้างซอฟต์แวร์เร็วขึ้น ความท้าทายหลักของทีมวิศวกรจึงเปลี่ยนจากการเขียนโค้ด มาเป็นการ ทำให้มั่นใจว่าระบบที่เปลี่ยนเร็วมากยังทำงานถูกต้องสำหรับผู้ใช้
แพลตฟอร์มอย่าง Holmes จึงพยายามเปลี่ยน QA จากขั้นตอนที่ช้าและใช้แรงงานคน ให้กลายเป็น ชั้นความปลอดภัยอัตโนมัติ ที่ทำงานตลอดเวลา ซึ่งอาจกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาซอฟต์แวร์ในยุค AI หากแนวคิดนี้ประสบความสำเร็จ