AGONG อธิบายว่าระเบียนดังกล่าวป้องกันการแก้ไขและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี SOS ร่วมกับ MasChain ขณะที่รายงานจากภายนอกใช้คำอธิบายว่าเป็นระเบียนที่ “แก้ไขย้อนหลังได้ยาก” มากกว่าจะเป็นระบบพิสูจน์สายพันธุ์ด้วยห้องปฏิบัติการ
ประโยชน์หลักคือการทำให้คำกล่าวอ้างที่มักตรวจสอบได้ยากหลังเก็บเกี่ยว ขนส่ง และแกะเปลือกแล้ว มองเห็นได้มากขึ้น
หลังสแกน ลูกค้าสามารถตรวจดูว่ากล่องระบุสายพันธุ์เป็น Mao Shan Wang หรือที่รู้จักในชื่อ Musang King หรือเป็น Black Thorn รวมถึงดูว่าสินค้าอ้างว่ามาจากสวนใด เว็บไซต์ของ AGONG ระบุว่าแหล่งจัดหามาจากฟาร์มที่ได้รับการรับรอง MyGAP ในเมืองราอูบ รัฐปะหัง และโฆษณาการติดตามย้อนกลับถึงระดับสวน พร้อมการยืนยันต้นทางด้วยพิกัด GPS
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบสายพันธุ์ สถานที่ปลูก และเอกสารที่ระบุไว้กับราคาพรีเมียมที่ต้องจ่าย ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ขายแยกสินค้าที่มีเอกสารกำกับออกจากทุเรียนทั่วไปที่ไม่มีประวัติแหล่งที่มาชัดเจน
ในกรณีนี้ควรมองบล็อกเชนเป็น “ห่วงโซ่ข้อมูลที่ได้รับการปกป้อง” ไม่ใช่เซนเซอร์หรือห้องแล็บอาหาร บล็อกเชนอาจทำให้รายการที่บันทึกไว้เปลี่ยนแปลงภายหลังได้ยาก แต่ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินเองว่าทุเรียนลูกนั้นคือ Mao Shan Wang หรือ Black Thorn
ความน่าเชื่อถือของระบบจึงขึ้นอยู่กับการควบคุมก่อนข้อมูลเข้าสู่บัญชีรายการดิจิทัล เช่น การระบุสายพันธุ์ทำอย่างไร มีการตรวจสอบข้อมูลสวนและผู้จัดหาในระดับใด และสินค้าจริงยังเชื่อมโยงกับรหัสดิจิทัลเดิมตลอดขั้นตอนบรรจุและจัดส่งหรือไม่ คำอธิบายที่มีอยู่ยืนยันว่า AGONG ให้ข้อมูลแหล่งที่มาผ่าน QR Code แต่ไม่ได้ยืนยันว่าบล็อกเชนทำหน้าที่ตรวจสอบพันธุกรรม พฤกษศาสตร์ หรือรสสัมผัสของทุเรียน
ความแตกต่างนี้สำคัญมาก QR Code ช่วยให้คำกล่าวอ้างโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น แต่คำว่า “บันทึกบนบล็อกเชน” ไม่ควรถูกตีความว่า “บล็อกเชนพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว”
ผู้ซื้อทุเรียนพรีเมียมมักมีข้อจำกัดในการตรวจสอบสายพันธุ์และแหล่งกำเนิดก่อนซื้อ โดยเฉพาะเมื่อทุเรียนถูกแกะเปลือกและบรรจุในกล่องปิดสนิท รายงานเกี่ยวกับ AGONG ระบุว่า บริษัทเลือกทุเรียนเป็นสินค้าชนิดแรกสำหรับระบบติดตามด้วยบล็อกเชน เพราะผู้ซื้อ Musang King ระดับพรีเมียมจำนวนหนึ่งไม่สามารถยืนยันความแท้ได้ก่อนจ่ายเงิน
การเปิดตัวเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน ผลผลิตทุเรียนมาเลเซียที่ออกมามากทำให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดและกดราคาทุเรียนในสิงคโปร์ โดยมีรายงานว่า Musang King เคยลงไปถึงประมาณ S$8 ต่อกิโลกรัมในบางพื้นที่ รายงานอื่นก็ระบุว่าภาวะผลผลิตล้นตลาดเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาลดลงอย่างชัดเจน
ในสภาพตลาดเช่นนี้ การมีข้อมูลแหล่งที่มาชัดเจนจึงเป็นอีกทางที่แบรนด์พรีเมียมใช้สร้างความแตกต่าง AGONG ไม่ได้พึ่งเพียงชื่อสายพันธุ์ คำบรรยายรสชาติ หรือชื่อเสียงของผู้ขาย แต่ทำให้ประวัติที่อ้างว่าอยู่ตลอดห่วงโซ่อุปทานกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ซื้อ
ข้อเสนอของ AGONG เข้าใจง่าย: สแกนก่อน แล้วค่อยตรวจดูข้อมูลบนกล่อง ลูกค้าสามารถดูสายพันธุ์ที่ระบุ ตำแหน่งสวน ข้อมูลผู้จัดหา รายละเอียดการรับรอง และประวัติการเดินทางของสินค้า ก่อนตัดสินใจว่าราคาพรีเมียมนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่
ระบบนี้มีประโยชน์มากที่สุดในฐานะเครื่องมือเพิ่มความโปร่งใส เพราะช่วยลดช่องว่างระหว่างกล่องทุเรียนจริงกับเรื่องราวที่ขายควบคู่กันมา อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญยังอยู่ที่คุณภาพของการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง บล็อกเชนอาจทำให้ประวัติแหล่งที่มาแก้ไขใหม่ได้ยากขึ้น แต่ความน่าเชื่อถือท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับว่าทุเรียนถูกระบุอย่างถูกต้องเพียงใด และแต่ละขั้นตอนถูกบันทึกไว้อย่างรอบคอบแค่ไหน