รูปแบบการใช้งานที่มีการรายงานไว้เป็นระบบเมนูอย่างง่าย:
แนวทางนี้ช่วยลดการพึ่งพาการเคลื่อนไหวมือที่แม่นยำ การพูด หรือการเพ่งสายตาไปยังจุดใดจุดหนึ่งเป็นเวลานาน ขณะเดียวกัน การจำกัดคำสั่งไว้เป็นเมนูที่กำหนดล่วงหน้าอาจทำให้การสื่อสารเรื่องจำเป็นมีโครงสร้างและตรวจสอบได้ง่ายกว่าการพยายามถอดรหัสความคิดแบบเปิดกว้าง
ตัวอย่างการใช้งานที่มีการรายงานเน้นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน เช่น
ระบบยังมีการอธิบายว่าสามารถทำงานร่วมกับแอปและอุปกรณ์ภายนอกผ่านแล็ปท็อปหรือแท็บเล็ตที่เชื่อมต่ออยู่ ตัวอย่างเช่น ส่งข้อความ WhatsApp ที่เขียนเตรียมไว้ ดูวิดีโอ YouTube และควบคุมฟังก์ชันบางอย่างของบ้านอัจฉริยะ
อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่านี่คือตัวอย่างคำสั่งที่รองรับหรือมีการสาธิต ไม่ใช่การรับประกันว่าผู้ใช้ทุกคนจะควบคุมทุกฟังก์ชันใน WhatsApp, YouTube หรือระบบสมาร์ตโฮมได้ทั้งหมด ข้อมูลที่มีอยู่กล่าวถึงเมนูเฉพาะบุคคลและคำสั่งที่เลือกไว้ ไม่ใช่การเข้าถึงแอปอย่างไร้ข้อจำกัด
โรงพยาบาล Tan Tock Seng Hospital (TTSH) ในสิงคโปร์ประกาศการทดลองทางคลินิกเป็นเวลา 18 เดือน เริ่มเดือนมิถุนายน 2026 กับผู้ป่วยประมาณ 30 คน กลุ่มผู้เข้าร่วมที่วางแผนไว้ประกอบด้วยผู้รอดชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองที่มีปัญหาด้านการสื่อสารและการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยโรคเซลล์ประสาทสั่งการ และผู้มีภาวะสมองพิการ
คำถามสำคัญของการทดลองไม่ใช่เพียงว่าอุปกรณ์ทำงานในสาธิตได้หรือไม่ แต่คือสามารถสื่อสารได้เร็วและน่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับการดูแลจริงหรือไม่ โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้วิธีทั่วไปอย่างการพูด เขียน พิมพ์ ชี้ หรือการสบตาอย่างมั่นคงได้ยาก
TTSH ยังเตรียมประเมินว่าเทคโนโลยีนี้จะนำไปใช้ร่วมกับงานบำบัดการพูดได้หรือไม่ ทั้งในระยะดูแลผู้ป่วยเฉียบพลัน การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการใช้งานที่บ้าน การทดสอบในบริบทเหล่านี้มีความหมายมากกว่าการสาธิตระยะแรก เพราะอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ใช้งานได้จริงต้องทำงานสม่ำเสมอกับผู้ใช้ที่มีโรค ความสามารถ และสภาพแวดล้อมการดูแลแตกต่างกัน
ราคาที่ระบุสำหรับโรงพยาบาลอยู่ที่ประมาณ 2,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อชุด ขณะที่ระบบสื่อสารด้วยการมอง หรือ eye-gaze มีรายงานว่าราคาอยู่ราว 10,000–25,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ แม้ความเหมาะสมจะแตกต่างกันไป และผู้ใช้บางรายอาจเพ่งสายตาหรือควบคุมศีรษะให้นิ่งต่อเนื่องได้ยาก
ส่วน BCI แบบฝังอุปกรณ์ในสมอง หรือ intracortical BCI ใช้ขั้วไฟฟ้าที่ผ่าตัดฝังไว้เพื่อบันทึกสัญญาณจากภายในสมอง วิธีนี้อาจให้ข้อมูลประสาทที่มีความละเอียดสูงกว่าและรองรับการควบคุมคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ได้ แต่ต้องแลกกับการผ่าตัด ความเสี่ยงทางการแพทย์ และการสนับสนุนทางเทคนิคจำนวนมาก
ดังนั้น จุดขายของ Neural Drive ไม่ใช่การอ้างว่าสามารถให้ความละเอียดของสัญญาณเทียบเท่าอุปกรณ์ฝังในสมอง แต่คือการนำเสนอทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดและอาจมีราคาจับต้องได้มากกว่า สำหรับภารกิจสื่อสารที่จำเป็นและมีขอบเขตชัดเจน การทดลองของ TTSH จะช่วยตอบว่าความสมดุลระหว่างความง่ายในการใช้งาน ราคา และประสิทธิภาพนั้นคุ้มค่าจริงหรือไม่
Neural Drive ก่อตั้งในช่วงต้นปี 2025 โดย Khambhati Mohammed Huzefa, Kaushik Manian, Nyan Lin และ Raymond Loong Ng ทั้งสี่คนพบกันผ่านกิจกรรมแฮกกาธอน และมีพื้นฐานจากแวดวงเทคโนโลยีและวิศวกรรมของสิงคโปร์
Huzefa กล่าวว่า ประสบการณ์การทำหน้าที่แพทย์สนามกับ Singapore Civil Defence Force มีอิทธิพลต่อทิศทางของบริษัท เขาเคยพบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ยังรู้สึกตัว แต่ไม่สามารถบอกครอบครัวหรือบุคลากรทางการแพทย์ได้ว่ากำลังเจ็บปวดหรือต้องการอะไร
ที่มาเช่นนี้อธิบายได้ว่าทำไมผลิตภัณฑ์จึงเน้นข้อความสั้นและเป็นรูปธรรม เป้าหมายหลักไม่ใช่การโชว์เทคโนโลยีควบคุมคอมพิวเตอร์แบบล้ำอนาคต แต่คือการลดการคาดเดาเมื่อต้องดูแลความต้องการพื้นฐานของผู้ป่วย
ทีมงานรายงานว่าได้จัดการทดลองใช้ที่บ้านเป็นเวลาสองสัปดาห์กับผู้ใช้ประมาณ 60 คน เพื่อเก็บความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ หนึ่งในกรณีที่มีการรายงานคือผู้รอดชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองวัย 67 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ครอบครัวต้องอาศัยเสียงครางและการคาดเดา เพราะเขาไม่สามารถเปล่งคำพูดได้ชัดเจน อุปกรณ์นี้มีเป้าหมายเพื่อให้เขาสามารถเลือกสิ่งที่ต้องการได้โดยตรงและเรียบง่าย
กรณีเหล่านี้ชี้ว่าอุปกรณ์อาจมีประโยชน์ต่อทั้งผู้ใช้และผู้ดูแล แต่ยังเป็นข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นระยะแรก ไม่ใช่หลักฐานตีพิมพ์ที่ยืนยันประสิทธิผลทางคลินิก การทดลองอย่างเป็นทางการของ TTSH จึงเป็นบททดสอบที่สำคัญกว่าสำหรับประเมินความสะดวก ความน่าเชื่อถือ และคุณค่าทางการแพทย์
ข้อมูลที่มีอยู่สนับสนุนว่าอุปกรณ์ออกแบบมาให้ไม่ต้องผ่าตัด มีการระบุราคาสำหรับโรงพยาบาล และมีแผนทดลองกับ TTSH แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าอุปกรณ์ได้รับการอนุมัติจากโรงพยาบาลหรือหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว รวมถึงยังไม่มีการยืนยันกำหนดการจำหน่ายตรงให้ผู้บริโภค
นอกจากนี้ หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่รองรับคำยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะบริจาคอุปกรณ์จำนวน 1,000 ชุด ส่วนราคาสำหรับครอบครัวในสิงคโปร์ที่อาจได้รับการอุดหนุนเหลือ 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ภายในปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027 ควรถือเป็นความคาดหวังที่มีการรายงานไว้ ไม่ใช่โครงการจำหน่ายที่ยืนยันแล้ว
สำหรับคนที่ไม่สามารถพูดหรือเคลื่อนไหวได้อย่างน่าเชื่อถือ การขอความช่วยเหลือ เลือกอาหาร ส่งข้อความ หรือเปิดไฟ ไม่ได้เป็นเพียงความสะดวก แต่คือช่องทางโดยตรงในการแสดงความต้องการและความชอบ โดยไม่ต้องให้ผู้ดูแลเป็นผู้ตีความทุกอย่างแทน
นี่คือเหตุผลที่ Neural Drive น่าสนใจที่สุดในเชิงการใช้งานจริง อุปกรณ์พยายามคืนความสามารถในการตัดสินใจเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันให้ผู้ใช้ โดยไม่ต้องผ่าตัดสมอง แต่คำถามสำคัญว่าอุปกรณ์จะทำได้สม่ำเสมอเพียงใด และเหมาะกับผู้ป่วยกลุ่มใด จะต้องรอคำตอบจากการทดสอบทางคลินิก ไม่ใช่จากการสาธิตระยะแรกเพียงอย่างเดียว