Leonardo เซ็นสัญญาประมาณ €320 ล้านกับ Abu Dhabi Ship Building เพื่อจัดหาระบบการรบทางเรือยุคใหม่สำหรับเรือมิสไซล์ Falaj‑3 ของกองทัพเรือคูเวต ภายใต้โครงการ Al Dorra [2][4] โครงการทั้งหมดอยู่ภายใต้สัญญามูลค่า 2.45 พันล้านดอลลาร์ระหว่าง EDGE Group กับกระทรวงกลาโหมคูเวต เพื่อออกแบบ สร้าง และส่งมอบเรือมิสไซล์ยาว 62 เมตร [...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How does Leonardo’s €320 million contract with Abu Dhabi Ship Building support Kuwait’s “Al Dorra” missile boat programme, what systems and. Article summary: Leonardo signed a contract worth about €320 million with Abu Dhabi Ship Building, the naval division of EDGE Group, to supply next-generation naval combat systems for Kuwait’s “Al Dorra” new naval units programme.. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "From Left to Right: Tommaso Pani, Senior Vice President Marketing and Sales Leonardo Aeronautics Division, Massimiliano Mazzanti, Italian Ambassador in Peru, TTG FAP Javier Tryon C" source context "LEONARDO SIGNS MAJOR NAVAL COMBAT SYSTEMS ..." Reference image 2: visual subject "20-05-2026 - LEONARDO SIGNS MAJOR NAVAL COMBAT SYSTEMS CON
โครงการเรือมิสไซล์ “Al Dorra” ของกองทัพเรือคูเวต ถือเป็นหนึ่งในโครงการจัดหาเรือรบที่มีมูลค่าสูงที่สุดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จุดศูนย์กลางของโครงการคือสัญญามูลค่า 2.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่รัฐบาลคูเวตมอบให้กับกลุ่มเทคโนโลยีและกลาโหมจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่าง EDGE Group เพื่อออกแบบ สร้าง และส่งมอบเรือมิสไซล์รุ่นใหม่ Falaj‑3 ให้กับกองทัพเรือคูเวต
ภายในโครงการขนาดใหญ่ดังกล่าว บริษัทอุตสาหกรรมกลาโหมจากอิตาลี Leonardo ได้รับ สัญญาช่วงมูลค่า €320 ล้าน เพื่อจัดหาระบบการรบทางเรือรุ่นใหม่สำหรับเรือเหล่านี้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรือสามารถปฏิบัติการรบได้จริง
Leonardo ได้ลงนามข้อตกลงกับ Abu Dhabi Ship Building (ADSB) ซึ่งเป็นบริษัทต่อเรือของกลุ่ม EDGE เพื่อจัดหาระบบการรบทางเรือขั้นสูงให้กับเรือในโครงการ Al Dorra ของคูเวต มูลค่าสัญญาประมาณ €320 ล้าน (ราว 371 ล้านดอลลาร์)
ระบบเหล่านี้จะถูกติดตั้งบนเรือมิสไซล์ Falaj‑3 configuration ที่กำลังก่อสร้างสำหรับกองทัพเรือคูเวต
ความร่วมมือนี้ยังต่อยอดจากความสัมพันธ์ทางอุตสาหกรรมระหว่าง Leonardo กับ ADSB/EDGE ที่มีมานาน โดยทั้งสองฝ่ายเคยร่วมโครงการที่นำไปสู่การส่งมอบเรือรบมากกว่า 25 ลำ ในอดีต
ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะระบุเพียงว่า Leonardo จะจัดหา “ระบบการรบทางเรือรุ่นใหม่ (next‑generation naval combat systems)” สำหรับเรือในโครงการนี้
โดยทั่วไปแล้ว ระบบการรบทางเรือจะเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่รวมเทคโนโลยีหลายด้านเข้าด้วยกัน เช่น
Leonardo เป็นหนึ่งในบริษัทที่พัฒนา ระบบการรบแบบบูรณาการ (integrated naval combat systems) ซึ่งรวมเซ็นเซอร์ เรดาร์ ซอฟต์แวร์ควบคุม และระบบอิเล็กทรอนิกส์ภารกิจไว้ในโครงสร้างเดียว เพื่อให้เรือสามารถตรวจจับภัยคุกคาม ประสานการใช้อาวุธ และควบคุมสถานการณ์ทางยุทธวิธีได้แบบเรียลไทม์
อย่างไรก็ตาม รายงานที่เผยแพร่เกี่ยวกับสัญญานี้ ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของอุปกรณ์ย่อย เช่น รุ่นเรดาร์ ระบบควบคุมการยิง หรือซอฟต์แวร์จัดการการรบที่แน่ชัด
สัญญาของ Leonardo เป็นเพียงหนึ่งส่วนของโครงการขนาดใหญ่ที่นำโดย EDGE Group
ในเดือน มิถุนายน 2025 EDGE ได้ลงนามข้อตกลงมูลค่า 2.45 พันล้านดอลลาร์ กับกระทรวงกลาโหมคูเวต เพื่อจัดหาเรือมิสไซล์ Falaj‑3 ความยาว 62 เมตร ให้กับกองทัพเรือ
ภายใต้ข้อตกลงนี้ EDGE ทำหน้าที่เป็น ผู้รับเหมาหลัก (prime contractor) ดูแลทั้งโครงการ ตั้งแต่
สัญญายังครอบคลุมถึง
ดีลนี้ถูกมองว่าเป็น การส่งออกการต่อเรือทางทหารที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค และเป็นหนึ่งในสัญญาส่งออกด้านเรือรบที่มีมูลค่าสูงของโลก
โครงสร้างของโครงการจึงแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน:
รูปแบบนี้เป็นมาตรฐานของโครงการเรือรบสมัยใหม่ ซึ่งบริษัทต่อเรือจะรวมระบบภารกิจจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับแพลตฟอร์มเรือ
ความร่วมมือระหว่าง Leonardo และ EDGE ยังสะท้อนแนวโน้มสำคัญในอุตสาหกรรมกลาโหมระหว่างประเทศ
ในอดีต หลายประเทศในตะวันออกกลางมักซื้อเรือรบที่สร้างเสร็จจากบริษัทตะวันตกโดยตรง แต่ปัจจุบันประเทศในอ่าวกำลังพัฒนา อุตสาหกรรมกลาโหมของตนเอง และให้บริษัทในภูมิภาคทำหน้าที่ผู้รับเหมาหลัก
ในโมเดลใหม่นี้:
แนวทางดังกล่าวช่วยให้ประเทศอ่าวสามารถขยายขีดความสามารถด้านการผลิตและการส่งออกด้านกลาโหม ขณะเดียวกันยังใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงของผู้ผลิตยุโรป
โครงการ Al Dorra จึงเป็นตัวอย่างของ โครงสร้างอุตสาหกรรมหลายชั้น ในการจัดหาเรือรบยุคใหม่
ในกรณีของคูเวต สัญญา €320 ล้านของ Leonardo คือส่วนของระบบการรบที่ทำให้เรือ Falaj‑3 กลายเป็นแพลตฟอร์มรบเต็มรูปแบบ ไม่ใช่เพียงโครงเรือและเครื่องยนต์เท่านั้น
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Leonardo เซ็นสัญญาประมาณ €320 ล้านกับ Abu Dhabi Ship Building เพื่อจัดหาระบบการรบทางเรือยุคใหม่สำหรับเรือมิสไซล์ Falaj‑3 ของกองทัพเรือคูเวต ภายใต้โครงการ Al Dorra [2][4]
Leonardo เซ็นสัญญาประมาณ €320 ล้านกับ Abu Dhabi Ship Building เพื่อจัดหาระบบการรบทางเรือยุคใหม่สำหรับเรือมิสไซล์ Falaj‑3 ของกองทัพเรือคูเวต ภายใต้โครงการ Al Dorra [2][4] โครงการทั้งหมดอยู่ภายใต้สัญญามูลค่า 2.45 พันล้านดอลลาร์ระหว่าง EDGE Group กับกระทรวงกลาโหมคูเวต เพื่อออกแบบ สร้าง และส่งมอบเรือมิสไซล์ยาว 62 เมตร [5][11]
ดีลนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ในอุตสาหกรรมกลาโหม: บริษัทจากตะวันออกกลางทำหน้าที่ผู้รับเหมาหลัก ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีจากยุโรปจัดหาระบบภารกิจขั้นสูง