IBM Nighthawk r2 หรือ ibm phoenix มีคิวบิตที่โปรแกรมได้ 120 ตัว และทำรันวงจรได้มากกว่า 100,000 ครั้งต่อวินาที ซึ่ง IBM ระบุว่าสูงกว่ากลุ่ม Heron ราว 25 เท่า [1][17] หัวใจของความเร็วคือการรีเซ็ตคิวบิตแบบแอ็กทีฟรายตัว ลดค่า T1 ที่มีผลระหว่างรีเซ็ตจากราว 200 ไมโครวินาทีเหลือราว 25 นาโนวินาที และลดช่วงหน่วงระหว่างการรัน...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How does IBM’s 120-qubit Nighthawk r2 quantum processor, deployed as IBM Phoenix, achieve more than 100,000 circuit executions per second—25. Article summary: IBM Phoenix (Nighthawk r2) gets its reported >100,000 circuit executions per second primarily by eliminating reset wait time—not by adding more computational qubits. Its 120 independently resettable qubits can be activel. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
IBM Nighthawk r2 ซึ่งให้ใช้งานบน IBM Quantum Platform ภายใต้ชื่อ ibm_phoenix ไม่ได้เร่งความเร็วด้วยการเพิ่มจำนวนคิวบิตที่ผู้ใช้สั่งงานได้ แต่แก้คอขวดที่มักถูกมองข้ามของคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบตัวนำยิ่งยวด นั่นคือ เวลาที่ต้องรอให้คิวบิตกลับสู่สถานะเริ่มต้นหลังจบรอบการคำนวณ
IBM ระบุว่าชิป 120 คิวบิตรุ่นนี้รันวงจรได้มากกว่า 100,000 ครั้งต่อวินาที หรือราว 25 เท่าของอัตราการส่งผ่านวงจรของระบบ Heron ในปัจจุบัน 1
17
โปรแกรมควอนตัมมักต้องทำซ้ำวงจรเดิมจำนวนมาก หรือที่เรียกว่า shots เพื่อรวบรวมสถิติจากผลการวัด เช่น ความน่าจะเป็นของผลลัพธ์หรือค่าปริมาณทางฟิสิกส์ หลังจบรอบ คิวบิตแบบตัวนำยิ่งยวดอาจยังอยู่ในสถานะกระตุ้น จึงต้องกลับสู่สถานะพื้นก่อนเริ่มรอบถัดไป
เดิม IBM ตั้งค่าเวลาหน่วงระหว่างการรันไว้ที่ 250 ไมโครวินาที แต่ Nighthawk r2 ลดเหลือ 1 ไมโครวินาที 17 จุดนี้เองที่ผลักดันอัตราการรันให้สูงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเกตควอนตัมแต่ละเกตทำงานเร็วขึ้น 25 เท่า
ดังนั้น ตัวเลข 25 เท่าจึงหมายถึง อัตราการส่งผ่านของวงจร หรือจำนวนครั้งที่ระบบทำวงจรซ้ำและเก็บผลวัดได้ต่อวินาที ไม่ใช่คำรับประกันว่าอัลกอริทึมทุกชนิดจะเร็วขึ้น 25 เท่า หรือเป็นหลักฐานของความได้เปรียบควอนตัมแบบทั่วไป
Nighthawk r2 เปลี่ยนจากการรีเซ็ตแบบมีเงื่อนไขและการปล่อยให้คิวบิตพักเอง มาใช้ชุดรีเซ็ตแบบสลายพลังงาน (dissipative reset gadget) แยกให้คิวบิตที่โปรแกรมได้ทุกตัว
ตัวเชื่อมต่อแบบปรับจูนได้ที่มีช่วงไดนามิกสูง จะเชื่อมคิวบิตเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เย็นมากเป็นการชั่วคราว เพื่อดึงพลังงานกระตุ้นออกและพาคิวบิตกลับสู่สถานะพื้นตามต้องการ 1
4
IBM รายงานว่า ค่าเวลาคลายตัวเชิงประสิทธิผล หรือ T1 ค่ามัธยฐาน เปลี่ยนจากราว 200 ไมโครวินาทีเมื่อไม่เปิดรีเซ็ต เหลือราว 25 นาโนวินาทีเมื่อเปิดใช้งานรีเซ็ต ขณะที่ช่วงหน่วงระดับระบบระหว่างการรันวงจรอยู่ที่ราว 1 ไมโครวินาที ซึ่งยังรวมเวลาสำหรับการควบคุม การวัด และโอเวอร์เฮดอื่น ๆ นอกเหนือจากการรีเซ็ตทางกายภาพ 3
17
พูดอย่างง่าย IBM เปลี่ยนการรีเซ็ตจากช่วงเวลาที่ต้อง “รอ” ให้เป็นปฏิบัติการฮาร์ดแวร์ที่สั่งทำได้
Nighthawk r2 มีคิวบิตตัวนำยิ่งยวดที่ตั้งโปรแกรมได้ 120 ตัว พร้อมองค์ประกอบสนับสนุน ได้แก่
IBM ระบุว่าการออกแบบรีเซ็ตรายคิวบิตมีข้อสำคัญ 3 ประการ
ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลการทดสอบที่ IBM รายงานเอง จึงสะท้อนว่ารีเซ็ตเร็วสามารถอยู่ร่วมกับคุณภาพเกตตามที่บริษัทระบุได้ แต่ยังไม่ใช่การพิสูจน์อิสระว่าระบบทนต่อความผิดพลาดแล้ว
ประโยชน์สูงสุดน่าจะอยู่ในงานที่ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการรันซ้ำ การวัด หรือการควบคุมแบบไดนามิก หากต้องรันวงจรนับพันหรือนับล้านครั้งเพื่อประเมินค่าทางฟิสิกส์ การตัดเวลารอหลังจบรอบออกไปส่วนใหญ่ย่อมลดเวลารวมของงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
IBM รายงานว่าสามารถประเมินค่าปริมาณสังเกตได้อย่างแม่นยำบนวงจรที่มีเกตกว่า 7,500 เกต และรายงานความเร็วเพิ่มขึ้น 12 เท่าในการจำลองการกระเจิงของนิวตรอน โดยสร้างสเปกตรัมที่เทียบได้กับข้อมูลห้องปฏิบัติการในเวลาราว 60 วินาที 20
ผลเหล่านี้ชี้ว่าการส่งผ่านที่สูงขึ้นช่วยลดเวลาของเวิร์กโหลดเฉพาะได้ แต่ไม่ควรตีความว่าแอปพลิเคชันทุกชนิดจะเร็วขึ้น 12 เท่าหรือ 25 เท่า
การรีเซ็ตเร็วไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะช่วงระหว่างการรันวงจรเท่านั้น แต่มีความสำคัญภายในวงจรด้วย ระบบแก้ไขข้อผิดพลาดควอนตัมต้องวัดคิวบิตเสริม หรือคิวบิตตรวจสอบความผิดพลาด (ancilla หรือ syndrome qubit) ซ้ำ ๆ เพื่อค้นหาความผิดพลาดที่กระทบคิวบิตข้อมูล จากนั้นคิวบิตเสริมต้องถูกรีเซ็ตก่อนเริ่มรอบตรวจสอบถัดไป
การวัดและรีเซ็ตระหว่างวงจรช่วยให้คิวบิตเสริมถูกวัด ตั้งค่าเริ่มต้นใหม่ และนำกลับมาใช้ได้ แทนที่จะรอให้คลายตัวเองตามธรรมชาติ IBM ระบุว่า Nighthawk r2 รองรับการรีเซ็ตความเร็วสูงแบบอิสระ การรีเซ็ตระหว่างวงจร และวงจรไดนามิก เพื่อใช้ในการวิจัยการแก้ไขข้อผิดพลาดควอนตัม 17
19
อย่างไรก็ดี ความสามารถนี้ ไม่ได้ทำให้ Nighthawk r2 เป็นเครื่องที่ทนต่อความผิดพลาด แต่เป็นความสามารถระดับฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นต่อการทดลองและระบบแก้ไขข้อผิดพลาดในอนาคต
Nighthawk r2 ยังคงมีคิวบิตที่โปรแกรมได้ 120 ตัวเท่าเดิม แต่เน้นความเร็ว การเชื่อมต่อ คุณภาพการตั้งต้น และประสิทธิภาพของเกตมากขึ้น สถาปัตยกรรม Nighthawk ใช้โครงข่ายแบบสี่เหลี่ยมที่คิวบิตหนึ่งตัวเชื่อมต่อได้สูงสุด 4 เพื่อนบ้าน เทียบกับโครงสร้าง heavy-hex รุ่นก่อนหน้าที่เชื่อมได้สูงสุด 3 เพื่อนบ้าน 22
IBM วางตำแหน่งตระกูล Nighthawk เป็นแพลตฟอร์มสำหรับสำรวจและขยายความได้เปรียบควอนตัม ก่อนจะไปถึงระบบทนต่อความผิดพลาดขนาดใหญ่
สาระสำคัญคือ จำนวนคิวบิตเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าชิปจะทำงานที่มีประโยชน์ได้มากแค่ไหน ระบบยังต้องมีการทำงานที่แม่นยำ การเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพ การตั้งต้นคิวบิตที่เชื่อถือได้ และอัตราการรันสูงพอจะเก็บผลลัพธ์ในเวลาที่ใช้งานได้จริง
IBM ไม่ได้นำเสนอ Nighthawk r2 ว่าเป็นเครื่องควอนตัมแบบทนต่อความผิดพลาด แต่เป็นชิประยะใกล้สำหรับเวิร์กโหลดที่ต้องการอัตราการประมวลผลสูงขึ้น และสำหรับทดสอบเทคนิคควบคุมแบบไดนามิกที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อผิดพลาด
บริษัทประกาศแผนลงทุนในคอมพิวเตอร์ควอนตัมมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปี ครอบคลุมงานวิจัยและพัฒนา รายจ่ายลงทุน การขยายกำลังผลิต ความร่วมมือในระบบนิเวศ และการซื้อกิจการ 29 ส่วนเป้าหมาย IBM Quantum Starling ในปี 2029 นั้น IBM ระบุว่าจะเป็นระบบแบบโมดูลาร์ที่มีการแก้ไขข้อผิดพลาด สามารถรันวงจร 100 ล้านเกตด้วยคิวบิตเชิงตรรกะ 200 ตัว
24
บทสรุปของ Nighthawk r2 จึงไม่ใช่แค่ “ใส่คิวบิตเพิ่มบนชิป” แต่คือการลดเวลาสูญเปล่าระหว่างรอบรัน การเพิ่มอัตราการส่งผ่านที่ IBM รายงานว่าทำได้ 25 เท่า อาจทำให้ฮาร์ดแวร์ 120 คิวบิตที่มีอยู่ใช้งานได้จริงมากขึ้น พร้อมสร้างพื้นฐานสำหรับรอบการวัดและรีเซ็ตที่รวดเร็ว ซึ่งระบบควอนตัมที่แก้ไขข้อผิดพลาดได้ในอนาคตจะต้องพึ่งพา 1
17
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
IBM Nighthawk r2 หรือ ibm phoenix มีคิวบิตที่โปรแกรมได้ 120 ตัว และทำรันวงจรได้มากกว่า 100,000 ครั้งต่อวินาที ซึ่ง IBM ระบุว่าสูงกว่ากลุ่ม Heron ราว 25 เท่า [1][17]
IBM Nighthawk r2 หรือ ibm phoenix มีคิวบิตที่โปรแกรมได้ 120 ตัว และทำรันวงจรได้มากกว่า 100,000 ครั้งต่อวินาที ซึ่ง IBM ระบุว่าสูงกว่ากลุ่ม Heron ราว 25 เท่า [1][17] หัวใจของความเร็วคือการรีเซ็ตคิวบิตแบบแอ็กทีฟรายตัว ลดค่า T1 ที่มีผลระหว่างรีเซ็ตจากราว 200 ไมโครวินาทีเหลือราว 25 นาโนวินาที และลดช่วงหน่วงระหว่างการรันจาก 250 เหลือ 1 ไมโครวินาที [3][17]
ชิปนี้ยังไม่ใช่คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทนต่อความผิดพลาด แต่การวัดและรีเซ็ตระหว่างวงจรช่วยให้นำคิวบิตตรวจสอบข้อผิดพลาดกลับมาใช้ซ้ำได้ จึงสำคัญต่อการวิจัยการแก้ไขข้อผิดพลาดควอนตัม [17][19]