ด้วยข้อจำกัดด้านการผลิต Huawei จึงหันมาเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพจาก การออกแบบและสถาปัตยกรรมชิป มากขึ้น
Huawei เปิดเผยแนวคิดนี้ในงาน IEEE International Symposium on Circuits and Systems (ISCAS) 2026 โดยเสนอหลักการใหม่ในการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์
หัวใจของแนวคิดคือการเปลี่ยนจากการย่อขนาดเชิงกายภาพของทรานซิสเตอร์ (geometric scaling) ไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “time scaling”
อธิบายแบบง่าย ๆ คือ
แนวคิดนี้มุ่งลดค่าที่เรียกว่า time constant (τ) หรือเวลาหน่วงของสัญญาณในระบบคอมพิวเตอร์ โดยปรับปรุงตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ วงจร ไปจนถึงสถาปัตยกรรมระบบทั้งหมด
เมื่อสัญญาณเดินทางได้เร็วขึ้นและโครงสร้างวงจรถูกจัดระเบียบอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบก็สามารถให้ประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับชิปที่มีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์สูงกว่า แม้ไม่ได้ย่อทรานซิสเตอร์จริง ๆ
แนวคิดนี้บางสื่อเรียกว่า “Her’s Law” ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก Moore’s Law ที่เน้นเรขาคณิต ไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพเชิงเวลาในระบบคอมพิวเตอร์
เพื่อทำให้ Tau Scaling ใช้งานได้จริง Huawei ได้พัฒนาเทคโนโลยีหลักชื่อ LogicFolding
สถาปัตยกรรมนี้จะปรับการจัดวางวงจรใหม่เพื่อให้เส้นทางสัญญาณสั้นลง และลดผลกระทบจากความต้านทานไฟฟ้าและความจุไฟฟ้าในวงจร
แนวคิดสำคัญของ LogicFolding ได้แก่
บางคำอธิบายระบุว่าเทคนิคนี้อาจใช้ การจัดวงจรแบบซ้อนหรือพับ (stacked/folded structures) เพื่อให้เส้นทางสัญญาณสั้นลงและจัดวางวงจรได้หนาแน่นขึ้น แม้ไม่ได้ลดขนาดกระบวนการผลิตจริง
Huawei ยังกล่าวว่าการปรับปรุงจะเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายระดับ ตั้งแต่
Huawei ระบุว่าแนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง Tau Scaling ถูกนำไปใช้ในการออกแบบ ชิปหลายร้อยรุ่น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
บริษัทมีแผนนำสถาปัตยกรรม LogicFolding ไปใช้ใน ชิป Kirin รุ่นใหม่ ที่จะเปิดตัวในสมาร์ตโฟน Huawei รุ่นถัดไป
หากการใช้งานจริงประสบความสำเร็จ ชิปเหล่านี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของแนวคิดนี้ในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจำนวนมาก
การประกาศครั้งนี้ไม่ได้สำคัญแค่ในเชิงเทคโนโลยี แต่ยังเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของจีน
มาตรการควบคุมการส่งออกที่นำโดยสหรัฐทำให้จีนเข้าถึงเครื่องมือผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงได้ยาก โดยเฉพาะระบบ EUV lithography ที่จำเป็นสำหรับโหนดการผลิตระดับแนวหน้าของโลก
เมื่อไม่สามารถแข่งขันด้านกระบวนการผลิตได้เต็มที่ บริษัทจีนจึงต้องมองหาแนวทางอื่นในการเพิ่มประสิทธิภาพชิป เช่น
Tau Scaling Law จึงเป็นความพยายามของ Huawei ในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีการผลิตที่ถูกจำกัด และสร้างเส้นทางพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ของตนเอง
แม้แนวคิดนี้จะน่าสนใจ แต่ในตอนนี้ยังถือเป็น โรดแมปเชิงแนวคิด มากกว่าความสำเร็จที่พิสูจน์แล้ว
รายงานระบุว่า Huawei ยังไม่ได้เผยแพร่ผลทดสอบประสิทธิภาพที่ผ่านการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ เพื่อยืนยันว่าชิปตามแนวคิดนี้จะสามารถเทียบเท่าชิปกระบวนการผลิต 1.4 นาโนเมตรจริงหรือไม่
ความสำเร็จของแนวคิดนี้จึงจะชัดเจนขึ้นเมื่อมีชิปเชิงพาณิชย์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดในอนาคต
แม้จะยังไม่พิสูจน์เต็มที่ แต่แนวคิดของ Huawei สะท้อนแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ นั่นคือ
ความก้าวหน้าของชิปในอนาคตอาจมาจากสถาปัตยกรรม การบรรจุ และการออกแบบระบบมากขึ้น ไม่ใช่แค่การย่อทรานซิสเตอร์อย่างเดียว
สำหรับ Huawei และอุตสาหกรรมชิปของจีน Tau Scaling Law จึงเป็นความพยายามรักษาความก้าวหน้าทางคอมพิวติ้ง แม้ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีการผลิตระดับโลก
Comments
0 comments