การใช้ Gemini กับ WhatsApp ต้องมีเงื่อนไขต่อไปนี้
ปัจจุบันฟีเจอร์นี้ใช้ได้เฉพาะ Gemini mobile app บน Android เท่านั้น ไม่รองรับใน Gemini เวอร์ชันเว็บ หรือ Gemini ที่ฝังอยู่ในแอปอื่นอย่าง Google Messages
โดยทั่วไป WhatsApp จะเชื่อมต่อกับ Gemini ได้อัตโนมัติหากอุปกรณ์มีสิทธิ์การเข้าถึงที่จำเป็นอยู่แล้ว หากไม่ได้เชื่อมต่อ ผู้ใช้อาจต้องเปิดใช้งานผ่านเมนู Connected Apps ในการตั้งค่าของ Gemini
อีกการตั้งค่าที่มีผลคือ Gemini Apps Activity หากปิดการบันทึกกิจกรรม แอปที่เชื่อมต่อส่วนใหญ่จะใช้งานไม่ได้ในแพลตฟอร์มอื่น แต่บน Android ยังสามารถใช้บางบริการพื้นฐานได้ เช่น Utilities, Phone, Messages และ WhatsApp
แม้ว่า Gemini จะสามารถส่งข้อความหรือโทรผ่าน WhatsApp ได้ แต่ ไม่สามารถอ่านหรือสรุปประวัติแชตใน WhatsApp ได้โดยตรง ตามเอกสารของ Google
แทนที่จะเข้าถึงแอปโดยตรง การอ่านหรือการตอบข้อความอย่างรวดเร็วอาจเกิดขึ้นผ่าน การแจ้งเตือนของ Android เท่านั้น โดย Gemini ใช้ช่องทางระบบที่เรียกว่า Utilities app เพื่ออ่านหรือโต้ตอบกับข้อความที่ปรากฏในแจ้งเตือนของเครื่อง
ในทางปฏิบัติหมายความว่า
แนวทางนี้ช่วยจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวภายในแอปแชตของผู้ใช้
Gemini ถูกออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อกับบางแอปโดยอัตโนมัติ หากอุปกรณ์มีสิทธิ์ที่จำเป็นอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่า WhatsApp อาจเริ่มทำงานกับ Gemini ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มในบางกรณี
ผู้ใช้สามารถตรวจสอบหรือปิดการเชื่อมต่อเหล่านี้ได้ในเมนู Connected Apps ของ Gemini โดยการตั้งค่านี้จะกำหนดว่า Gemini สามารถเรียกใช้แอปใดได้บ้าง เช่น การส่งข้อความ โทรศัพท์ หรือการดำเนินการอื่นบนอุปกรณ์
ความสามารถในการทำงานกับ WhatsApp เป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดตใหญ่ในระบบนิเวศ AI ของ Google ซึ่งมีการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่หลายอย่าง
Gemini 3.5 Flash เป็นโมเดล AI ที่เน้นความเร็วและประสิทธิภาพ โดย Google ระบุว่ามีความสามารถด้านการเขียนโค้ด การทำงานแบบเอเจนต์ และการประมวลผลหลายรูปแบบที่ดีกว่าโมเดล Gemini รุ่นก่อนหน้า และเริ่มเปิดให้ใช้งานในแอป Gemini และบริการอื่นของ Google แล้ว
Google ยังเปิดตัว Gemini Omni โมเดลมัลติโหมดที่สามารถสร้างวิดีโอจากอินพุตหลายประเภท เช่น ข้อความ ภาพ เสียง หรือวิดีโอ ผู้ใช้สามารถผสมสื่อหลายแบบและแก้ไขผลลัพธ์ได้ด้วยคำสั่งสนทนา
อีกฟีเจอร์หนึ่งคือ Gemini Spark ซึ่งเป็นเอเจนต์ AI ที่สามารถทำงานต่อเนื่องในพื้นหลัง ต่างจากแชตบอตทั่วไปที่ต้องรอคำสั่ง Spark สามารถติดตามงานและดำเนินเวิร์กโฟลว์ระยะยาวตามคำสั่งผู้ใช้ได้
เนื่องจาก Gemini สามารถเชื่อมต่อกับแอปและข้อมูลในอุปกรณ์ Google จึงมีการเปิดเผยนโยบายเกี่ยวกับข้อมูลที่อาจถูกเก็บหรือประมวลผล
Google ระบุว่า Gemini Apps อาจเก็บข้อมูล เช่น
นอกจากนี้ Google ยังระบุว่า ผู้ตรวจสอบที่เป็นมนุษย์ อาจเข้าตรวจสอบบทสนทนาบางส่วนเพื่อปรับปรุงคุณภาพของระบบ และข้อมูลที่ถูกเลือกเพื่อการตรวจสอบอาจถูกเก็บไว้ได้นานถึง สามปี แม้ว่าผู้ใช้จะลบประวัติการใช้งานแล้วก็ตาม
แม้ว่านโยบายเหล่านี้จะใช้กับการใช้งาน Gemini โดยรวม ไม่ได้จำกัดเฉพาะ WhatsApp แต่ก็มักถูกกล่าวถึงเมื่อพูดถึงความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ช่วย AI ที่เชื่อมต่อกับแอปมือถือ
การผสานการทำงานระหว่าง Gemini และ WhatsApp บน Android ช่วยให้ผู้ใช้สามารถส่งข้อความหรือโทรผ่าน WhatsApp ได้ง่ายขึ้นด้วยคำสั่งภาษาธรรมชาติหรือเสียง เช่นการใช้ @WhatsApp เพื่อระบุแอป
อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังมีข้อจำกัดที่ตั้งใจออกแบบไว้ เช่น Gemini ไม่สามารถอ่านประวัติแชตใน WhatsApp และบางฟีเจอร์อาศัยข้อมูลจากการแจ้งเตือนของระบบแทนการเข้าถึงแอปโดยตรง
ในขณะเดียวกัน การเปิดตัวเทคโนโลยีอย่าง Gemini 3.5 Flash, Gemini Omni และ Gemini Spark ก็สะท้อนทิศทางของ Google ที่กำลังผลักดันผู้ช่วย AI ให้ทำงานข้ามแอปและสื่อหลายประเภทได้มากขึ้น พร้อมกับต้องรักษาสมดุลระหว่างความสะดวกและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
Comments
0 comments