ในวันเดียวกัน Unitree ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากจีนก็เข้าซื้อขายในตลาด STAR Market โดยระดมทุนได้ประมาณ 6.1 พันล้านหยวน หรือราว 904 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หุ้นพุ่งขึ้นสูงสุด 629% ระหว่างวัน ก่อนปิดที่ 845 หยวน เพิ่มขึ้นประมาณ 460% จากราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 150.80 หยวน
การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเป็นหลักฐานถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและแรงส่งทางอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้ยืนยันว่า Unitree หรืออุตสาหกรรมโดยรวมแก้โจทย์เรื่องตลาด กำไร และความต้องการระยะยาวได้แล้ว ยิ่งเมื่อหุ้นเปิดตลาดวันถัดมาร่วงลง 11% ก็ยิ่งสะท้อนว่าความคาดหวังในอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ระยะเริ่มต้นนี้เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว
จีนเข้าสู่การแข่งขัน Embodied AI พร้อมสนามทดสอบด้านอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในปี 2024 จีนติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 295,000 ตัว คิดเป็น 54% ของการติดตั้งทั่วโลก และมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่กำลังทำงานอยู่ในโรงงาน 2.027 ล้านตัว มากที่สุดในโลก นอกจากนี้ ผู้ผลิตจีนยังครองส่วนแบ่งตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมภายในประเทศ 57% ในปีดังกล่าว แซงหน้าผู้ผลิตต่างชาติเป็นครั้งแรก
ฐานติดตั้งจำนวนมหาศาลนี้มีความสำคัญ เพราะ AI ที่ทำงานในโลกจริงจะพัฒนาขึ้นจากการใช้งานซ้ำ ๆ โรงงาน คลังสินค้า และสถานที่ให้บริการสามารถสร้างข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุ การเคลื่อนไหว ความผิดพลาด และขั้นตอนการทำงานของมนุษย์ ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตก็มีลูกค้าจริงและปัญหาการดำเนินงานที่สามารถวัดผลได้
จีนยังมีเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่หนาแน่นในด้านอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ มอเตอร์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์กำลัง การผลิตแม่นยำ และยานยนต์ไฟฟ้า จุดแข็งนี้ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ปรับปรุงฮาร์ดแวร์ได้รวดเร็วและลดต้นทุนเมื่อการออกแบบเริ่มเข้าสู่การผลิตมากขึ้น ความได้เปรียบจึงไม่ได้หมายความว่าจีนเป็นผู้คิดค้นทุกชิ้นส่วนหรือทุกอัลกอริทึม แต่คือความสามารถในการทำให้องค์ประกอบทั้งระบบผลิตได้จริงในระดับอุตสาหกรรม
รากฐานดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์ งานวิจัยเกี่ยวกับภาคส่วน Embodied AI ของจีนระบุว่าผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังพึ่งพาชิปและซอฟต์แวร์ของ Nvidia ในประเด็นสำคัญ แม้ซัพพลายเชนฮาร์ดแวร์ภายในประเทศกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนยังมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำ ความคล่องตัวของมือ และการทำงานอัตโนมัติ โดยการใช้งานจำนวนมากยังจำกัดอยู่ในงานเฉพาะหรือการทดลองในสถานที่เฉพาะ
หุ่นยนต์ที่ใช้งานได้จริงไม่ได้มีเพียงเปลือกที่ดูคล้ายมนุษย์ แต่ต้องประกอบด้วยเทคโนโลยีหลายชั้น ได้แก่
โจทย์ยากที่สุดคือความน่าเชื่อถือในโลกจริง หุ่นยนต์ต้องรับมือกับสิ่งของที่ไม่คุ้นเคย พื้นที่รก แสงที่เปลี่ยนแปลง พื้นไม่เรียบ การอยู่ใกล้มนุษย์ และการสึกหรอของฮาร์ดแวร์ได้ การสาธิตที่ทำงานสำเร็จหนึ่งครั้งอาจพิสูจน์ได้เพียงว่างานนั้น “ทำได้” แต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริงต้องทำซ้ำได้อย่างปลอดภัยและมีต้นทุนที่ลูกค้ายอมรับ
กรณีใช้งานระยะใกล้ที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดมักมีสามลักษณะร่วมกัน คือ เป็นงานซ้ำ ๆ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเป็นระบบ และวัดผลตอบแทนจากการลงทุนได้
โรงงานและคลังสินค้าเหมาะกับงานดูแลเครื่องจักร ตรวจสอบ ประกอบบางขั้นตอน ขนย้าย หยิบสินค้า บรรจุหีบห่อ และคัดแยกพัสดุ ซึ่งเป็นงานที่ถูกนำมาสาธิตในงานที่ปักกิ่ง
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจมีประโยชน์ในสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อมนุษย์และใช้เครื่องมือแบบเดียวกับมนุษย์อยู่แล้ว แต่หากเป็นงานเฉพาะทาง แขนกล ระบบติดล้อ หรือหุ่นยนต์สี่ขาอาจมีประสิทธิภาพมากกว่า รูปแบบของหุ่นยนต์ที่ชนะตลาดจึงขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ไม่ใช่ความเหมือนมนุษย์เพียงอย่างเดียว
ภาคเกษตรมีโอกาสใช้เครื่องจักรภาคสนามอัตโนมัติ การติดตามพืช การฉีดพ่น การช่วยเก็บเกี่ยว การดูแลปศุสัตว์ และการคัดแยกผลผลิต แต่ฟาร์มมีความผันผวนตามฤดูกาล พื้นที่ไม่เป็นระเบียบ และสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่เฉพาะทางมีความเป็นไปได้ในระยะใกล้มากกว่าฮิวแมนนอยด์อเนกประสงค์ในหลายกรณี
หุ่นยนต์สามารถช่วยขนส่งสิ่งของในโรงพยาบาล ฆ่าเชื้อ สนับสนุนการฟื้นฟู และทำกายภาพบำบัด ขณะที่ระบบช่วยผ่าตัดเหมาะกับกระบวนการที่มีการควบคุมสูง อย่างไรก็ดี การใช้งานกลุ่มนี้ต้องผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การทดสอบทางคลินิก และการอนุมัติตามกฎระเบียบ ความสามารถทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้ทำให้การนำไปใช้เชิงพาณิชย์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
การใช้งานที่เป็นไปได้มีตั้งแต่ช่วยพยุงการเคลื่อนไหว เฝ้าติดตาม แจ้งเตือน ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ไปจนถึงนำส่งสิ่งของในสถานดูแลผู้สูงอายุ ส่วนสถานที่สาธารณะและภาคธุรกิจอาจใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาด ต้อนรับ ให้ข้อมูล ตรวจนับสินค้า ส่งของ และลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย
โครงการระดับชาติของจีนในปี 2026 ตั้งเป้านำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 10,000 ตัวไปใช้งานเชิงพาณิชย์ และพัฒนาสถานการณ์ใช้งานมูลค่าสูงมากกว่า 100 รูปแบบภายในสิ้นปี ครอบคลุมภาคการผลิต โลจิสติกส์ ค้าปลีก และสาธารณสุข เป้าหมายนี้เป็นนโยบายที่ตั้งไว้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้ว
หุ่นยนต์สี่ขา โดรน และหุ่นยนต์เคลื่อนที่ที่ทนทานมักเหมาะกว่าฮิวแมนนอยด์สำหรับการตรวจสอบพื้นที่อันตราย สำรวจเขตเสี่ยง สนับสนุนงานดับเพลิง ค้นหาและกู้ภัย รวมถึงเป็นจุดส่งสัญญาณสื่อสาร ในภารกิจเหล่านี้ ความทนทาน การควบคุมจากระยะไกล และความสามารถของเซนเซอร์สำคัญกว่ารูปร่างคล้ายมนุษย์
หลักฐานในปัจจุบันชี้ว่าการทดลองและการใช้งานเฉพาะจุดกำลังเพิ่มขึ้น แต่ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าจีนบรรลุการใช้งานหุ่นยนต์แบบอัตโนมัติในวงกว้างและทำกำไรได้แล้ว ทั้งในเกษตรกรรม สาธารณสุข การดูแลผู้สูงอายุ และการรับมือเหตุฉุกเฉิน
หุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์มีความน่าสนใจในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะโรงงาน ร้านค้า และบ้านเรือนจำนวนมากถูกออกแบบตามสรีระ เครื่องมือ และขั้นตอนการทำงานของมนุษย์ ในทางทฤษฎี หุ่นยนต์สองขาที่มีสองมืออาจทำงานได้หลายประเภท โดยไม่ต้องติดตั้งเครื่องจักรเฉพาะสำหรับทุกจุดปฏิบัติงาน
สำหรับจีน ฮิวแมนนอยด์เชื่อมโยงเป้าหมายหลายด้านเข้าด้วยกัน ทั้งการยกระดับภาคการผลิต การสร้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมูลค่าสูง และการต่อยอดความแข็งแกร่งด้านแบตเตอรี่ มอเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตจำนวนมาก
สำหรับสหรัฐฯ และคู่แข่งรายอื่น การแข่งขันนี้สะท้อนจุดแข็งด้านการวิจัย AI ขั้นแนวหน้า โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล และระบบนิเวศซอฟต์แวร์ ขณะที่จีนมีข้อได้เปรียบด้านซัพพลายเชนแบบครบวงจร ตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่ และความสามารถในการผลิตต้นทุนต่ำ
ดังนั้น การแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครสร้างหุ่นยนต์ที่ดูน่าทึ่งที่สุด แต่คือใครสามารถผสานแอคชูเอเตอร์ เซนเซอร์ ชิป โมเดล AI ข้อมูลฝึก ระบบการผลิต และลูกค้าที่พร้อมนำไปใช้งานได้ดีที่สุด จีนมีข้อได้เปรียบที่สำคัญจากฐานอุตสาหกรรมและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า แต่การพึ่งพาชิปและซอฟต์แวร์ของ Nvidia ยังคงเป็นจุดเปราะบางเชิงยุทธศาสตร์
ตัวเลขคาดการณ์ตลาดช่วยอธิบายว่าทำไมนักลงทุนจึงให้ความสนใจ แต่ควรอ่านอย่างระมัดระวัง โดยประมาณการของ IDC ที่ถูกอ้างถึงในรายงานบางฉบับระบุว่าตลาด Embodied AI ทั่วโลกอาจแตะ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ตัวเลขนี้เป็นฉากทัศน์จากงานวิจัยตลาด ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันแล้ว
ชิปประสิทธิภาพสูง เซนเซอร์ขั้นสูง ชุดทดแรงความแม่นยำสูง ระบบเซอร์โว และมือกลที่คล่องตัว ล้วนเป็นคอขวดสำคัญ การพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศอาจเพิ่มต้นทุนและทำให้ผู้ผลิตเสี่ยงต่อปัญหาซัพพลายเชนและมาตรการควบคุมการส่งออก
ความก้าวหน้าของฮาร์ดแวร์อาจเดินเร็วกว่าความฉลาดที่ใช้ควบคุมหุ่นยนต์ หุ่นยนต์ต้องถ่ายโอนความรู้ไปยังสภาพแวดล้อมใหม่ แก้ไขข้อผิดพลาด และทำงานใกล้มนุษย์อย่างปลอดภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Unitree ยอมรับว่าซอฟต์แวร์หุ่นยนต์ยังตามหลังฮาร์ดแวร์
หุ่นยนต์ต่างจากผลิตภัณฑ์ดิจิทัล เพราะต้องรับมือกับการสึกหรอทางกายภาพ ติดตั้งและบำรุงรักษาในสถานที่จริง รวมถึงเชื่อมเข้ากับกระบวนการทำงานเดิมของลูกค้า ลูกค้าจึงต้องเห็นหลักฐานเรื่องเวลาพร้อมใช้งาน ความปลอดภัย อัตราความสำเร็จของงาน และต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ก่อนเปลี่ยนจากระบบเดิม
ตัวชี้วัดที่สำคัญไม่ใช่การเต้น การตีลังกา หรือแม้แต่การเข้าตลาดหุ้นครั้งใหญ่ แต่คือความสามารถในการทำงานซ้ำ อัตราความผิดพลาดต่ำ ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง ความเต็มใจจ่ายของลูกค้า และยอดขายต่อเนื่องหรือรายได้จากโมเดล Robot-as-a-Service
Reuters รายงานว่า แม้ Unitree จะมีกำไรและได้รับความสนใจอย่างมากจากตลาดหุ้น แต่หุ่นยนต์ของบริษัทมีเพียงจำนวนจำกัดที่ถูกนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมเชิงพาณิชย์
จีนมีเส้นทางที่น่าเชื่อถือสู่การเป็นมหาอำนาจหุ่นยนต์ระดับโลก เพราะมีทั้งฐานหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด เครือข่ายการผลิตที่หนาแน่น ตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่ และแรงสนับสนุนจากนโยบายรัฐ จีนอาจอยู่ในตำแหน่งที่ดีเป็นพิเศษในการลดต้นทุนฮาร์ดแวร์ และขยายการใช้งานที่มีความพร้อมมากกว่า เช่น ระบบอัตโนมัติในโรงงาน โลจิสติกส์ การตรวจสอบ และหุ่นยนต์สี่ขา
แต่ขนาดการผลิตเป็นเพียงปัจจัยเอื้อ ไม่ใช่หลักประกันว่าจีนจะเป็นผู้นำด้านความฉลาดของหุ่นยนต์ บททดสอบที่ชี้ขาดคือจีนจะเปลี่ยนการสาธิตในงานแสดงสินค้าและความคึกคักของนักลงทุน ให้กลายเป็นเครื่องจักรที่ทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือ ปลอดภัย ราคาคุ้มค่า และทำซ้ำได้ในสถานที่ของลูกค้าหรือไม่
การแข่งขันระยะต่อไปจึงอาจไม่ได้เป็นของต้นแบบที่หวือหวาที่สุด แต่เป็นของบริษัทที่พิสูจน์คุณค่าทางธุรกิจได้จริงในระดับขนาดใหญ่