ดีลนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Mercedes‑Benz กำลังปรับกลยุทธ์ด้านรถไฟฟ้า
ในปี 2021 บริษัทเคยประกาศว่าจะพร้อมเปลี่ยนไปสู่ รถไฟฟ้าทั้งหมดภายในสิ้นทศวรรษ หากสภาพตลาดเอื้ออำนวย และวางแผนลงทุนมากกว่า 40,000 ล้านยูโรใน EV พร้อมแพลตฟอร์มไฟฟ้าเฉพาะเริ่มตั้งแต่ปี 2025
แต่เมื่อดีมานด์ EV เติบโตไม่เท่าที่คาด และแรงกดดันด้านกำไรเพิ่มขึ้น บริษัทจึงต้องปรับเป้าหมายใหม่
ปัจจุบัน Mercedes คาดว่า รถไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดรวมกันจะคิดเป็นประมาณ 50% ของยอดขายในปี 2030 ซึ่งเดิมตั้งเป้าไว้สำหรับปี 2025 และยังระบุว่าจะยังผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปต่อไปในบางตลาดจนถึงช่วงทศวรรษ 2030 หากความต้องการยังมีอยู่
ดีลกับ Bosch จึงสอดคล้องกับแนวทางใหม่ของบริษัท นั่นคือ ไม่เร่งเปลี่ยนทั้งหมดทันที แต่ยังลงทุนในเทคโนโลยี EV ระยะยาว เพื่อให้พร้อมสำหรับแพลตฟอร์มรถไฟฟ้ารุ่นถัดไป
การล็อกซัพพลายมอเตอร์ล่วงหน้าหลายปีจึงเป็นสัญญาณว่า EV ยังคงเป็นแกนหลักของไลน์ผลิตภัณฑ์ Mercedes ในอนาคต
สำหรับ Bosch ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก ข้อตกลงนี้ช่วยเสริมตำแหน่งของบริษัทในห่วงโซ่คุณค่าของ EV
ในยุคเครื่องยนต์สันดาป บริษัทซัพพลายเออร์ทำรายได้จากชิ้นส่วนอย่างระบบฉีดเชื้อเพลิงหรือระบบไอเสีย แต่เมื่ออุตสาหกรรมเปลี่ยนสู่ EV รายได้จะย้ายไปสู่ มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบอิเล็กทรอนิกส์กำลัง และแบตเตอรี่ แทน
สัญญาระยะยาวกับผู้ผลิตรถระดับพรีเมียมจึงให้ข้อได้เปรียบหลายอย่าง เช่น
เรื่องนี้สำคัญมากในช่วงที่ซัพพลายเออร์ยานยนต์ทั่วโลกกำลังเผชิญการแข่งขันรุนแรง ต้นทุนสูง และตลาดที่เติบโตไม่สม่ำเสมอ โดย Bosch เองยอมรับว่าสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันจะยังท้าทายในอีกหลายปีข้างหน้า
ดีลมอเตอร์กับ Mercedes ยังเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ใหญ่ของ Bosch ในการขยายเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนปลอดการปล่อยคาร์บอนหลายรูปแบบ
บริษัทลงทุนในเทคโนโลยีหลักของยานยนต์ไฟฟ้า เช่น
พร้อมกันนั้น Bosch ยังเดิมพันกับ เทคโนโลยีไฮโดรเจน สำหรับอนาคตของการขนส่ง โดยเฉพาะในรถบรรทุกและยานพาหนะเชิงพาณิชย์
ตัวอย่างเช่น
แนวทางนี้สะท้อนมุมมองของ Bosch ว่า อนาคตของการคมนาคมจะไม่ใช่เทคโนโลยีเดียว แต่จะเป็นส่วนผสมของแบตเตอรี่ไฟฟ้า ไฮบริด และไฮโดรเจน ขึ้นอยู่กับประเภทของรถและภูมิภาค
เมื่อมองภาพรวม ความร่วมมือระหว่าง Bosch และ Mercedes สะท้อนแนวโน้มใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์
ช่วงต้นทศวรรษ 2020 ผู้ผลิตรถหลายรายตั้งเป้าหมาย EV อย่างก้าวร้าว แต่เมื่อเจอกับความเป็นจริงของตลาด—ตั้งแต่ต้นทุนสูง ความต้องการที่ไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค ไปจนถึงกำไรที่ยังท้าทาย—บริษัทต่าง ๆ จึงเริ่มปรับแผนให้ยืดหยุ่นขึ้น
ดีลมอเตอร์ครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นแนวทางที่กำลังเกิดขึ้นมากขึ้นในอุตสาหกรรม: ไม่ได้ถอยจากรถไฟฟ้า แต่กำลังปรับจังหวะการเปลี่ยนผ่านให้สอดคล้องกับตลาดจริง
สำหรับ Mercedes นั่นหมายถึงการพัฒนารถ EV รุ่นใหม่ต่อไป แม้รถเครื่องยนต์จะยังอยู่ในไลน์ผลิตภัณฑ์อีกหลายปี
ส่วนสำหรับ Bosch นี่คือโอกาสในการเปลี่ยนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถไฟฟ้าให้กลายเป็น ความสัมพันธ์ทางธุรกิจระยะยาวกับผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก ที่อาจดำเนินต่อเนื่องไปอีกหลายทศวรรษ
Comments
0 comments