เมื่อผู้ใช้บอกความต้องการ เช่น ต้องการติดตามบริษัท ข่าว หรือดีลท่องเที่ยว ระบบสามารถสร้าง agent ที่จะทำงานต่อเนื่องในเบื้องหลัง แม้คำค้นหาแรกจะจบไปแล้วก็ตาม
ความสามารถหลักของ agents ได้แก่
แทนที่จะให้เพียงรายการลิงก์ ระบบจะ วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลให้เข้าใจง่าย พร้อมสรุปประเด็นสำคัญ
การค้นหาแบบดั้งเดิมของ Google เป็นระบบ pull‑based ผู้ใช้ต้องค้นหาคำถาม อ่านผลลัพธ์ และกลับมาค้นหาใหม่เมื่ออยากได้ข้อมูลล่าสุด
Information agents เปลี่ยนแนวคิดนี้เป็น persistent และ proactive หมายถึง AI จะติดตามหัวข้อให้เอง และแจ้งผู้ใช้เมื่อมีความเคลื่อนไหวสำคัญ
ความแตกต่างหลัก เช่น
Google ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยน Search ให้กลายเป็น ระบบสนทนาและผู้ช่วยงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้น โดยใช้โมเดล Gemini เป็นแกนหลัก
ก่อนหน้านี้ Google มีเครื่องมือชื่อ Google Alerts ที่ส่งอีเมลแจ้งเตือนเมื่อมีหน้าเว็บใหม่ตรงกับคำค้น
แต่ระบบนั้นส่วนใหญ่ใช้ การจับคู่คำหลัก (keyword matching) เท่านั้น
Information agents จึงถือเป็นการต่อยอดครั้งใหญ่ โดยมีความสามารถเพิ่มขึ้น เช่น
หลายสื่อจึงเรียกฟีเจอร์นี้ว่าเป็น “วิวัฒนาการขั้นต่อไปของ Google Alerts”
Googleออกแบบ agents สำหรับการ ติดตามข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะสิ่งที่ผู้ใช้ต้องค้นซ้ำเป็นประจำ
ตัวอย่างการใช้งาน เช่น
ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้สนใจบริษัทหนึ่ง ก็สามารถสร้าง agent ให้ติดตามข่าว ผลประกอบการ และการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น จากนั้น AI จะสรุปและแจ้งเตือนเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น
ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ผ่าน AI Mode ใน Google Search และสร้าง agent สำหรับหัวข้อที่สนใจได้หลายตัวพร้อมกัน
ขั้นตอนโดยทั่วไปคือ
ผู้ใช้สามารถสร้างและจัดการ agents หลายตัวได้ และปรับเปลี่ยนตามความสนใจในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางอย่าง เช่น การตั้งค่าความถี่การแจ้งเตือนหรือการเลือกแหล่งข้อมูล ยังไม่ได้มีข้อมูลชัดเจนทั้งหมดในช่วงเปิดตัว
Google ระบุว่า Information agents จะเริ่ม ทยอยเปิดใช้งานในช่วงฤดูร้อนปี 2026
การเปิดตัวระยะแรกคาดว่าจะ
ยังไม่มีการยืนยันว่าจะขยายไปยังประเทศอื่นหรือผู้ใช้ทั่วไปเมื่อใด
Information agents แสดงให้เห็นทิศทางใหม่ของเสิร์ชเอนจิน
แทนที่จะมองการค้นหาเป็นคำถามแยก ๆ Google กำลังเปลี่ยน Search ให้กลายเป็น ผู้ช่วย AI ที่ติดตามข้อมูลให้ผู้ใช้แบบต่อเนื่อง
ในอนาคต ผู้ใช้อาจไม่ต้องค้นหาซ้ำทุกวันอีกต่อไป เพราะระบบสามารถ เฝ้าดูข้อมูลแทนเรา และสรุปเฉพาะสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ตั้งแต่ข่าว เศรษฐกิจ การเดินทาง ไปจนถึงกีฬา
หากฟีเจอร์นี้ถูกนำมาใช้แพร่หลาย Google อาจเปลี่ยนจากเครื่องมือค้นหาแบบเดิม ไปสู่บทบาทของ ผู้ช่วยวิจัยส่วนตัวที่ทำงานตลอดเวลา