Xiaomi มีรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 108.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาสก่อน แต่กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วลดลง 42.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 6.2 พันล้านหยวน ธุรกิจใหม่เริ่มมีน้ำหนักอย่างชัดเจน: รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AI และโครงการใหม่อื่น ๆ สร้างรายได้ 24.9 พันล้านหยวน ขณะที่แพลตฟอร์ม AIoT เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ราว...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Xiaomi’s August 18, 2026 second-quarter results demonstrate a turning point beyond its traditional smartphone business, and what do. Article summary: Xiaomi’s Q2 results marked a strategic inflection: it remained a huge smartphone-and-AIoT company, but EVs, AI software, proprietary silicon and robotics were becoming tangible growth platforms rather than distant experi. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
ผลประกอบการที่ Xiaomi เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ดูไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวของบริษัทเทคโนโลยีทั่วไป แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากบริษัทที่มีสมาร์ทโฟนเป็นแกนหลัก สู่ธุรกิจแพลตฟอร์มที่เชื่อมโทรศัพท์ บ้าน รถยนต์ ซอฟต์แวร์ AI ชิป และหุ่นยนต์เข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขไตรมาสนี้ยังไม่ใช่หลักฐานของการกลับมาเติบโตอย่างเต็มรูปแบบ รายได้ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน แต่กำไรและยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ภาพรวมเหมาะกับคำว่า “มีความยืดหยุ่นและมีอนาคต” มากกว่า “พลิกฟื้นอย่างสมบูรณ์” 18
19
Xiaomi มีรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 108.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาสแรก แต่ลดลง 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 6.2 พันล้านหยวน ลดลง 42.6% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของทั้งกลุ่มอยู่ที่ 19.8% 5
18
19
การเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนบ่งชี้ว่าธุรกิจเริ่มทรงตัวหลังผ่านไตรมาสแรกที่ยากลำบาก แต่การที่รายได้และกำไรปรับปรุงแล้วยังลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงให้เห็นว่า Xiaomi ยังไม่กลับเข้าสู่วงจรกำไรเติบโตสูง ต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ยังคงกดดันธุรกิจหลัก 3
5
กลุ่มธุรกิจ “สมาร์ทโฟน × AIoT” สร้างรายได้ 84.0 พันล้านหยวน และมีอัตรากำไรขั้นต้น 20.0% ส่วนธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AI และโครงการใหม่อื่น ๆ สร้างรายได้ 24.9 พันล้านหยวน ด้วยอัตรากำไรขั้นต้น 19.2% หรือคิดเป็นประมาณ 23% ของรายได้รวมทั้งกลุ่ม 3
18
19
ในรายได้ของกลุ่มธุรกิจใหม่ดังกล่าว รถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นประมาณ 23.9 พันล้านหยวน ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และกิจกรรมด้านยานยนต์อื่น ๆ 6
11
12 สัดส่วนนี้มากพอที่จะเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ของ Xiaomi อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังไม่ใช่เครื่องจักรทำกำไรที่เติบโตเต็มที่ เพราะกลุ่มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะและนวัตกรรม AI ยังขาดทุนจากการดำเนินงาน 2.6 พันล้านหยวนในไตรมาสนี้
5
ความหมายเชิงกลยุทธ์จึงชัดเจนขึ้น Xiaomi กำลังใช้ฐานผู้บริโภคและช่องทางจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่ เพื่อสร้างหมวดฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่อีกหนึ่งด้าน ขณะเดียวกันก็วาง AI และซอฟต์แวร์ให้เป็นตัวเชื่อมผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน
ไตรมาสนี้ Xiaomi ส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลก 31.2 ล้านเครื่อง และครองอันดับ 3 ของตลาดสมาร์ทโฟนโลกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 24 8
10 ตำแหน่งดังกล่าวช่วยรักษาเครือข่ายจัดจำหน่ายทั่วโลก และเปิดโอกาสให้บริษัทขายบริการกับผลิตภัณฑ์เชื่อมต่ออื่น ๆ ให้กับฐานผู้ใช้เดิม
แต่ยอดส่งมอบลดลงถึง 26.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ทโฟนจะทำสถิติสูงสุดที่ 1,351 หยวน 5
10 กลยุทธ์ยกระดับสินค้า หรือ premiumization ซึ่งหมายถึงการเพิ่มสัดส่วนรุ่นราคาสูงและใช้การปรับราคาเพื่อดันรายได้เฉลี่ย ช่วยชดเชยยอดขายเครื่องที่อ่อนตัวและต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นได้บางส่วน
6
10
นี่เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยป้องกันกำไรได้ แต่ไม่อาจทดแทนการเติบโตของจำนวนเครื่องในระยะยาว Xiaomi จึงต้องพิสูจน์ว่าบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรด้วยสินค้าระดับพรีเมียม ขณะเดียวกันก็ยังแข่งขันได้ในตลาดสมาร์ทโฟนที่ความต้องการชะลอตัว
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน Xiaomi มีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AIoT ราว 1.16 พันล้านเครื่อง โดยไม่รวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต และมีผู้ใช้งานประจำรายเดือนทั่วโลกราว 766.5 ล้านคน 10
36
ขนาดของฐานผู้ใช้นี้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ เพราะ Xiaomi ไม่จำเป็นต้องเริ่มสร้างอีโคซิสเต็ม AI จากศูนย์ บริษัทมีช่องทางเดิมสำหรับนำซอฟต์แวร์ไปใช้งานในโทรศัพท์ บ้าน รถยนต์ และอุปกรณ์อื่น ๆ อยู่แล้ว โดย HyperOS สามารถทำหน้าที่เป็นชั้นระบบปฏิบัติการ ขณะที่ Super Xiaoai และ MiMo เพิ่มความสามารถด้าน AI และการทำงานข้ามอุปกรณ์
อย่างไรก็ดี จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อไม่ได้แปลว่าจะกลายเป็นรายได้มาร์จิ้นสูงโดยอัตโนมัติ คุณค่าของฐานดังกล่าวขึ้นอยู่กับว่า Xiaomi จะเปลี่ยนการเชื่อมต่อให้เป็นบริการแบบมีรายได้ต่อเนื่อง การรักษาผู้ใช้ให้อยู่กับผลิตภัณฑ์ของบริษัท และการซื้อฮาร์ดแวร์มูลค่าสูงขึ้นได้ดีเพียงใด แต่ในแง่จุดเริ่มต้น Xiaomi ถือว่าได้เปรียบกว่าบริษัทที่ต้องสร้างเครือข่าย AI ใหม่ทั้งหมด
กลยุทธ์ AI ของ Xiaomi เชื่อมโยงกับระบบปฏิบัติการและฮาร์ดแวร์มากขึ้น บริษัทเดินหน้าพัฒนาโมเดลพื้นฐานตระกูล MiMo อย่างต่อเนื่อง รวมถึง MiMo-V2.5 UltraSpeed ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็วการประมวลผลบน GPU ทั่วไป ขณะที่ MiMo-V2.5 ได้รับความสนใจและมีการใช้งานเพิ่มขึ้นบนแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนา 9
12
Xiaomi HyperOS 4 Beta ผนวก MiMo เข้ากับระบบ และเพิ่มความสามารถของ HyperCore เช่น การประเมินภาระงานและการโหลดข้อมูลในหน่วยความจำล่วงหน้า ส่วน Super Xiaoai 2.0 มุ่งพัฒนาการวางแผนงาน การสร้างเนื้อหา และการประสานงานระหว่างแอปพลิเคชันกับอุปกรณ์ต่าง ๆ 11
15
19
เป้าหมายคือทำให้ AI ไม่ได้อยู่แค่ในโทรศัพท์ แต่ทำงานได้ตลอดสภาพแวดล้อมแบบ “คน–รถ–บ้าน” ของ Xiaomi บริษัทพูดถึงการขยายความสามารถเหล่านี้ไปยังแอปพลิเคชันบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะด้วย ซึ่งอาจทำให้อีโคซิสเต็มกว้างขึ้น แต่ข้อมูลผลประกอบการที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันการเปิดตัวในวงกว้างหรือรูปแบบรายได้ที่พิสูจน์แล้ว จึงยังเป็นโจทย์ด้านการดำเนินงานมากกว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนกำไรในปัจจุบัน
Xiaomi ใช้งบวิจัยและพัฒนา 9.2 พันล้านหยวนในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 18.9% จากปีก่อน และใช้งบวิจัยรวมในช่วงครึ่งปีแรกมากกว่า 18.2 พันล้านหยวน 9
14
เงินลงทุนดังกล่าวสนับสนุนหลายโครงการที่เชื่อมโยงกัน ทั้งโมเดล MiMo, HyperOS, ชิป Xuanjie เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์ นอกจากนี้ยังอธิบายได้ว่าทำไมกำไรระยะสั้นอาจเติบโตช้ากว่าความทะเยอทะยานเชิงกลยุทธ์ของบริษัท
ชิป Xuanjie O1 ที่ Xiaomi พัฒนาเองและเปิดตัวในปี 2025 มียอดจัดส่งสะสมมากกว่า 1 ล้านชิปในผลิตภัณฑ์ปลายทาง 3 รุ่นแล้ว ตามข้อมูลจากการประชุมชี้แจงผลประกอบการ และบริษัทกำลังเตรียมชิป Xuanjie รุ่นถัดไป 1
7
ชิปที่พัฒนาเองอาจช่วยให้ Xiaomi ผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และฟีเจอร์ AI ได้แน่นแฟ้นขึ้น รวมถึงเพิ่มการควบคุมห่วงโซ่อุปทานบางส่วน แต่การพัฒนาชิปเป็นการลงทุนระยะยาวและใช้เงินทุนสูง ตัวเลขไตรมาส 2 จึงควรถูกมองว่า Xuanjie เป็นทางเลือกสำหรับสร้างความแตกต่างและความยืดหยุ่นในอนาคต ไม่ใช่ตัวเร่งกำไรทันที
Xiaomi เปิดตัว Xiaomi-Robotics-U0 ซึ่งอธิบายว่าเป็นโมเดลพื้นฐานสำหรับโลกแบบ autoregressive ขนาด 38 พันล้านพารามิเตอร์ เพื่อรองรับปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย หรือ embodied intelligence 2
33
บริษัทยังสาธิตการทำงานของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในโรงงานผลิตรถยนต์ เช่น งานหยิบนอตใส่ชิ้นส่วนที่มีอัตราความสำเร็จรายงานไว้ 98% 6
8
9 การสาธิตนี้น่าสนใจเพราะรวมโมเดล AI หุ่นยนต์ และสภาพแวดล้อมการผลิตของ Xiaomi ไว้ด้วยกัน
แต่ยังไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานของธุรกิจหุ่นยนต์ที่สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ขนาดเชิงพาณิชย์ ต้นทุน และความสามารถในการทำงานซ้ำอย่างสม่ำเสมอยังต้องพิสูจน์อีกมาก ในตอนนี้ หุ่นยนต์ควรถูกมองเป็นขีดความสามารถระยะยาวที่อาจช่วยเสริมศักยภาพด้านการผลิตและ AI ของบริษัท
โมเดลธุรกิจใหม่ของ Xiaomi สรุปได้เป็น 4 ชั้นที่เชื่อมโยงกัน:
นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ผลิตโทรศัพท์ที่ขยายไปขายแก็ดเจ็ตประเภทอื่น Xiaomi กำลังพยายามสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ และ AI โดยใช้ตำแหน่งสมาร์ทโฟนระดับท็อป 3 และฐานอุปกรณ์จำนวนมหาศาลเป็นช่องทางจัดจำหน่าย ขณะที่การลงทุนใหม่ ๆ เป็นแหล่งเติบโตในอนาคต
โจทย์ใหญ่ที่สุดยังคงเป็นความสามารถในการทำกำไร AI ชิป รถยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์ล้วนต้องใช้เงินลงทุนต่อเนื่องก่อนผลตอบแทนจะมองเห็นชัด ต้นทุนชิ้นส่วน โดยเฉพาะหน่วยความจำ ยังสูง ความต้องการสมาร์ทโฟนอ่อนตัว และยอดส่งมอบที่ลดลงเผยให้เห็นข้อจำกัดของการพึ่งพาการขายสินค้าราคาแพงขึ้นเพียงอย่างเดียว 5
6
9
14
บทสรุปที่สมดุลที่สุดจึงเป็นมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวัง Xiaomi มีแพลตฟอร์มการเติบโตใหม่ที่น่าเชื่อถือและมีอีโคซิสเต็มที่แตกต่าง แต่ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าธุรกิจเหล่านี้เป็นธุรกิจที่มั่นคงและมีอัตรากำไรสูงแล้ว ระยะต่อไปของ Xiaomi จะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนการสาธิตเทคโนโลยีและรายได้จากธุรกิจใหม่ให้กลายเป็นกำไรที่เกิดซ้ำได้ พร้อมกับรักษาขนาดและความแข็งแกร่งของธุรกิจสมาร์ทโฟนเดิม
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Xiaomi มีรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 108.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาสก่อน แต่กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วลดลง 42.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 6.2 พันล้านหยวน
Xiaomi มีรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 108.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาสก่อน แต่กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วลดลง 42.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 6.2 พันล้านหยวน ธุรกิจใหม่เริ่มมีน้ำหนักอย่างชัดเจน: รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AI และโครงการใหม่อื่น ๆ สร้างรายได้ 24.9 พันล้านหยวน ขณะที่แพลตฟอร์ม AIoT เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ราว 1.16 พันล้านเครื่อง
โจทย์สำคัญคือการเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้า MiMo AI, HyperOS และชิปที่พัฒนาเองให้เป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้อย่างยั่งยืน พร้อมรักษาฐานธุรกิจสมาร์ทโฟนที่กำลังเผชิญอุปสงค์อ่อนตัวและยอดส่งมอบลดลง
Xiaomi มีรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 108.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาสก่อน แต่กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วลดลง 42.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 6.2 พันล้านหยวน ธุรกิจใหม่เริ่มมีน้ำหนักอย่างชัดเจน: รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AI และโครงการใหม่อื่น ๆ สร้างรายได้ 24.9 พันล้านหยวน ขณะที่แพลตฟอร์ม AIoT เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ราว...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Xiaomi’s August 18, 2026 second-quarter results demonstrate a turning point beyond its traditional smartphone business, and what do. Article summary: Xiaomi’s Q2 results marked a strategic inflection: it remained a huge smartphone-and-AIoT company, but EVs, AI software, proprietary silicon and robotics were becoming tangible growth platforms rather than distant experi. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
ผลประกอบการที่ Xiaomi เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ดูไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวของบริษัทเทคโนโลยีทั่วไป แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากบริษัทที่มีสมาร์ทโฟนเป็นแกนหลัก สู่ธุรกิจแพลตฟอร์มที่เชื่อมโทรศัพท์ บ้าน รถยนต์ ซอฟต์แวร์ AI ชิป และหุ่นยนต์เข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขไตรมาสนี้ยังไม่ใช่หลักฐานของการกลับมาเติบโตอย่างเต็มรูปแบบ รายได้ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน แต่กำไรและยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ภาพรวมเหมาะกับคำว่า “มีความยืดหยุ่นและมีอนาคต” มากกว่า “พลิกฟื้นอย่างสมบูรณ์” 18
19
Xiaomi มีรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 108.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาสแรก แต่ลดลง 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 6.2 พันล้านหยวน ลดลง 42.6% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของทั้งกลุ่มอยู่ที่ 19.8% 5
18
19
การเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนบ่งชี้ว่าธุรกิจเริ่มทรงตัวหลังผ่านไตรมาสแรกที่ยากลำบาก แต่การที่รายได้และกำไรปรับปรุงแล้วยังลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงให้เห็นว่า Xiaomi ยังไม่กลับเข้าสู่วงจรกำไรเติบโตสูง ต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ยังคงกดดันธุรกิจหลัก 3
5
กลุ่มธุรกิจ “สมาร์ทโฟน × AIoT” สร้างรายได้ 84.0 พันล้านหยวน และมีอัตรากำไรขั้นต้น 20.0% ส่วนธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AI และโครงการใหม่อื่น ๆ สร้างรายได้ 24.9 พันล้านหยวน ด้วยอัตรากำไรขั้นต้น 19.2% หรือคิดเป็นประมาณ 23% ของรายได้รวมทั้งกลุ่ม 3
18
19
ในรายได้ของกลุ่มธุรกิจใหม่ดังกล่าว รถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นประมาณ 23.9 พันล้านหยวน ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และกิจกรรมด้านยานยนต์อื่น ๆ 6
11
12 สัดส่วนนี้มากพอที่จะเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ของ Xiaomi อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังไม่ใช่เครื่องจักรทำกำไรที่เติบโตเต็มที่ เพราะกลุ่มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะและนวัตกรรม AI ยังขาดทุนจากการดำเนินงาน 2.6 พันล้านหยวนในไตรมาสนี้
5
ความหมายเชิงกลยุทธ์จึงชัดเจนขึ้น Xiaomi กำลังใช้ฐานผู้บริโภคและช่องทางจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่ เพื่อสร้างหมวดฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่อีกหนึ่งด้าน ขณะเดียวกันก็วาง AI และซอฟต์แวร์ให้เป็นตัวเชื่อมผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน
ไตรมาสนี้ Xiaomi ส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลก 31.2 ล้านเครื่อง และครองอันดับ 3 ของตลาดสมาร์ทโฟนโลกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 24 8
10 ตำแหน่งดังกล่าวช่วยรักษาเครือข่ายจัดจำหน่ายทั่วโลก และเปิดโอกาสให้บริษัทขายบริการกับผลิตภัณฑ์เชื่อมต่ออื่น ๆ ให้กับฐานผู้ใช้เดิม
แต่ยอดส่งมอบลดลงถึง 26.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ทโฟนจะทำสถิติสูงสุดที่ 1,351 หยวน 5
10 กลยุทธ์ยกระดับสินค้า หรือ premiumization ซึ่งหมายถึงการเพิ่มสัดส่วนรุ่นราคาสูงและใช้การปรับราคาเพื่อดันรายได้เฉลี่ย ช่วยชดเชยยอดขายเครื่องที่อ่อนตัวและต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นได้บางส่วน
6
10
นี่เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยป้องกันกำไรได้ แต่ไม่อาจทดแทนการเติบโตของจำนวนเครื่องในระยะยาว Xiaomi จึงต้องพิสูจน์ว่าบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรด้วยสินค้าระดับพรีเมียม ขณะเดียวกันก็ยังแข่งขันได้ในตลาดสมาร์ทโฟนที่ความต้องการชะลอตัว
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน Xiaomi มีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AIoT ราว 1.16 พันล้านเครื่อง โดยไม่รวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต และมีผู้ใช้งานประจำรายเดือนทั่วโลกราว 766.5 ล้านคน 10
36
ขนาดของฐานผู้ใช้นี้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ เพราะ Xiaomi ไม่จำเป็นต้องเริ่มสร้างอีโคซิสเต็ม AI จากศูนย์ บริษัทมีช่องทางเดิมสำหรับนำซอฟต์แวร์ไปใช้งานในโทรศัพท์ บ้าน รถยนต์ และอุปกรณ์อื่น ๆ อยู่แล้ว โดย HyperOS สามารถทำหน้าที่เป็นชั้นระบบปฏิบัติการ ขณะที่ Super Xiaoai และ MiMo เพิ่มความสามารถด้าน AI และการทำงานข้ามอุปกรณ์
อย่างไรก็ดี จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อไม่ได้แปลว่าจะกลายเป็นรายได้มาร์จิ้นสูงโดยอัตโนมัติ คุณค่าของฐานดังกล่าวขึ้นอยู่กับว่า Xiaomi จะเปลี่ยนการเชื่อมต่อให้เป็นบริการแบบมีรายได้ต่อเนื่อง การรักษาผู้ใช้ให้อยู่กับผลิตภัณฑ์ของบริษัท และการซื้อฮาร์ดแวร์มูลค่าสูงขึ้นได้ดีเพียงใด แต่ในแง่จุดเริ่มต้น Xiaomi ถือว่าได้เปรียบกว่าบริษัทที่ต้องสร้างเครือข่าย AI ใหม่ทั้งหมด
กลยุทธ์ AI ของ Xiaomi เชื่อมโยงกับระบบปฏิบัติการและฮาร์ดแวร์มากขึ้น บริษัทเดินหน้าพัฒนาโมเดลพื้นฐานตระกูล MiMo อย่างต่อเนื่อง รวมถึง MiMo-V2.5 UltraSpeed ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็วการประมวลผลบน GPU ทั่วไป ขณะที่ MiMo-V2.5 ได้รับความสนใจและมีการใช้งานเพิ่มขึ้นบนแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนา 9
12
Xiaomi HyperOS 4 Beta ผนวก MiMo เข้ากับระบบ และเพิ่มความสามารถของ HyperCore เช่น การประเมินภาระงานและการโหลดข้อมูลในหน่วยความจำล่วงหน้า ส่วน Super Xiaoai 2.0 มุ่งพัฒนาการวางแผนงาน การสร้างเนื้อหา และการประสานงานระหว่างแอปพลิเคชันกับอุปกรณ์ต่าง ๆ 11
15
19
เป้าหมายคือทำให้ AI ไม่ได้อยู่แค่ในโทรศัพท์ แต่ทำงานได้ตลอดสภาพแวดล้อมแบบ “คน–รถ–บ้าน” ของ Xiaomi บริษัทพูดถึงการขยายความสามารถเหล่านี้ไปยังแอปพลิเคชันบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะด้วย ซึ่งอาจทำให้อีโคซิสเต็มกว้างขึ้น แต่ข้อมูลผลประกอบการที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันการเปิดตัวในวงกว้างหรือรูปแบบรายได้ที่พิสูจน์แล้ว จึงยังเป็นโจทย์ด้านการดำเนินงานมากกว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนกำไรในปัจจุบัน
Xiaomi ใช้งบวิจัยและพัฒนา 9.2 พันล้านหยวนในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 18.9% จากปีก่อน และใช้งบวิจัยรวมในช่วงครึ่งปีแรกมากกว่า 18.2 พันล้านหยวน 9
14
เงินลงทุนดังกล่าวสนับสนุนหลายโครงการที่เชื่อมโยงกัน ทั้งโมเดล MiMo, HyperOS, ชิป Xuanjie เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์ นอกจากนี้ยังอธิบายได้ว่าทำไมกำไรระยะสั้นอาจเติบโตช้ากว่าความทะเยอทะยานเชิงกลยุทธ์ของบริษัท
ชิป Xuanjie O1 ที่ Xiaomi พัฒนาเองและเปิดตัวในปี 2025 มียอดจัดส่งสะสมมากกว่า 1 ล้านชิปในผลิตภัณฑ์ปลายทาง 3 รุ่นแล้ว ตามข้อมูลจากการประชุมชี้แจงผลประกอบการ และบริษัทกำลังเตรียมชิป Xuanjie รุ่นถัดไป 1
7
ชิปที่พัฒนาเองอาจช่วยให้ Xiaomi ผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และฟีเจอร์ AI ได้แน่นแฟ้นขึ้น รวมถึงเพิ่มการควบคุมห่วงโซ่อุปทานบางส่วน แต่การพัฒนาชิปเป็นการลงทุนระยะยาวและใช้เงินทุนสูง ตัวเลขไตรมาส 2 จึงควรถูกมองว่า Xuanjie เป็นทางเลือกสำหรับสร้างความแตกต่างและความยืดหยุ่นในอนาคต ไม่ใช่ตัวเร่งกำไรทันที
Xiaomi เปิดตัว Xiaomi-Robotics-U0 ซึ่งอธิบายว่าเป็นโมเดลพื้นฐานสำหรับโลกแบบ autoregressive ขนาด 38 พันล้านพารามิเตอร์ เพื่อรองรับปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย หรือ embodied intelligence 2
33
บริษัทยังสาธิตการทำงานของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในโรงงานผลิตรถยนต์ เช่น งานหยิบนอตใส่ชิ้นส่วนที่มีอัตราความสำเร็จรายงานไว้ 98% 6
8
9 การสาธิตนี้น่าสนใจเพราะรวมโมเดล AI หุ่นยนต์ และสภาพแวดล้อมการผลิตของ Xiaomi ไว้ด้วยกัน
แต่ยังไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานของธุรกิจหุ่นยนต์ที่สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ขนาดเชิงพาณิชย์ ต้นทุน และความสามารถในการทำงานซ้ำอย่างสม่ำเสมอยังต้องพิสูจน์อีกมาก ในตอนนี้ หุ่นยนต์ควรถูกมองเป็นขีดความสามารถระยะยาวที่อาจช่วยเสริมศักยภาพด้านการผลิตและ AI ของบริษัท
โมเดลธุรกิจใหม่ของ Xiaomi สรุปได้เป็น 4 ชั้นที่เชื่อมโยงกัน:
นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ผลิตโทรศัพท์ที่ขยายไปขายแก็ดเจ็ตประเภทอื่น Xiaomi กำลังพยายามสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ และ AI โดยใช้ตำแหน่งสมาร์ทโฟนระดับท็อป 3 และฐานอุปกรณ์จำนวนมหาศาลเป็นช่องทางจัดจำหน่าย ขณะที่การลงทุนใหม่ ๆ เป็นแหล่งเติบโตในอนาคต
โจทย์ใหญ่ที่สุดยังคงเป็นความสามารถในการทำกำไร AI ชิป รถยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์ล้วนต้องใช้เงินลงทุนต่อเนื่องก่อนผลตอบแทนจะมองเห็นชัด ต้นทุนชิ้นส่วน โดยเฉพาะหน่วยความจำ ยังสูง ความต้องการสมาร์ทโฟนอ่อนตัว และยอดส่งมอบที่ลดลงเผยให้เห็นข้อจำกัดของการพึ่งพาการขายสินค้าราคาแพงขึ้นเพียงอย่างเดียว 5
6
9
14
บทสรุปที่สมดุลที่สุดจึงเป็นมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวัง Xiaomi มีแพลตฟอร์มการเติบโตใหม่ที่น่าเชื่อถือและมีอีโคซิสเต็มที่แตกต่าง แต่ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าธุรกิจเหล่านี้เป็นธุรกิจที่มั่นคงและมีอัตรากำไรสูงแล้ว ระยะต่อไปของ Xiaomi จะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนการสาธิตเทคโนโลยีและรายได้จากธุรกิจใหม่ให้กลายเป็นกำไรที่เกิดซ้ำได้ พร้อมกับรักษาขนาดและความแข็งแกร่งของธุรกิจสมาร์ทโฟนเดิม
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Xiaomi มีรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 108.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาสก่อน แต่กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วลดลง 42.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 6.2 พันล้านหยวน
Xiaomi มีรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 108.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาสก่อน แต่กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วลดลง 42.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 6.2 พันล้านหยวน ธุรกิจใหม่เริ่มมีน้ำหนักอย่างชัดเจน: รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AI และโครงการใหม่อื่น ๆ สร้างรายได้ 24.9 พันล้านหยวน ขณะที่แพลตฟอร์ม AIoT เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ราว 1.16 พันล้านเครื่อง
โจทย์สำคัญคือการเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้า MiMo AI, HyperOS และชิปที่พัฒนาเองให้เป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้อย่างยั่งยืน พร้อมรักษาฐานธุรกิจสมาร์ทโฟนที่กำลังเผชิญอุปสงค์อ่อนตัวและยอดส่งมอบลดลง