เจ้าหน้าที่ยูเครนเปิดเผยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 ว่าโดรนโจมตีได้ทำลายสำนักงานใหญ่ของหน่วยความมั่นคงรัสเซีย (FSB) ในพื้นที่ของแคว้นเคอร์ซอนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย โดยระบุว่าเป็นการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังศูนย์บัญชาการของกองกำลังความมั่นคงรัสเซียในพื้นที่
หน่วยความมั่นคงของยูเครน หรือ SBU (Security Service of Ukraine) ระบุว่าปฏิบัติการนี้ดำเนินการโดยหน่วยรบพิเศษ Special Operations Center “A” หรือที่รู้จักกันว่า Alpha ซึ่งใช้โดรนโจมตีเป้าหมายทางทหาร
เป้าหมายคือสำนักงานใหญ่ของ FSB ในหมู่บ้าน Henicheska Hirka บน Arabat Spit ซึ่งเป็นพื้นที่ในส่วนของแคว้นเคอร์ซอนที่รัสเซียควบคุมอยู่
ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ยูเครน โดรนได้พุ่งโจมตีอาคารบัญชาการที่ใช้โดยเจ้าหน้าที่ FSB และในปฏิบัติการเดียวกันยัง ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ Pantsir‑S1 ของรัสเซีย ที่ตั้งอยู่ใกล้กับอาคารดังกล่าวด้วย
ระบบ Pantsir‑S1 เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศเคลื่อนที่ซึ่งผสานปืนกลและขีปนาวุธ ใช้ป้องกันเป้าหมายสำคัญจากเครื่องบิน ขีปนาวุธร่อน และโดรน การถูกทำลายโดยการโจมตีด้วยโดรนจึงถือเป็นเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญในเชิงยุทธวิธี
ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้ทหารรัสเซีย เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรวมประมาณ 100 นาย
เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุเพิ่มเติมว่าอาคารสำนักงานใหญ่ถูก ทำลายหรือเสียหายอย่างหนัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติการของหน่วยความมั่นคงรัสเซียในพื้นที่ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในเวลาที่มีการประกาศข่าว รัสเซียยัง ไม่ได้ยืนยันความสูญเสียหรือรายละเอียดของเหตุการณ์ ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บยังคงเป็นข้อมูลจากฝ่ายยูเครนเป็นหลัก
จุดที่ถูกโจมตีตั้งอยู่บน Arabat Spit ซึ่งเป็นแผ่นดินแคบ ๆ ระหว่างทะเลอาซอฟกับทะเลสาบน้ำเค็ม Syvash และเป็นเส้นทางที่เชื่อมพื้นที่ทางใต้ของยูเครนกับบริเวณใกล้คาบสมุทรไครเมีย
ด้วยภูมิศาสตร์ลักษณะนี้ พื้นที่ดังกล่าวจึงถูกใช้เป็น จุดสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ ฐานบัญชาการ และโครงสร้างความมั่นคง สำหรับกองกำลังรัสเซียที่ปฏิบัติการในภาคใต้ของยูเครน การโจมตีในจุดนี้อาจส่งผลต่อการประสานงานทางทหารในเส้นทางระหว่างเคอร์ซอนกับไครเมีย
การโจมตีครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ยูเครนใช้ โดรนโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ เช่น ศูนย์บัญชาการ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโครงสร้างสนับสนุนทางทหารในพื้นที่ที่รัสเซียควบคุม
ในช่วงหลัง มีรายงานเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการโจมตีระยะไกลและการปฏิบัติการแบบแม่นยำของยูเครนต่อเป้าหมายทางทหารที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของโดรนและหน่วยปฏิบัติการพิเศษในสงครามครั้งนี้
แม้ว่าการอ้างความสำเร็จในสนามรบจากทั้งสองฝ่ายมักต้องรอการตรวจสอบจากแหล่งอิสระ แต่เหตุการณ์ในเคอร์ซอนแสดงให้เห็นว่า สงครามโดรนกำลังเปลี่ยนรูปแบบของการสู้รบ ทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายสำคัญที่อยู่ห่างจากแนวหน้าได้มากขึ้น
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ยูเครนระบุว่าหน่วย SBU Alpha ใช้โดรนโจมตีสำนักงานใหญ่ FSB ของรัสเซียในพื้นที่เคอร์ซอนที่ถูกยึดครอง พร้อมทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ Pantsir‑S1 [4][13]
ยูเครนระบุว่าหน่วย SBU Alpha ใช้โดรนโจมตีสำนักงานใหญ่ FSB ของรัสเซียในพื้นที่เคอร์ซอนที่ถูกยึดครอง พร้อมทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ Pantsir‑S1 [4][13] ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ระบุว่าการโจมตีครั้งเดียวทำให้ทหารรัสเซียเสียชีวิตหรือบาดเจ็บราว 100 นาย แต่รัสเซียยังไม่ได้ยืนยันตัวเลขดังกล่าว [4][13]
จุดที่ถูกโจมตีอยู่บน Arabat Spit ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เชื่อมภาคใต้ของยูเครนกับพื้นที่ใกล้ไครเมีย [12]