ยูเครนโจมตีศูนย์ฝึกโดรนรัสเซียในเมืองส니ซห์เน ส่งผลให้มีรายงานว่าทหารรัสเซียเสียชีวิตอย่างน้อย 65 นายรวมถึงหัวหน้าศูนย์ฝึก [21] โดรนอีกชุดโจมตีสำนักงานใหญ่ FSB ใกล้เมืองเฮนิชสค์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บราว 100 คน และทำลายระบบป้องกันอากาศ Pantsir‑S1 [2][12] การโจมตีทั้งสองสะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ของยูเครนที่มุ่งโจมตี...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Ukraine’s recent mid‑range drone strikes target Russian forces in occupied territories—specifically the attack on a UAV training cen. Article summary: Ukraine appears to be using mid-range strike drones not just for battlefield harassment but for deliberate attacks on high-value targets in occupied territory: training hubs, command nodes, and air-defense assets. In the. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A covert strike hit a hidden training and production hub in occupied Snizhne, causing heavy casualties and destroying vehicles and munitions. As" source context "Ukrainian drone forces and SBU destroyed a Russian UAV training center in Snizhne, killing the commander and at least 65" Reference image 2: visual subj
ปฏิบัติการโดรนล่าสุดของยูเครนในพื้นที่ที่รัสเซียยึดครอง แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของสงครามทางอากาศในความขัดแย้งนี้ จากเดิมที่โดรนถูกใช้เพื่อสนับสนุนแนวหน้า ตอนนี้ยูเครนเริ่มใช้ โดรนโจมตีระยะกลางเพื่อโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ลึกหลังแนวรบ มากขึ้น
ในเดือนพฤษภาคม มีการโจมตีสองเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การโจมตีศูนย์ฝึกโดรนของรัสเซียในเมือง สニซห์เน (Snizhne) ทางตะวันออกของยูเครน และการโจมตีสำนักงานใหญ่ของหน่วยความมั่นคงรัสเซีย FSB ใกล้เมือง เฮนิชสค์ (Henichesk) ในภูมิภาคเคอร์ซอนที่ถูกรัสเซียยึดครอง
ทั้งสองปฏิบัติการสะท้อนแนวโน้มใหม่ของสงครามโดรน คือการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารที่สนับสนุนการรบ ไม่ใช่เฉพาะกองกำลังในแนวหน้า
ในคืนวันที่ 19–20 พฤษภาคม หน่วยปฏิบัติการโดรนของกองกำลัง Unmanned Systems Forces ของยูเครน ร่วมกับหน่วยข่าวกรองความมั่นคง SBU ได้โจมตีศูนย์ฝึกผู้ควบคุมโดรนของกองทัพรัสเซียในเมืองสنيซห์เน เขตโดเนตสค์ที่อยู่ภายใต้การยึดครอง
เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า การโจมตีทำลายศูนย์ฝึกและสายการผลิตชิ้นส่วนโดรน ส่งผลให้ทหารรัสเซียเสียชีวิต อย่างน้อย 65 นาย รวมถึงหัวหน้าศูนย์ฝึกด้วย
รายงานระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวมีบทบาทหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เช่น
นักวิเคราะห์โอเพ่นซอร์สระบุว่าศูนย์ดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้ เหมืองถ่านหิน Udarnik ที่เลิกใช้งานแล้ว ภายในเมือง และถูกปรับใช้เป็นศูนย์ฝึกและประกอบโดรน
รายงานระบุว่าโดรนโจมตีหลายลำได้พุ่งชนอาคารฝึกและสิ่งปลูกสร้างในคอมเพล็กซ์ ทำให้เกิดไฟไหม้ขนาดใหญ่และความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งปรากฏในวิดีโอที่เผยแพร่หลังเหตุการณ์
การเลือกโจมตีศูนย์ฝึก แทนที่จะเป็นกองกำลังในแนวหน้า มีเป้าหมายเพื่อลด ขีดความสามารถด้านโดรนของรัสเซียในอนาคต ไม่ใช่เพียงผลกระทบระยะสั้นในสนามรบ
อีกปฏิบัติการหนึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ยึดครองของภูมิภาค เคอร์ซอน เมื่อโดรนยูเครนโจมตีสำนักงานใหญ่ของหน่วยความมั่นคงรัสเซีย Federal Security Service (FSB) ในหมู่บ้าน Henicheska Hirka ใกล้เมืองเฮนิชสค์
ปฏิบัติการนี้ดำเนินการโดยหน่วย Special Operations Center “A” (Alpha) ของ SBU
ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ระบุว่า การโจมตีทำให้ทหารรัสเซีย เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมประมาณ 100 คน และยังทำลายระบบป้องกันอากาศ Pantsir‑S1 ที่ใช้ปกป้องสถานที่ดังกล่าวด้วย
Pantsir‑S1 เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศเคลื่อนที่ที่ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นเครื่องบิน ขีปนาวุธ และโดรน มักถูกใช้เพื่อป้องกันฐานบัญชาการและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของกองทัพรัสเซีย
การทำลายระบบนี้ในระหว่างการโจมตีไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อสำนักงานใหญ่เท่านั้น แต่ยังทำให้ ช่องว่างในระบบป้องกันทางอากาศของพื้นที่นั้นเพิ่มขึ้น อีกด้วย
การโจมตีทั้งสองเหตุการณ์แสดงให้เห็นพัฒนาการสำคัญของแนวทางสงครามโดรนของยูเครน
ยูเครนไม่ได้มุ่งเป้าเฉพาะโดรนของรัสเซียในสนามรบ แต่เริ่มโจมตี โครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ระบบโดรนทำงานได้ เช่น
การโจมตีลักษณะนี้สามารถทำลายห่วงโซ่การผลิตและการฝึกกำลังพลได้พร้อมกัน
ทั้งสองเป้าหมายอยู่ ลึกหลังแนวหน้าในพื้นที่ที่รัสเซียยึดครอง แสดงให้เห็นว่ายูเครนสามารถใช้โดรนโจมตีเป้าหมายระยะไกลได้แม่นยำมากขึ้น
สิ่งนี้ทำให้รัสเซียต้องกระจายการป้องกันไปยังศูนย์โลจิสติกส์และศูนย์บัญชาการที่อยู่ไกลจากสนามรบ
ปฏิบัติการเหล่านี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง
การโจมตีเป้าหมายอย่างศูนย์ฝึกหรือสำนักงานใหญ่ต้องอาศัย การรวบรวมข่าวกรองและการระบุเป้าหมายอย่างละเอียด ก่อนปฏิบัติการ
การทำลายระบบ Pantsir‑S1 ในการโจมตีเคอร์ซอน แสดงถึงยุทธวิธีใหม่ คือการโจมตี ระบบป้องกันอากาศพร้อมกับศูนย์บัญชาการ เพื่อเปิดช่องให้การโจมตีครั้งต่อไปง่ายขึ้น
เหตุการณ์ในสنيซห์เนและเฮนิชสค์สะท้อนแนวโน้มที่กว้างขึ้นของสงครามยูเครน นั่นคือการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ สงครามที่ใช้โดรนเป็นศูนย์กลาง
ทั้งยูเครนและรัสเซียใช้โดรนอย่างหนักในการลาดตระเวน การชี้เป้า และการโจมตี แต่ยูเครนกำลังเพิ่มการใช้ โดรนระยะกลางและระยะไกล เพื่อโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร ศูนย์บัญชาการ และเครือข่ายโลจิสติกส์ที่อยู่ห่างจากแนวหน้า
หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป การโจมตีด้วยโดรนต่อ ศูนย์ฝึก ฐานบัญชาการ และระบบป้องกันอากาศ อาจกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของสนามรบทางอากาศในสงครามครั้งนี้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ยูเครนโจมตีศูนย์ฝึกโดรนรัสเซียในเมืองส니ซห์เน ส่งผลให้มีรายงานว่าทหารรัสเซียเสียชีวิตอย่างน้อย 65 นายรวมถึงหัวหน้าศูนย์ฝึก [21]
ยูเครนโจมตีศูนย์ฝึกโดรนรัสเซียในเมืองส니ซห์เน ส่งผลให้มีรายงานว่าทหารรัสเซียเสียชีวิตอย่างน้อย 65 นายรวมถึงหัวหน้าศูนย์ฝึก [21] โดรนอีกชุดโจมตีสำนักงานใหญ่ FSB ใกล้เมืองเฮนิชสค์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บราว 100 คน และทำลายระบบป้องกันอากาศ Pantsir‑S1 [2][12]
การโจมตีทั้งสองสะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ของยูเครนที่มุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านโดรน ระบบบัญชาการ และระบบป้องกันอากาศลึกหลังแนวหน้า