ยูเครนโจมตีเรือตรวจการณ์ Project 10410 Svetlyak ของรัสเซียใกล้เมืองคัสปีสค์ในดาเกสถาน เมื่อวันที่ 16–17 พฤษภาคม ห่างแนวรบประมาณ 986 กม. ปฏิบัติการคืนเดียวกันยังโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศ Tor‑M2 ศูนย์สื่อสารของกองเรือทะเลดำ โหนดควบคุมกองกำลัง จุดควบคุมโดรน และโครงสร้างโลจิสติกส์หลายแห่ง [1][8] การโจมตีซ้ำในภูมิภาคทะ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Ukraine’s May 16–17 drone strike on a Russian FSB Svetlyak-class patrol vessel near Kaspiysk in Dagestan demonstrate the expanding r. Article summary: Ukraine’s May 16–17 strike near Kaspiysk showed that Kyiv’s drone campaign is no longer limited to Crimea, the Black Sea, or border regions: it can reach naval assets roughly 1,000 km from Ukrainian-controlled territory . Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Details: The strike was carried out by drone operators from the 1st Separate Centre of the Unmanned Systems Forces on the night of 16-17 May." source context "Ukrainian drones strike Russian vessel in Dagestan nearly 1,000 km from front – photos, video" Reference image 2: visual subject "[](https://www.youtube.co
การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อเรือตรวจการณ์ของรัสเซียใกล้เมือง คัสปีสค์ (Kaspiysk) ในสาธารณรัฐดาเกสถาน เมื่อคืนวันที่ 16–17 พฤษภาคม กลายเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าปฏิบัติการโจมตีระยะไกลของยูเครนกำลังขยายทั้งในด้าน ระยะทางและความซับซ้อนของปฏิบัติการ
เป้าหมายคือเรือตรวจการณ์ชายแดน Project 10410 Svetlyak‑class ซึ่งถูกโจมตีในระยะห่างประมาณ 986 กิโลเมตรจากแนวปะทะ ไกลกว่าพื้นที่โจมตีตามแนวหน้าที่พบในช่วงต้นของสงครามอย่างมาก
เหตุการณ์นี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีด้วยโดรนหลายเป้าหมายในคืนเดียวกัน ซึ่งครอบคลุมทั้งพื้นที่ยึดครองของยูเครนและพื้นที่ภายในรัสเซียเอง แสดงให้เห็นว่ายูเครนเริ่มมองโครงสร้างทางทหารด้านหลังของรัสเซียเป็น เครือข่ายเป้าหมายเดียวกัน มากขึ้น
กองกำลัง Unmanned Systems Forces ของยูเครนระบุว่า หน่วยปฏิบัติการจาก 1st Separate Center เป็นผู้ดำเนินการโจมตีเรือดังกล่าวใกล้ท่าเรือคัสปีสค์ในคืนวันที่ 16–17 พฤษภาคม
วิดีโอที่หน่วยเผยแพร่แสดงให้เห็นโดรนกำลังเข้าหาเรือ ขณะที่เรือพยายามเคลื่อนที่และยิงตอบโต้ก่อนเกิดการปะทะ
จุดสำคัญของปฏิบัติการนี้คือ ระยะทาง เพราะดาเกสถานอยู่ลึกเข้าไปในรัสเซียและห่างจากแนวหน้าสงครามอย่างมาก การโจมตีที่ระยะเกือบ 1,000 กม. แสดงให้เห็นว่าโดรนของยูเครนสามารถเข้าถึงเป้าหมายที่ก่อนหน้านี้ถูกมองว่าอยู่ไกลเกินไป
สำหรับรัสเซีย พื้นที่ทะเลแคสเปียนเคยถูกมองว่าเป็นเขตที่ค่อนข้างปลอดภัยจากการโจมตีของยูเครน เนื่องจากระยะทางและภูมิประเทศที่ห่างไกลจากสนามรบหลัก
การโจมตีเรือในดาเกสถานไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยว ยูเครนอธิบายว่าการโจมตีในคืนวันที่ 16–17 พฤษภาคมเป็น ปฏิบัติการแบบประสานหลายเป้าหมาย พร้อมกัน
เป้าหมายที่มีรายงานว่าโดนโจมตี ได้แก่
การเลือกเป้าหมายหลากหลายประเภทเช่นนี้สะท้อนแนวโน้มของ การโจมตีแบบมุ่งทำลายเครือข่าย (network‑focused strikes) ซึ่งพยายามกดดันทั้งระบบป้องกัน การสื่อสาร และการลำเลียงในช่วงเวลาเดียวกัน
การโจมตีในดาเกสถานสอดคล้องกับแนวโน้มที่กว้างขึ้น คือยูเครนเริ่มเข้าถึง ลุ่มน้ำทะเลแคสเปียน ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกมองว่าเป็นพื้นที่หลังแนวรบที่ปลอดภัยสำหรับกองทัพเรือรัสเซีย
ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน มีรายงานว่าโดรนยูเครนโจมตี เรือคอร์เวตติดขีปนาวุธ Project 22800 Karakurt ที่ฐานทัพเรือคัสปีสค์ ซึ่งเป็นเรือที่สามารถยิงขีปนาวุธ Kalibr ที่ใช้โจมตียูเครนได้
การโจมตีซ้ำในภูมิภาคนี้บ่งชี้ว่า
ผลกระทบด้านจิตวิทยาและยุทธศาสตร์อาจสำคัญพอ ๆ กับความเสียหายจริง เพราะหากฐานทัพหลังแนวรบถูกโจมตีได้ รัสเซียต้องจัดสรรทรัพยากรเพิ่มเติมเพื่อป้องกันพื้นที่ที่เคยเชื่อว่าปลอดภัย
ปฏิบัติการวันที่ 16–17 พฤษภาคมยังสะท้อนถึง ช่องโหว่ที่เป็นไปได้ในเครือข่ายป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย
ยูเครนระบุว่าโดรนสามารถโจมตีเป้าหมายได้ทั้งใกล้แนวหน้าและลึกเข้าไปในพื้นที่หลังแนวรบในช่วงเวลาเดียวกัน โดยมีรายงานว่ามีการโจมตี หลายสิบเป้าหมายในหลายภูมิภาค ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน
นักวิเคราะห์มักมองว่าปฏิบัติการลักษณะนี้สะท้อนว่า
เมื่อพิจารณารวมกัน การโจมตีในดาเกสถานและปฏิบัติการโดรนในคืนเดียวกันสะท้อนแนวโน้มสำคัญของสงคราม นั่นคือ สนามรบกำลังขยายลึกเข้าไปถึงโครงสร้างพื้นฐานและฐานทัพหลังแนวรบที่อยู่ห่างหลายร้อยกิโลเมตร
สำหรับยูเครน โดรนระยะไกลเป็นเครื่องมือที่ต้นทุนต่ำกว่าในการกดดันเครือข่ายบัญชาการ โลจิสติกส์ และแพลตฟอร์มโจมตีของรัสเซีย ขณะที่สำหรับรัสเซีย การโจมตีเหล่านี้หมายความว่าแม้แต่ฐานทัพที่เคยเชื่อว่าปลอดภัย เช่น ในทะเลแคสเปียน ก็อาจไม่อยู่ไกลจากสงครามอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม การประเมินความเสียหายของการโจมตีที่คัสปีสค์ยังมีข้อมูลจำกัด และรายละเอียดจำนวนมากมาจากคำแถลงของฝ่ายยูเครนและรายงานท้องถิ่น ทำให้ระดับความเสียหายที่แท้จริงยังต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ยูเครนโจมตีเรือตรวจการณ์ Project 10410 Svetlyak ของรัสเซียใกล้เมืองคัสปีสค์ในดาเกสถาน เมื่อวันที่ 16–17 พฤษภาคม ห่างแนวรบประมาณ 986 กม.
ยูเครนโจมตีเรือตรวจการณ์ Project 10410 Svetlyak ของรัสเซียใกล้เมืองคัสปีสค์ในดาเกสถาน เมื่อวันที่ 16–17 พฤษภาคม ห่างแนวรบประมาณ 986 กม. ปฏิบัติการคืนเดียวกันยังโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศ Tor‑M2 ศูนย์สื่อสารของกองเรือทะเลดำ โหนดควบคุมกองกำลัง จุดควบคุมโดรน และโครงสร้างโลจิสติกส์หลายแห่ง [1][8]
การโจมตีซ้ำในภูมิภาคทะเลแคสเปียนบ่งชี้ว่าฐานทัพเรือรัสเซียที่อยู่ไกลจากแนวหน้าก็ยังเสี่ยง และอาจสะท้อนช่องโหว่ในเครือข่ายป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย [3][4]