การโจมตีเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน โดยมีโดรนจำนวนมากบินเข้ามาจากหลายทิศทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของรัสเซีย
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถ ยิงสกัดโดรนได้ 556 ลำ ในช่วงเวลาประมาณ 22:00 น. ถึง 07:00 น. ตามเวลามอสโก ครอบคลุมมากกว่าสิบภูมิภาค รวมถึงพื้นที่รอบเมืองหลวง
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย สามคนในภูมิภาคมอสโก และอีก หนึ่งคนในแคว้นเบลโกรอด ใกล้ชายแดนยูเครน นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บราว 12 คน จากการโจมตีในหลายพื้นที่
เศษซากโดรนบางส่วนตกใกล้โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมือง เช่น สนามบินนานาชาติเชเรเมเตียโว (Sheremetyevo) ซึ่งเป็นสนามบินใหญ่ที่สุดของรัสเซีย แม้เจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่ได้เกิดความเสียหายร้ายแรง
หน่วยงานด้านความมั่นคงและกองทัพยูเครนกล่าวว่าปฏิบัติการนี้มุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและระบบโลจิสติกส์ด้านเชื้อเพลิงของรัสเซีย
เป้าหมายสำคัญที่ถูกรายงาน ได้แก่:
การเลือกเป้าหมายลักษณะนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของยูเครนที่ใช้โดรนระยะไกลเพื่อ รบกวนการผลิตอาวุธและห่วงโซ่อุปทานพลังงานของรัสเซีย ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนหลังแนวรบ
ยูเครนยังรายงานการโจมตีใน คาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียยึดครอง โดยมีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ ฐานทัพอากาศ Belbek และโครงสร้างพื้นฐานทางทหารในพื้นที่
แหล่งข่าวจากยูเครนระบุว่าการโจมตีมุ่งเป้าไปที่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศและโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร ที่เกี่ยวข้องกับฐานทัพดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รายงานในช่วงแรกยังมีการยืนยันอิสระเกี่ยวกับระดับความเสียหายต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศค่อนข้างจำกัด
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถ ยิงสกัดโดรนยูเครนได้ 556 ลำในช่วงข้ามคืน และยังมีโดรนอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกสกัดเพิ่มเติมในช่วงเช้า
เจ้าหน้าที่กล่าวว่าการสกัดเกิดขึ้นใน มากกว่า 14 ภูมิภาคของรัสเซีย รวมถึงเหนือทะเลดำและทะเลอาซอฟ และระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นหนึ่งในปฏิบัติการโดรนที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเต็มรูปแบบเริ่มขึ้นในปี 2022
แม้โดรนจำนวนมากถูกยิงตก แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่ามี ความเสียหายต่อบ้านเรือนในเขตชานเมืองมอสโก เนื่องจากเศษซากจากการสกัดตกลงมา
ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครนยืนยันว่าประเทศของเขาอยู่เบื้องหลังการโจมตี และกล่าวว่าปฏิบัติการดังกล่าว “ชอบธรรมทั้งหมด”
เขาอธิบายว่าการโจมตีเป็นการตอบโต้ต่อ การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของรัสเซียต่อเมืองต่าง ๆ ของยูเครน โดยเฉพาะการโจมตีกรุงเคียฟก่อนหน้านั้นไม่นาน ซึ่งทำให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก
ผู้นำยูเครนยังระบุว่าการโจมตีระยะไกลเหล่านี้เป็นการส่งสัญญาณว่าหากรัสเซียยังคงโจมตีเมืองของยูเครน ดินแดนของรัสเซียเองก็อาจเผชิญผลกระทบจากสงครามเช่นกัน
เหตุการณ์วันที่ 16–17 พฤษภาคมสะท้อนให้เห็นว่าสงครามรัสเซีย–ยูเครนได้พัฒนาไปสู่ การแข่งขันด้านโดรนระยะไกล มากขึ้น
ยูเครนเพิ่มการโจมตีต่อ โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานอุตสาหกรรมทหาร และศูนย์โลจิสติกส์ของรัสเซีย ที่อยู่ลึกเข้าไปในประเทศ ขณะที่รัสเซียยังคงใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนอย่างต่อเนื่อง
แม้รัสเซียจะยืนยันว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดโดรนได้จำนวนมาก แต่ขนาดของการโจมตีครั้งนี้—รวมถึงการที่พื้นที่ใกล้เมืองหลวงตกเป็นเป้าหมาย—สะท้อนถึง ขีดความสามารถของโดรนยูเครนที่ขยายตัวมากขึ้น ในสงครามปัจจุบัน
Comments
0 comments