การทดลองสองชุดพบว่าพฤติกรรมของสสารควอนตัมสอดคล้องกับหลักสมมูลของไอน์สไตน์ ภายในขอบเขตความแม่นยำที่วัดได้ การทดลองบนโลกวัดเฟสของคลื่นสสารที่ตกอิสระ ส่วนการทดลองบนสถานีอวกาศจีนเปรียบเทียบความเร่งของรูบิเดียม 85 และรูบิเดียม 87 ผลลัพธ์ยังไม่พิสูจน์ว่าความโน้มถ่วงมีธรรมชาติเป็นควอนตัมหรือรวมสัมพัทธภาพทั่วไปกับกลศาสตร์คว...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did two independent 2026 experiments—one using a Quantum Galileo Interferometer to measure the roughly 80-radian quantum phase of freely. Article summary: Together, the experiments found no discrepancy with Einstein’s equivalence principle for quantum matter, but they tested different aspects of it. One measured the gravity-induced phase of a coherent falling wave packet; . Topic tags: general, education, academic, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, water
หลักสมมูลของไอน์สไตน์กล่าวโดยสรุปว่า ในบริเวณเล็กพอ ผลของแรงโน้มถ่วงกับความเร่งแยกจากกันไม่ได้ และวัตถุที่ตกอย่างเสรีควรตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงแบบเดียวกัน การทดลองอะตอมอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ 2 ชุดได้นำแนวคิดนี้ไปทดสอบกับสสารในสภาวะควอนตัม
ข้อสรุปต้องพูดอย่างระมัดระวัง แต่มีนัยสำคัญ: ภายใต้ชนิดของอะตอม เงื่อนไข และความละเอียดของเครื่องมือที่ใช้ ผลการวัดทั้งสองสอดคล้องกับหลักสมมูลของไอน์สไตน์ 2
31
ทั้งคู่ใช้คุณสมบัติความเป็นคลื่นของอะตอม หรือการแทรกสอด (interference) เพื่อแปลงผลของแรงโน้มถ่วงให้กลายเป็นความต่างเฟสที่วัดได้ แต่คำถามที่ทดสอบไม่เหมือนกัน
งานแรกมุ่งตรวจสอบว่าคำอธิบายเชิงควอนตัมเมื่อเปลี่ยนจากกรอบอ้างอิงในห้องทดลองไปสู่กรอบที่ตกอิสระ ให้ผลตามหลักสมมูลหรือไม่ ขณะที่งานหลังเป็นการทดสอบ “หลักสมมูลแบบอ่อน” (weak equivalence principle: WEP) หรือความเป็นสากลของการตกอิสระ—กล่าวคือ วัตถุต่างชนิดควรตกด้วยความเร่งเท่ากัน หากไม่มีแรงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง 2
31
การทดลองภาคพื้นดินใช้อะตอมเย็นจัดสร้างอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ โดยให้แพ็กเก็ตคลื่นสสารหนึ่งส่วนคงอยู่กับที่เมื่อเทียบกับกรอบห้องทดลอง ขณะที่อีกส่วนเข้าสู่การตกอิสระ จากนั้นนักวิจัยนำคลื่นทั้งสองส่วนมาเปรียบเทียบกัน
ความต่างเฟสที่วัดได้ตรงกับเฟสเกจ (gauge phase) ซึ่งทฤษฎีทำนายสำหรับวัตถุควอนตัมที่ตกอิสระ ผู้วิจัยจึงระบุว่านี่คือการสังเกตโดยตรงของเฟสควอนตัมของการตกอิสระ ในขอบเขตพลังงานต่ำของการทดลอง 1
2
ประเด็นสำคัญคือ การทดลองนี้ไม่ได้ดูเพียง “เส้นทาง” ของวัตถุที่ตกเหมือนการทดลองเชิงคลาสสิก แต่ใช้เฟสของคลื่นควอนตัมเป็นตัววัด อินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ทำให้เฟส ซึ่งปกติสังเกตโดยตรงไม่ได้ ปรากฏเป็นรูปแบบการแทรกสอดเมื่อเปรียบเทียบสองเส้นทางของคลื่นสสาร
อีกทีมหนึ่งสร้างอะตอมอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์แบบสองสปีชีส์บนสถานีอวกาศจีน โดยเปรียบเทียบเมฆอะตอมรูบิเดียม-85 และรูบิเดียม-87 ที่ทำให้เย็นจัด ทั้งสองเป็นไอโซโทปของธาตุเดียวกันแต่มีมวลต่างกัน ระหว่างที่ยานและอะตอมอยู่ในภาวะตกอิสระต่อเนื่องขณะโคจรรอบโลก 19
31
ทีมงานใช้เทคนิคหลายอย่างเพื่อลดความคลาดเคลื่อนของเฟสและเพิ่มความแม่นยำ ได้แก่ การกดผลจากการเคลื่อนที่ของแพลตฟอร์ม การสลับการตรวจวัดด้วยฟลูออเรสเซนซ์ และการสลับการดีทูนิงแบบสองโฟตอน ตลอดข้อมูลทดสอบ WEP 280 วัน ค่าความไม่แน่นอนของการทดสอบอยู่ที่ (2.8 \times 10^{-8}) และรายงานผลเป็น ((-3.1 \pm 4.6) \times 10^{-7}) ซึ่งหลังประเมินความคลาดเคลื่อนแล้ว ยังสอดคล้องกับการไม่พบความต่างของความเร่งระหว่างไอโซโทปทั้งสอง 22
31
พูดแบบไม่ใช้ศัพท์เทคนิค: การวัดนี้ยังไม่พบหลักฐานว่า รูบิเดียมทั้งสองไอโซโทปตกต่างกัน ภายในระดับความละเอียดที่การทดลองเข้าถึงได้
สภาวะไมโครกราวิตีช่วยให้ปล่อยอะตอมลอยและปล่อยให้ระบบวิวัฒน์ได้ยาวนานกว่าการปล่อยตกในห้องทดลองบนพื้นโลก เวลาการวัดที่นานขึ้นอาจเพิ่มความไวต่อความเร่งของอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ได้ หากยังควบคุมความคงอยู่ของสภาวะควอนตัม การขยายตัวของเมฆอะตอม ความชันของสนามโน้มถ่วง และสัญญาณรบกวนจากเครื่องมือได้ 4
32
อย่างไรก็ดี วงโคจรไม่ได้เงียบโดยอัตโนมัติ การสั่นและการเคลื่อนที่ของสถานีอวกาศที่มีมนุษย์ประจำการอาจสร้างเฟสส่วนเกินที่ไม่ต้องการได้ ดังนั้น การกดผลจากการเคลื่อนที่ของแพลตฟอร์มจึงเป็นหัวใจของการทดลองบนสถานีอวกาศจีน 19
31
นี่เป็นการทดสอบที่มีความหมายว่าหลักการของสัมพัทธภาพทั่วไปเข้ากันได้กับสสารควอนตัมในเงื่อนไขที่ทดลอง แต่ ไม่ได้ แปลว่า “ค้นพบความโน้มถ่วงควอนตัม” แล้ว
โดยเฉพาะ การทดลองทั้งสองยังไม่ได้แสดงว่า
ทั้งสองผลอธิบายได้ภายใต้ภาพที่สสารเป็นระบบควอนตัม แต่เคลื่อนที่ในสนามโน้มถ่วงที่ถือว่าเป็นคลาสสิกอย่างมีประสิทธิผล แล้วจึงตรวจว่าผลเป็นไปตามหลักสมมูลหรือไม่ นอกจากนี้ ผลยังไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ของฟิสิกส์ใหม่ทุกรูปแบบ แต่จำกัดความเบี่ยงเบนที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะกับอะตอม สภาวะ และความแม่นยำที่การทดลองวัดมาเท่านั้น
แนวทางหนึ่งคือสร้างสภาวะซ้อนทับควอนตัมในวัตถุที่หนักกว่าอะตอมมาก ข้อเสนอสำหรับนาโนไดมอนด์บนโต๊ะทดลองอธิบายการเตรียมสภาวะซ้อนทับเชิงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสปินในนาโนไดมอนด์ แล้วปล่อยให้ปฏิสัมพันธ์โน้มถ่วงระหว่างสภาวะซ้อนทับก่อผลของการพัวพันขึ้นมา นี่เป็นข้อเสนอศึกษาความเป็นไปได้ ไม่ใช่ผลที่การทดลองด้วยรูบิเดียมทั้งสองพิสูจน์แล้ว 20
แพลตฟอร์มลักษณะนี้อาจใช้ตรวจสอบแบบจำลองที่เสนอว่าแรงโน้มถ่วงมีส่วนทำให้ฟังก์ชันคลื่นยุบตัว ความท้าทายหลักคือการแยกการสูญเสียความชัดของลายแทรกสอดที่อาจผิดปกติ ออกจากการสูญเสียความเชื่อมโยงเพราะสิ่งแวดล้อมตามปกติ (decoherence)
แนวคิดภารกิจในวงโคจรอนาคตตั้งเป้ายกระดับการทดสอบรูบิเดียมสองไอโซโทปไปมากกว่านี้ ข้อเสนอหนึ่งสำหรับอะตอมอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์บนสถานีอวกาศมุ่งทดสอบความเป็นสากลของการตกอิสระให้ดีกว่า (10^{-15}) พร้อมระบุโอกาสทดสอบการคัปปลิงระหว่างสปินกับแรงโน้มถ่วง และคลื่นสสารที่มีการแยกห่างเชิงตำแหน่งมาก 17
การไปถึงระดับนั้นต้องอาศัยมากกว่าเวลาตกอิสระที่ยาวขึ้น ยังต้องมีการแยกการสั่นสะเทือนที่ดี เสถียรภาพของเลเซอร์ การควบคุมแหล่งกำเนิดอะตอม และการจัดการความคลาดเคลื่อนเชิงระบบอย่างเข้มงวด แพลตฟอร์มเฉพาะทางในวงโคจรที่เงียบกว่า จึงอาจสำคัญพอ ๆ กับการเพิ่มเวลาที่อะตอมอยู่ในภาวะไมโครกราวิตี
ความก้าวหน้าครั้งนี้ไม่ใช่การประกาศค้นพบความโน้มถ่วงควอนตัม แต่คือการที่การทดลองควอนตัมสองรูปแบบต่างกันมาก—งานหนึ่งวัดเฟสการตกอิสระของคลื่นสสารบนโลก อีกงานเปรียบเทียบความเร่งของไอโซโทปในวงโคจร—ต่างให้ผลสอดคล้องกับหลักสมมูลของไอน์สไตน์
พรมแดนถัดไปคือทำให้การทดสอบไวขึ้น ใช้วัตถุที่มีมวลมากขึ้น และแยกระบบจากสิ่งรบกวนได้ดีกว่าเดิม จนสามารถตรวจหาผลที่คำอธิบายแรงโน้มถ่วงแบบคลาสสิกอาจอธิบายไม่ได้ 2
17
31
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การทดลองสองชุดพบว่าพฤติกรรมของสสารควอนตัมสอดคล้องกับหลักสมมูลของไอน์สไตน์ ภายในขอบเขตความแม่นยำที่วัดได้
การทดลองสองชุดพบว่าพฤติกรรมของสสารควอนตัมสอดคล้องกับหลักสมมูลของไอน์สไตน์ ภายในขอบเขตความแม่นยำที่วัดได้ การทดลองบนโลกวัดเฟสของคลื่นสสารที่ตกอิสระ ส่วนการทดลองบนสถานีอวกาศจีนเปรียบเทียบความเร่งของรูบิเดียม 85 และรูบิเดียม 87
ผลลัพธ์ยังไม่พิสูจน์ว่าความโน้มถ่วงมีธรรมชาติเป็นควอนตัมหรือรวมสัมพัทธภาพทั่วไปกับกลศาสตร์ควอนตัมได้; เป้าหมายต่อไปคือการทดสอบที่ไวขึ้น ใช้วัตถุหนักขึ้น และลดสัญญาณรบกวน
การทดลองสองชุดพบว่าพฤติกรรมของสสารควอนตัมสอดคล้องกับหลักสมมูลของไอน์สไตน์ ภายในขอบเขตความแม่นยำที่วัดได้ การทดลองบนโลกวัดเฟสของคลื่นสสารที่ตกอิสระ ส่วนการทดลองบนสถานีอวกาศจีนเปรียบเทียบความเร่งของรูบิเดียม 85 และรูบิเดียม 87 ผลลัพธ์ยังไม่พิสูจน์ว่าความโน้มถ่วงมีธรรมชาติเป็นควอนตัมหรือรวมสัมพัทธภาพทั่วไปกับกลศาสตร์คว...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did two independent 2026 experiments—one using a Quantum Galileo Interferometer to measure the roughly 80-radian quantum phase of freely. Article summary: Together, the experiments found no discrepancy with Einstein’s equivalence principle for quantum matter, but they tested different aspects of it. One measured the gravity-induced phase of a coherent falling wave packet; . Topic tags: general, education, academic, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, water
หลักสมมูลของไอน์สไตน์กล่าวโดยสรุปว่า ในบริเวณเล็กพอ ผลของแรงโน้มถ่วงกับความเร่งแยกจากกันไม่ได้ และวัตถุที่ตกอย่างเสรีควรตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงแบบเดียวกัน การทดลองอะตอมอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ 2 ชุดได้นำแนวคิดนี้ไปทดสอบกับสสารในสภาวะควอนตัม
ข้อสรุปต้องพูดอย่างระมัดระวัง แต่มีนัยสำคัญ: ภายใต้ชนิดของอะตอม เงื่อนไข และความละเอียดของเครื่องมือที่ใช้ ผลการวัดทั้งสองสอดคล้องกับหลักสมมูลของไอน์สไตน์ 2
31
ทั้งคู่ใช้คุณสมบัติความเป็นคลื่นของอะตอม หรือการแทรกสอด (interference) เพื่อแปลงผลของแรงโน้มถ่วงให้กลายเป็นความต่างเฟสที่วัดได้ แต่คำถามที่ทดสอบไม่เหมือนกัน
งานแรกมุ่งตรวจสอบว่าคำอธิบายเชิงควอนตัมเมื่อเปลี่ยนจากกรอบอ้างอิงในห้องทดลองไปสู่กรอบที่ตกอิสระ ให้ผลตามหลักสมมูลหรือไม่ ขณะที่งานหลังเป็นการทดสอบ “หลักสมมูลแบบอ่อน” (weak equivalence principle: WEP) หรือความเป็นสากลของการตกอิสระ—กล่าวคือ วัตถุต่างชนิดควรตกด้วยความเร่งเท่ากัน หากไม่มีแรงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง 2
31
การทดลองภาคพื้นดินใช้อะตอมเย็นจัดสร้างอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ โดยให้แพ็กเก็ตคลื่นสสารหนึ่งส่วนคงอยู่กับที่เมื่อเทียบกับกรอบห้องทดลอง ขณะที่อีกส่วนเข้าสู่การตกอิสระ จากนั้นนักวิจัยนำคลื่นทั้งสองส่วนมาเปรียบเทียบกัน
ความต่างเฟสที่วัดได้ตรงกับเฟสเกจ (gauge phase) ซึ่งทฤษฎีทำนายสำหรับวัตถุควอนตัมที่ตกอิสระ ผู้วิจัยจึงระบุว่านี่คือการสังเกตโดยตรงของเฟสควอนตัมของการตกอิสระ ในขอบเขตพลังงานต่ำของการทดลอง 1
2
ประเด็นสำคัญคือ การทดลองนี้ไม่ได้ดูเพียง “เส้นทาง” ของวัตถุที่ตกเหมือนการทดลองเชิงคลาสสิก แต่ใช้เฟสของคลื่นควอนตัมเป็นตัววัด อินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ทำให้เฟส ซึ่งปกติสังเกตโดยตรงไม่ได้ ปรากฏเป็นรูปแบบการแทรกสอดเมื่อเปรียบเทียบสองเส้นทางของคลื่นสสาร
อีกทีมหนึ่งสร้างอะตอมอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์แบบสองสปีชีส์บนสถานีอวกาศจีน โดยเปรียบเทียบเมฆอะตอมรูบิเดียม-85 และรูบิเดียม-87 ที่ทำให้เย็นจัด ทั้งสองเป็นไอโซโทปของธาตุเดียวกันแต่มีมวลต่างกัน ระหว่างที่ยานและอะตอมอยู่ในภาวะตกอิสระต่อเนื่องขณะโคจรรอบโลก 19
31
ทีมงานใช้เทคนิคหลายอย่างเพื่อลดความคลาดเคลื่อนของเฟสและเพิ่มความแม่นยำ ได้แก่ การกดผลจากการเคลื่อนที่ของแพลตฟอร์ม การสลับการตรวจวัดด้วยฟลูออเรสเซนซ์ และการสลับการดีทูนิงแบบสองโฟตอน ตลอดข้อมูลทดสอบ WEP 280 วัน ค่าความไม่แน่นอนของการทดสอบอยู่ที่ (2.8 \times 10^{-8}) และรายงานผลเป็น ((-3.1 \pm 4.6) \times 10^{-7}) ซึ่งหลังประเมินความคลาดเคลื่อนแล้ว ยังสอดคล้องกับการไม่พบความต่างของความเร่งระหว่างไอโซโทปทั้งสอง 22
31
พูดแบบไม่ใช้ศัพท์เทคนิค: การวัดนี้ยังไม่พบหลักฐานว่า รูบิเดียมทั้งสองไอโซโทปตกต่างกัน ภายในระดับความละเอียดที่การทดลองเข้าถึงได้
สภาวะไมโครกราวิตีช่วยให้ปล่อยอะตอมลอยและปล่อยให้ระบบวิวัฒน์ได้ยาวนานกว่าการปล่อยตกในห้องทดลองบนพื้นโลก เวลาการวัดที่นานขึ้นอาจเพิ่มความไวต่อความเร่งของอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ได้ หากยังควบคุมความคงอยู่ของสภาวะควอนตัม การขยายตัวของเมฆอะตอม ความชันของสนามโน้มถ่วง และสัญญาณรบกวนจากเครื่องมือได้ 4
32
อย่างไรก็ดี วงโคจรไม่ได้เงียบโดยอัตโนมัติ การสั่นและการเคลื่อนที่ของสถานีอวกาศที่มีมนุษย์ประจำการอาจสร้างเฟสส่วนเกินที่ไม่ต้องการได้ ดังนั้น การกดผลจากการเคลื่อนที่ของแพลตฟอร์มจึงเป็นหัวใจของการทดลองบนสถานีอวกาศจีน 19
31
นี่เป็นการทดสอบที่มีความหมายว่าหลักการของสัมพัทธภาพทั่วไปเข้ากันได้กับสสารควอนตัมในเงื่อนไขที่ทดลอง แต่ ไม่ได้ แปลว่า “ค้นพบความโน้มถ่วงควอนตัม” แล้ว
โดยเฉพาะ การทดลองทั้งสองยังไม่ได้แสดงว่า
ทั้งสองผลอธิบายได้ภายใต้ภาพที่สสารเป็นระบบควอนตัม แต่เคลื่อนที่ในสนามโน้มถ่วงที่ถือว่าเป็นคลาสสิกอย่างมีประสิทธิผล แล้วจึงตรวจว่าผลเป็นไปตามหลักสมมูลหรือไม่ นอกจากนี้ ผลยังไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ของฟิสิกส์ใหม่ทุกรูปแบบ แต่จำกัดความเบี่ยงเบนที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะกับอะตอม สภาวะ และความแม่นยำที่การทดลองวัดมาเท่านั้น
แนวทางหนึ่งคือสร้างสภาวะซ้อนทับควอนตัมในวัตถุที่หนักกว่าอะตอมมาก ข้อเสนอสำหรับนาโนไดมอนด์บนโต๊ะทดลองอธิบายการเตรียมสภาวะซ้อนทับเชิงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสปินในนาโนไดมอนด์ แล้วปล่อยให้ปฏิสัมพันธ์โน้มถ่วงระหว่างสภาวะซ้อนทับก่อผลของการพัวพันขึ้นมา นี่เป็นข้อเสนอศึกษาความเป็นไปได้ ไม่ใช่ผลที่การทดลองด้วยรูบิเดียมทั้งสองพิสูจน์แล้ว 20
แพลตฟอร์มลักษณะนี้อาจใช้ตรวจสอบแบบจำลองที่เสนอว่าแรงโน้มถ่วงมีส่วนทำให้ฟังก์ชันคลื่นยุบตัว ความท้าทายหลักคือการแยกการสูญเสียความชัดของลายแทรกสอดที่อาจผิดปกติ ออกจากการสูญเสียความเชื่อมโยงเพราะสิ่งแวดล้อมตามปกติ (decoherence)
แนวคิดภารกิจในวงโคจรอนาคตตั้งเป้ายกระดับการทดสอบรูบิเดียมสองไอโซโทปไปมากกว่านี้ ข้อเสนอหนึ่งสำหรับอะตอมอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์บนสถานีอวกาศมุ่งทดสอบความเป็นสากลของการตกอิสระให้ดีกว่า (10^{-15}) พร้อมระบุโอกาสทดสอบการคัปปลิงระหว่างสปินกับแรงโน้มถ่วง และคลื่นสสารที่มีการแยกห่างเชิงตำแหน่งมาก 17
การไปถึงระดับนั้นต้องอาศัยมากกว่าเวลาตกอิสระที่ยาวขึ้น ยังต้องมีการแยกการสั่นสะเทือนที่ดี เสถียรภาพของเลเซอร์ การควบคุมแหล่งกำเนิดอะตอม และการจัดการความคลาดเคลื่อนเชิงระบบอย่างเข้มงวด แพลตฟอร์มเฉพาะทางในวงโคจรที่เงียบกว่า จึงอาจสำคัญพอ ๆ กับการเพิ่มเวลาที่อะตอมอยู่ในภาวะไมโครกราวิตี
ความก้าวหน้าครั้งนี้ไม่ใช่การประกาศค้นพบความโน้มถ่วงควอนตัม แต่คือการที่การทดลองควอนตัมสองรูปแบบต่างกันมาก—งานหนึ่งวัดเฟสการตกอิสระของคลื่นสสารบนโลก อีกงานเปรียบเทียบความเร่งของไอโซโทปในวงโคจร—ต่างให้ผลสอดคล้องกับหลักสมมูลของไอน์สไตน์
พรมแดนถัดไปคือทำให้การทดสอบไวขึ้น ใช้วัตถุที่มีมวลมากขึ้น และแยกระบบจากสิ่งรบกวนได้ดีกว่าเดิม จนสามารถตรวจหาผลที่คำอธิบายแรงโน้มถ่วงแบบคลาสสิกอาจอธิบายไม่ได้ 2
17
31
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การทดลองสองชุดพบว่าพฤติกรรมของสสารควอนตัมสอดคล้องกับหลักสมมูลของไอน์สไตน์ ภายในขอบเขตความแม่นยำที่วัดได้
การทดลองสองชุดพบว่าพฤติกรรมของสสารควอนตัมสอดคล้องกับหลักสมมูลของไอน์สไตน์ ภายในขอบเขตความแม่นยำที่วัดได้ การทดลองบนโลกวัดเฟสของคลื่นสสารที่ตกอิสระ ส่วนการทดลองบนสถานีอวกาศจีนเปรียบเทียบความเร่งของรูบิเดียม 85 และรูบิเดียม 87
ผลลัพธ์ยังไม่พิสูจน์ว่าความโน้มถ่วงมีธรรมชาติเป็นควอนตัมหรือรวมสัมพัทธภาพทั่วไปกับกลศาสตร์ควอนตัมได้; เป้าหมายต่อไปคือการทดสอบที่ไวขึ้น ใช้วัตถุหนักขึ้น และลดสัญญาณรบกวน