มุมมองล่าสุดของทอม ลีที่งาน TOKEN2049 วางกรอบราคา Ethereum (ETH) ไว้สองช่วงเวลา: มีโอกาสขึ้นไป เหนือ 5,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 และอาจแตะ 25,000–50,000 ดอลลาร์ในรอบขาขึ้นนี้ ตัวเลขเหล่านี้เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่การรับประกัน และคำว่า “เหนือ 5,000 ดอลลาร์” หมายถึงระดับที่คาดว่าจะทะลุ ไม่ใช่เพดานราคาที่แน่นอน
18
20
23
เป้าระยะสั้นลดความร้อนแรงลง แต่ภาพใหญ่ยังเป็นขาขึ้น
ช่วงปลายเดือนกันยายน ลีคาดว่า ETH อาจซื้อขายสูงกว่า 10,000 ดอลลาร์อย่างชัดเจนภายใน 12 เดือน แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะไปถึงระดับนั้นภายในสิ้นปีหรือไม่ นอกจากนี้ เขายังเคยเรียกการคาดการณ์ราคา 10,000 ดอลลาร์ของอาร์เธอร์ เฮย์สภายในสิ้นปีว่า “อนุรักษนิยม”
51
ต่อมาในการให้สัมภาษณ์ที่ TOKEN2049 ในสิงคโปร์ ลีระบุว่า ETH อาจขึ้นเหนือ 5,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 ขณะที่ยังคงมองเป้าหมายระยะยาวของรอบขาขึ้นไว้ที่ 25,000–50,000 ดอลลาร์
18
20
เมื่อเทียบกับถ้อยแถลงก่อนหน้า มุมมองระยะสั้นครั้งใหม่นี้จึงดูระมัดระวังลง ส่วนภาพใหญ่ที่เชื่อว่า ETH ยังมีโอกาสปรับขึ้นมากยังคงเดิม อย่างไรก็ตาม การตีความว่าเขาตั้งเป้าราคาไว้ “ที่ 5,000 ดอลลาร์พอดี” อาจคลาดเคลื่อน เพราะเขาพูดถึงการขึ้นไปเหนือระดับดังกล่าว
20
23
ลียังให้กรณีคาดการณ์แบบมีเงื่อนไขว่า หาก Bitcoin ขึ้นเหนือ 100,000 ดอลลาร์ Ethereum อาจไปอยู่ที่ประมาณ 7,500 ดอลลาร์ ตัวเลขนี้ผูกกับราคาของ Bitcoin จึงควรแยกจากทั้งเป้าหมายปลายปีและกรอบราคาในรอบขาขึ้น
18
20
เหตุผลที่ลีเชื่อว่า Ethereum ยังมีโอกาสเติบโต
แกนหลักของมุมมองลีคือบทบาทที่ Ethereum อาจมีในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระธุรกรรมทางการเงิน เขาเชื่อว่าการนำสินทรัพย์และกิจกรรมทางการเงินมาอยู่บนบล็อกเชนมากขึ้น หรือที่เรียกว่า “โทเคนไนเซชัน” อาจเพิ่มความสำคัญของเครือข่าย Ethereum
18
อีกส่วนหนึ่งของเหตุผลคือ ETH ซื้อขายอยู่ในกรอบราคาใกล้เคียงกันมาราว 5 ปี ลีมองว่าการเคลื่อนไหวในกรอบเป็นเวลานานอาจมาก่อนการปรับขึ้นครั้งใหญ่ได้ แต่นี่เป็นการตีความประวัติราคา ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าจะเกิดการทะลุกรอบแน่นอน
20
22
กล่าวอีกอย่างคือ การใช้งานบล็อกเชนและโทเคนไนเซชันเป็นเหตุผลที่ลีใช้สนับสนุนมุมมองขาขึ้น แต่เหตุผลดังกล่าวไม่ได้ยืนยันว่า ETH จะไปถึงราคาเป้าหมาย และการที่ราคานิ่งมานานก็ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดการพุ่งขึ้น
BitMine ตั้งเพดานการซื้อที่ 5% ของอุปทาน
ควบคู่กับมุมมองต่อราคา ลียังกล่าวถึงแผนบริหารคลัง ETH ของ BitMine โดยบริษัทจะหยุดสะสมเมื่อถือครองครบ 5% ของอุปทาน นั่นทำให้ระดับ 5% เป็นเพดานการถือครอง ไม่ใช่เป้าหมายที่บริษัทจะซื้อเพิ่มไปเรื่อย ๆ
2
3
BitMine รายงานว่าถือครอง ETH จำนวน 6,016,414 เหรียญ ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2026 คิดเป็นประมาณ 4.9% ของอุปทาน จึงอยู่ใกล้ระดับเพดานที่ประกาศไว้
3
บริษัทกำลังหันมาเน้นการนำ ETH ไปวางสเตกเพื่อสร้างผลตอบแทนมากขึ้น เอกสารที่บริษัทเปิดเผยระบุว่ามี ETH อยู่ในระบบสเตก 5,067,309 เหรียญ ขณะที่รายงานอีกฉบับระบุว่าสัดส่วน ETH ที่นำไปสเตกอยู่ที่ประมาณ 84% ของคลัง และคาดการณ์รายได้จากการสเตกต่อปีไว้ราว 363 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ รายได้ดังกล่าวเป็นตัวเลขคาดการณ์ ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกัน
1
6
การหยุดซื้อเพิ่มไม่ได้หมายความว่า BitMine ประกาศขาย ETH ที่ถืออยู่ทั้งหมด แต่ก็ไม่ควรคาดว่าบริษัทจะเป็นผู้ซื้อรายเดิมอย่างต่อเนื่องหลังถึงเพดาน การสเตกอาจสร้างรางวัลจาก ETH ที่มีอยู่ ส่วนข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันว่าบริษัทมีนโยบายผูกมัดว่าจะขายรางวัลเหล่านั้นหรือไม่
2
6
9
ประเด็นสำคัญที่ควรจับตา
คำกล่าวล่าสุดของลีผสมผสานระหว่างกรอบระยะสั้นที่ดูระมัดระวังขึ้น กับเป้าหมายระยะยาวที่ยังทะเยอทะยาน ตัวเลขที่ควรแยกให้ออกจากกันคือ เหนือ 5,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026, 25,000–50,000 ดอลลาร์ในรอบนี้ และ ประมาณ 7,500 ดอลลาร์หาก Bitcoin ขึ้นเหนือ 100,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นคนละกรอบเวลาและเงื่อนไข
18
20
แนวคิดเรื่องการใช้งาน Ethereum และโทเคนไนเซชันช่วยอธิบายว่าทำไมลียังคงมอง ETH ในแง่บวก ขณะที่เพดาน 5% ของ BitMine แสดงให้เห็นว่าแผนสะสมของบริษัทมีขอบเขตชัดเจน แต่ทั้งสองประเด็นไม่ได้ยืนยันว่าราคาเป้าหมายจะเกิดขึ้นจริง—ตัวเลขเหล่านั้นยังเป็นการคาดการณ์ของลี
2
18