เบรนท์เพิ่มขึ้น 2.2% สู่ 89.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เพิ่ม 1.7% สู่ 83.66 ดอลลาร์ หลังทำเนียบขาวยืนยันว่าเวลานี้ไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน [26] ข้อมูล Kpler ระบุว่า มีเรือยืนยันการผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 5 ลำในวันอังคาร เทียบกับมากกว่า 130 ลำต่อวันก่อนสงคราม [28] การหยุดเดินเครื่องของโรงกลั่น NORSI...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did the White House’s August 27, 2026 confirmation that no negotiations were currently taking place with Iran—ending hopes of an Iran-Om. Article summary: The White House statement removed the near-term “diplomatic reopening” scenario that had driven prices lower the previous day. Markets therefore repriced the probability of a prolonged Strait of Hormuz disruption, restor. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม 2026 หลังทำเนียบขาวยืนยันว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่ได้เกิดขึ้น แม้โอมาน กาตาร์ และอิหร่านจะยังมีความพยายามทางการทูตเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ก็ตาม
เบรนท์เพิ่มขึ้น 2.2% สู่ 89.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ WTI เพิ่มขึ้น 1.7% สู่ 83.66 ดอลลาร์ 26
ประเด็นสำคัญไม่ใช่การที่ข่าวนี้ทำให้น้ำมันดิบหายไปจากตลาดทันที แต่คือการเปลี่ยนมุมมองของตลาดต่อ “ระยะเวลาของการหยุดชะงัก” เมื่อความหวังว่าฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้ในระยะใกล้ลดลง ราคาจึงต้องบวกส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กลับเข้าไปอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ ข่าวว่าการเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดทำเส้นทางเดินเรือชั่วคราวและการประสานงานเก็บกู้ทุ่นระเบิด ทำให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง เพราะนักลงทุนมองเห็นเส้นทางที่อาจนำไปสู่การส่งออกพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียที่มีเสถียรภาพมากขึ้น 17
18
แต่เมื่อทำเนียบขาวยืนยันว่าไม่มีการเจรจาระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน โอกาสที่ปัญหาจะคลี่คลายอย่างรวดเร็วก็ถูกเลื่อนออกไป แม้ผู้ไกล่เกลี่ยในภูมิภาคจะยังพยายามผลักดันข้อตกลงในรูปแบบอื่น
ข้อมูลการเดินเรือสะท้อนว่าปัญหายังห่างไกลจากคำว่า “กลับสู่ภาวะปกติ” Kpler บันทึกการผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยืนยันได้เพียง 5 ลำในวันอังคาร เทียบกับมากกว่า 130 ลำต่อวันก่อนสงคราม 28
ดังนั้น ต่อให้มีการประกาศเส้นทางเดินเรือชั่วคราว ก็ไม่ได้หมายความว่าช่องแคบจะกลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบในทันที สายเรือ บริษัทประกันภัย และเจ้าของสินค้า จะต้องเห็นหลักฐานว่าการเดินทางปลอดภัย ทำซ้ำได้ และคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์เสียก่อน
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งพลังงานจากอ่าวเปอร์เซีย เมื่อการเดินเรือถูกจำกัด ตลาดไม่ได้ประเมินเฉพาะจำนวนบาร์เรลที่อาจส่งออกไม่ได้เท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงเส้นทางที่ไกลขึ้น ค่าประกันภัยที่สูงขึ้น ความล่าช้าในการส่งมอบ และความไม่แน่นอนว่าสินค้าที่ทำสัญญาไว้จะเดินทางได้ตามกำหนดหรือไม่
ความเสี่ยงเหล่านี้มีน้ำหนักมากขึ้นในช่วงที่ตลาดมีส่วนเผื่อด้านอุปทานจำกัดอยู่แล้ว สำนักงานพลังงานสากล หรือ IEA คาดว่าอุปทานน้ำมันโลกในปี 2026 จะลดลง 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือ 102 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมเตือนว่าข้อตกลงที่จะทำให้ฮอร์มุซกลับมาเปิดยังไม่เกิดขึ้น 35 IEA ยังประเมินว่าตลาดน้ำมันโลกจะขาดดุล 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 3
35
นี่จึงเป็นการปรับราคาใหม่ตามทั้ง “โอกาส” และ “ระยะเวลา” ของปัญหา หากการหยุดชะงักยืดเยื้อ สต็อกน้ำมัน แหล่งผลิตทางเลือก และเส้นทางขนส่งอื่นจะรับภาระได้ยากขึ้น โดยตลาดอาจต้องใช้ราคาที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดอุปทานและลดการบริโภคบางส่วน
กาตาร์มีบทบาทในความพยายามไกล่เกลี่ย โดยนายกรัฐมนตรีกาตาร์เดินทางไปเตหะรานท่ามกลางกิจกรรมทางการทูตที่เข้มข้นขึ้น 26
28 แต่ความสำคัญของกาตาร์ต่อแนวโน้มพลังงานไม่ได้มีเพียงเรื่องการเจรจาเท่านั้น
IEA ระบุว่ากาตาร์เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ได้รับผลกระทบจากความปั่นป่วนในภูมิภาค และประเมินว่ากาตาร์อาจสูญเสียอุปทานจำนวนมากในปี 2026 42 หากปัญหาฮอร์มุซยืดเยื้อ ความพร้อมใช้งานของทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG อาจตึงตัวขึ้น
ผลกระทบต่อน้ำมันดิบอาจไม่เกิดขึ้นโดยตรงทั้งหมด แต่การแย่งชิงเที่ยวเรือ LNG ทางเลือกสามารถเพิ่มความเสี่ยงในตลาดพลังงานโดยรวมได้ ขนาดของผลกระทบจะขึ้นอยู่กับว่าการหยุดชะงักยาวนานเพียงใด และผู้ซื้อสามารถจัดหาแหล่งทดแทนได้เร็วแค่ไหน
อีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามาซ้ำเติมตลาดคือการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อโรงกลั่น NORSI ของรัสเซีย ซึ่งทำให้โรงกลั่นระงับการแปรรูปน้ำมันดิบ หลังหน่วยแปรรูปหลายส่วน โครงสร้างพื้นฐานระหว่างหน่วย และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นได้รับความเสียหาย
Reuters ระบุว่า NORSI เป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่อันดับ 4 ของรัสเซีย และเป็นผู้ผลิตน้ำมันเบนซินรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ มีกำลังการกลั่นราว 15 ล้านตันต่อปี 1
2
รายงานยังระบุว่า การหยุดเดินเครื่องดังกล่าวทำให้โรงกลั่นหลักของ Lukoil ในรัสเซียหยุดดำเนินงานทั้งหมด แม้ยังไม่ชัดเจนว่าการซ่อมแซมจะใช้เวลานานเท่าใด 6
ผลกระทบของเหตุการณ์นี้จึงเด่นชัดต่อน้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซินและดีเซล มากกว่าน้ำมันดิบโดยตรง เพราะในระยะแรก โรงกลั่นที่หยุดทำงานอาจทำให้มีน้ำมันดิบถูกนำไปแปรรูปน้อยลง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปออกสู่ตลาดน้อยลง และอาจทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สูงขึ้น การส่งออกลดลง หรือเกิดมาตรการด้านนโยบายหากเชื้อเพลิงภายในประเทศตึงตัว
กล่าวอีกอย่างคือ ฮอร์มุซสร้างความเสี่ยงต่อการเคลื่อนย้ายพลังงานจากอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ NORSI สร้างความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนน้ำมันดิบให้เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้งานได้ ทั้งสองเป็นคนละช่องทาง แต่ล้วนเพิ่มต้นทุนและความไม่แน่นอนให้ตลาด
สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 95,000 บาร์เรล เทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 597,000 บาร์เรล การเพิ่มขึ้นที่น้อยกว่าคาดตามปกติถือเป็นสัญญาณสนับสนุนราคาเล็กน้อย เพราะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าส่วนเผื่อด้านอุปทานกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้มีขนาดไม่มากพอที่จะอธิบายการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในวันดังกล่าวเพียงลำพัง ตัวเร่งหลักคือความหวังต่อทางออกทางการทูตของฮอร์มุซที่ลดลง ขณะที่เหตุหยุดเดินเครื่องของโรงกลั่นรัสเซียเป็นแหล่งความไม่แน่นอนเพิ่มเติม
แนวโน้มระยะสั้นยังสะท้อนความเสี่ยงที่สูงขึ้นมากกว่าจะเป็นการปรับขึ้นทางเดียวอย่างแน่นอน ปัจจัยหนุนราคาหลัก ได้แก่
ความเสี่ยงด้านขาลงที่สำคัญที่สุดคือการเปิดฮอร์มุซอย่างแท้จริงและมีผลในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงข่าวการไกล่เกลี่ยหรือข้อเสนอเรื่องเส้นทางเดินเรือ หากเรือสามารถผ่านได้อย่างสม่ำเสมอและมีมาตรการคุ้มครองที่น่าเชื่อถือ ส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ก็อาจหายไปอย่างรวดเร็ว การกลับมาเดินเครื่องของโรงกลั่นรัสเซียจะช่วยคลายแรงกดดันต่อน้ำมันสำเร็จรูปด้วย
จนกว่าจะมีพัฒนาการใดพัฒนาการหนึ่งที่น่าเชื่อถือ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มอ่อนไหวอย่างมากต่อถ้อยแถลงทางการทูต จำนวนเรือที่เคลื่อนผ่านฮอร์มุซ ความคืบหน้าการซ่อมโรงกลั่น และหลักฐานการหยุดชะงักเพิ่มเติม การพุ่งขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคมจึงสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดสามารถพลิกจากการปรับตัวลงเป็นการดีดกลับได้อย่างรวดเร็ว เมื่อความหวังว่าฮอร์มุซจะกลับมาเปิดในระยะใกล้เริ่มเลือนหาย
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เบรนท์เพิ่มขึ้น 2.2% สู่ 89.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เพิ่ม 1.7% สู่ 83.66 ดอลลาร์ หลังทำเนียบขาวยืนยันว่าเวลานี้ไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน [26]
เบรนท์เพิ่มขึ้น 2.2% สู่ 89.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เพิ่ม 1.7% สู่ 83.66 ดอลลาร์ หลังทำเนียบขาวยืนยันว่าเวลานี้ไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน [26] ข้อมูล Kpler ระบุว่า มีเรือยืนยันการผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 5 ลำในวันอังคาร เทียบกับมากกว่า 130 ลำต่อวันก่อนสงคราม [28]
การหยุดเดินเครื่องของโรงกลั่น NORSI ในรัสเซียเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันสำเร็จรูป ขณะที่ IEA คาดว่าอุปทานน้ำมันโลกปี 2026 จะลดลง 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือ 102 ล้านบาร์เรลต่อวัน [1][2][35]
เบรนท์เพิ่มขึ้น 2.2% สู่ 89.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เพิ่ม 1.7% สู่ 83.66 ดอลลาร์ หลังทำเนียบขาวยืนยันว่าเวลานี้ไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน [26] ข้อมูล Kpler ระบุว่า มีเรือยืนยันการผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 5 ลำในวันอังคาร เทียบกับมากกว่า 130 ลำต่อวันก่อนสงคราม [28] การหยุดเดินเครื่องของโรงกลั่น NORSI...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did the White House’s August 27, 2026 confirmation that no negotiations were currently taking place with Iran—ending hopes of an Iran-Om. Article summary: The White House statement removed the near-term “diplomatic reopening” scenario that had driven prices lower the previous day. Markets therefore repriced the probability of a prolonged Strait of Hormuz disruption, restor. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม 2026 หลังทำเนียบขาวยืนยันว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่ได้เกิดขึ้น แม้โอมาน กาตาร์ และอิหร่านจะยังมีความพยายามทางการทูตเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ก็ตาม
เบรนท์เพิ่มขึ้น 2.2% สู่ 89.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ WTI เพิ่มขึ้น 1.7% สู่ 83.66 ดอลลาร์ 26
ประเด็นสำคัญไม่ใช่การที่ข่าวนี้ทำให้น้ำมันดิบหายไปจากตลาดทันที แต่คือการเปลี่ยนมุมมองของตลาดต่อ “ระยะเวลาของการหยุดชะงัก” เมื่อความหวังว่าฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้ในระยะใกล้ลดลง ราคาจึงต้องบวกส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กลับเข้าไปอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ ข่าวว่าการเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดทำเส้นทางเดินเรือชั่วคราวและการประสานงานเก็บกู้ทุ่นระเบิด ทำให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง เพราะนักลงทุนมองเห็นเส้นทางที่อาจนำไปสู่การส่งออกพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียที่มีเสถียรภาพมากขึ้น 17
18
แต่เมื่อทำเนียบขาวยืนยันว่าไม่มีการเจรจาระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน โอกาสที่ปัญหาจะคลี่คลายอย่างรวดเร็วก็ถูกเลื่อนออกไป แม้ผู้ไกล่เกลี่ยในภูมิภาคจะยังพยายามผลักดันข้อตกลงในรูปแบบอื่น
ข้อมูลการเดินเรือสะท้อนว่าปัญหายังห่างไกลจากคำว่า “กลับสู่ภาวะปกติ” Kpler บันทึกการผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยืนยันได้เพียง 5 ลำในวันอังคาร เทียบกับมากกว่า 130 ลำต่อวันก่อนสงคราม 28
ดังนั้น ต่อให้มีการประกาศเส้นทางเดินเรือชั่วคราว ก็ไม่ได้หมายความว่าช่องแคบจะกลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบในทันที สายเรือ บริษัทประกันภัย และเจ้าของสินค้า จะต้องเห็นหลักฐานว่าการเดินทางปลอดภัย ทำซ้ำได้ และคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์เสียก่อน
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งพลังงานจากอ่าวเปอร์เซีย เมื่อการเดินเรือถูกจำกัด ตลาดไม่ได้ประเมินเฉพาะจำนวนบาร์เรลที่อาจส่งออกไม่ได้เท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงเส้นทางที่ไกลขึ้น ค่าประกันภัยที่สูงขึ้น ความล่าช้าในการส่งมอบ และความไม่แน่นอนว่าสินค้าที่ทำสัญญาไว้จะเดินทางได้ตามกำหนดหรือไม่
ความเสี่ยงเหล่านี้มีน้ำหนักมากขึ้นในช่วงที่ตลาดมีส่วนเผื่อด้านอุปทานจำกัดอยู่แล้ว สำนักงานพลังงานสากล หรือ IEA คาดว่าอุปทานน้ำมันโลกในปี 2026 จะลดลง 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือ 102 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมเตือนว่าข้อตกลงที่จะทำให้ฮอร์มุซกลับมาเปิดยังไม่เกิดขึ้น 35 IEA ยังประเมินว่าตลาดน้ำมันโลกจะขาดดุล 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 3
35
นี่จึงเป็นการปรับราคาใหม่ตามทั้ง “โอกาส” และ “ระยะเวลา” ของปัญหา หากการหยุดชะงักยืดเยื้อ สต็อกน้ำมัน แหล่งผลิตทางเลือก และเส้นทางขนส่งอื่นจะรับภาระได้ยากขึ้น โดยตลาดอาจต้องใช้ราคาที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดอุปทานและลดการบริโภคบางส่วน
กาตาร์มีบทบาทในความพยายามไกล่เกลี่ย โดยนายกรัฐมนตรีกาตาร์เดินทางไปเตหะรานท่ามกลางกิจกรรมทางการทูตที่เข้มข้นขึ้น 26
28 แต่ความสำคัญของกาตาร์ต่อแนวโน้มพลังงานไม่ได้มีเพียงเรื่องการเจรจาเท่านั้น
IEA ระบุว่ากาตาร์เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ได้รับผลกระทบจากความปั่นป่วนในภูมิภาค และประเมินว่ากาตาร์อาจสูญเสียอุปทานจำนวนมากในปี 2026 42 หากปัญหาฮอร์มุซยืดเยื้อ ความพร้อมใช้งานของทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG อาจตึงตัวขึ้น
ผลกระทบต่อน้ำมันดิบอาจไม่เกิดขึ้นโดยตรงทั้งหมด แต่การแย่งชิงเที่ยวเรือ LNG ทางเลือกสามารถเพิ่มความเสี่ยงในตลาดพลังงานโดยรวมได้ ขนาดของผลกระทบจะขึ้นอยู่กับว่าการหยุดชะงักยาวนานเพียงใด และผู้ซื้อสามารถจัดหาแหล่งทดแทนได้เร็วแค่ไหน
อีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามาซ้ำเติมตลาดคือการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อโรงกลั่น NORSI ของรัสเซีย ซึ่งทำให้โรงกลั่นระงับการแปรรูปน้ำมันดิบ หลังหน่วยแปรรูปหลายส่วน โครงสร้างพื้นฐานระหว่างหน่วย และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นได้รับความเสียหาย
Reuters ระบุว่า NORSI เป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่อันดับ 4 ของรัสเซีย และเป็นผู้ผลิตน้ำมันเบนซินรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ มีกำลังการกลั่นราว 15 ล้านตันต่อปี 1
2
รายงานยังระบุว่า การหยุดเดินเครื่องดังกล่าวทำให้โรงกลั่นหลักของ Lukoil ในรัสเซียหยุดดำเนินงานทั้งหมด แม้ยังไม่ชัดเจนว่าการซ่อมแซมจะใช้เวลานานเท่าใด 6
ผลกระทบของเหตุการณ์นี้จึงเด่นชัดต่อน้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซินและดีเซล มากกว่าน้ำมันดิบโดยตรง เพราะในระยะแรก โรงกลั่นที่หยุดทำงานอาจทำให้มีน้ำมันดิบถูกนำไปแปรรูปน้อยลง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปออกสู่ตลาดน้อยลง และอาจทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สูงขึ้น การส่งออกลดลง หรือเกิดมาตรการด้านนโยบายหากเชื้อเพลิงภายในประเทศตึงตัว
กล่าวอีกอย่างคือ ฮอร์มุซสร้างความเสี่ยงต่อการเคลื่อนย้ายพลังงานจากอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ NORSI สร้างความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนน้ำมันดิบให้เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้งานได้ ทั้งสองเป็นคนละช่องทาง แต่ล้วนเพิ่มต้นทุนและความไม่แน่นอนให้ตลาด
สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 95,000 บาร์เรล เทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 597,000 บาร์เรล การเพิ่มขึ้นที่น้อยกว่าคาดตามปกติถือเป็นสัญญาณสนับสนุนราคาเล็กน้อย เพราะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าส่วนเผื่อด้านอุปทานกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้มีขนาดไม่มากพอที่จะอธิบายการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในวันดังกล่าวเพียงลำพัง ตัวเร่งหลักคือความหวังต่อทางออกทางการทูตของฮอร์มุซที่ลดลง ขณะที่เหตุหยุดเดินเครื่องของโรงกลั่นรัสเซียเป็นแหล่งความไม่แน่นอนเพิ่มเติม
แนวโน้มระยะสั้นยังสะท้อนความเสี่ยงที่สูงขึ้นมากกว่าจะเป็นการปรับขึ้นทางเดียวอย่างแน่นอน ปัจจัยหนุนราคาหลัก ได้แก่
ความเสี่ยงด้านขาลงที่สำคัญที่สุดคือการเปิดฮอร์มุซอย่างแท้จริงและมีผลในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงข่าวการไกล่เกลี่ยหรือข้อเสนอเรื่องเส้นทางเดินเรือ หากเรือสามารถผ่านได้อย่างสม่ำเสมอและมีมาตรการคุ้มครองที่น่าเชื่อถือ ส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ก็อาจหายไปอย่างรวดเร็ว การกลับมาเดินเครื่องของโรงกลั่นรัสเซียจะช่วยคลายแรงกดดันต่อน้ำมันสำเร็จรูปด้วย
จนกว่าจะมีพัฒนาการใดพัฒนาการหนึ่งที่น่าเชื่อถือ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มอ่อนไหวอย่างมากต่อถ้อยแถลงทางการทูต จำนวนเรือที่เคลื่อนผ่านฮอร์มุซ ความคืบหน้าการซ่อมโรงกลั่น และหลักฐานการหยุดชะงักเพิ่มเติม การพุ่งขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคมจึงสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดสามารถพลิกจากการปรับตัวลงเป็นการดีดกลับได้อย่างรวดเร็ว เมื่อความหวังว่าฮอร์มุซจะกลับมาเปิดในระยะใกล้เริ่มเลือนหาย
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เบรนท์เพิ่มขึ้น 2.2% สู่ 89.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เพิ่ม 1.7% สู่ 83.66 ดอลลาร์ หลังทำเนียบขาวยืนยันว่าเวลานี้ไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน [26]
เบรนท์เพิ่มขึ้น 2.2% สู่ 89.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เพิ่ม 1.7% สู่ 83.66 ดอลลาร์ หลังทำเนียบขาวยืนยันว่าเวลานี้ไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน [26] ข้อมูล Kpler ระบุว่า มีเรือยืนยันการผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 5 ลำในวันอังคาร เทียบกับมากกว่า 130 ลำต่อวันก่อนสงคราม [28]
การหยุดเดินเครื่องของโรงกลั่น NORSI ในรัสเซียเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันสำเร็จรูป ขณะที่ IEA คาดว่าอุปทานน้ำมันโลกปี 2026 จะลดลง 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือ 102 ล้านบาร์เรลต่อวัน [1][2][35]