บริษัทมีทีมพัฒนาที่ทำงานจาก วอร์ซอ (โปแลนด์) และมิวนิก (เยอรมนี) โดยทีมงานหลายคนเคยทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Meta, Google, Amazon และ Tesla
แนวคิดหลักของผู้ก่อตั้งคือ AI ควรทำงานอยู่ในเครื่องมือที่ทีมใช้ทุกวัน แทนที่จะบังคับให้พนักงานต้องย้ายไปใช้เครื่องมือ AI ใหม่แยกต่างหาก
เมื่อถูกติดตั้งใน Slack หรือ Microsoft Teams สมาชิกในทีมสามารถสั่งงานผ่านแชตตามปกติ เช่น
แนวคิดคือทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาและกระบวนการทำงานในแต่ละวัน แทนที่จะเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพที่ต้องเปิดใช้งานแยกต่างหาก
จุดแข็งทางเทคนิคของ Viktor คือชั้นการเชื่อมต่อระบบ (integration layer) ที่สามารถเชื่อมต่อกับ เครื่องมือในที่ทำงานมากกว่า 3,000 ตัว
การเชื่อมต่อเหล่านี้ทำให้ AI สามารถ
ระบบยังถูกอธิบายว่าเป็น agentic AI ที่สามารถทำงานแบบหลายขั้นตอนโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพียงตอบข้อความหรือสร้างข้อความเท่านั้น
อีกแนวคิดสำคัญคือ organizational memory หรือ “หน่วยความจำขององค์กร” ซึ่ง AI จะสะสมบริบทจากบทสนทนาและระบบที่เชื่อมต่อไว้ ทำให้สามารถตอบคำถามหรือช่วยงานโดยอิงจากข้อมูลและประวัติการทำงานของบริษัทได้
สิ่งที่ทำให้นักลงทุนจำนวนมากสนใจ Viktor คือ ความเร็วในการเติบโตช่วงแรก
ตามข้อมูลของบริษัทและรายงานข่าว ผลิตภัณฑ์สามารถทำได้ภายในประมาณ 10 สัปดาห์หลังเปิดตัว
อัตราการเติบโตระดับนี้ถือว่าค่อนข้างเร็วสำหรับบริษัท SaaS และสะท้อนว่าหลายองค์กรกำลังมองหา AI ที่สามารถ ทำงานจริงในระบบธุรกิจ ไม่ใช่แค่ช่วยเขียนข้อความหรือค้นหาข้อมูล
เงินทุนใหม่จะถูกใช้เพื่อขยายธุรกิจในหลายด้าน
การระดมทุนของ Viktor สะท้อนแนวโน้มใหญ่ของตลาด AI สำหรับองค์กร
จากเดิมที่ AI มักถูกใช้เป็นแชตบอตหรือผู้ช่วยส่วนตัว ปัจจุบันสตาร์ทอัพจำนวนมากกำลังพัฒนา AI agents ที่ทำงานร่วมกับทั้งทีม และเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ทั้งองค์กร
เมื่อ AI ถูกฝังอยู่ในแพลตฟอร์มสื่อสารหลักอย่าง Slack หรือ Microsoft Teams ระบบเหล่านี้อาจกลายเป็น ชั้นปฏิบัติการใหม่ขององค์กร ที่ผสานการสื่อสาร การวิเคราะห์ข้อมูล และการทำงานอัตโนมัติเข้าด้วยกัน
การเติบโตช่วงแรกของ Viktor จึงทำให้นักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่าแนวคิด “AI เพื่อนร่วมงาน” อาจกลายเป็นหมวดหมู่สำคัญของซอฟต์แวร์องค์กรในอนาคต
Comments
0 comments