บริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน เช่น Blockaid และ PeckShield ตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติระหว่างที่การโจมตีกำลังเกิดขึ้น และเตือนผู้ใช้ให้หลีกเลี่ยงการใช้งานสะพานดังกล่าวทันที
การวิเคราะห์ทางเทคนิคพบว่าปัญหาหลักอยู่ที่ตรรกะการตรวจสอบของระบบ cross‑chain
แม้ว่าทั้งสองฝั่งของสะพานจะมีการตรวจสอบข้อมูลบางส่วน แต่ไม่มีฝั่งใดตรวจสอบข้อมูลสำคัญที่สุด นั่นคือ
ในทางปฏิบัติ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
ช่องว่างเล็กๆ นี้ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างข้อความที่ผ่านการตรวจสอบได้ แม้ว่าจะขอถอนเงินมากกว่าที่มีการฝากจริง นักวิจัยบางรายระบุว่าช่องโหว่นี้สามารถแก้ไขได้ด้วยโค้ด Solidity เพียงไม่กี่บรรทัดเท่านั้น
ที่สำคัญ เหตุการณ์นี้ ไม่ได้เกิดจากการขโมย private key หรือการทำลายระบบเข้ารหัส แต่เกิดจากตรรกะการตรวจสอบในโค้ดเพียงอย่างเดียว
ไม่นานหลังจากนั้น ทีม Verus ได้เสนอข้อตกลงต่อผู้โจมตี หากคืนเงินส่วนใหญ่ภายในเวลาที่กำหนด จะสามารถเก็บเงินบางส่วนไว้เป็น บั๊กบาวน์ตี้ (bug bounty) ได้
ผลลัพธ์สุดท้ายคือ
เหตุการณ์นี้สะท้อนรูปแบบที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้นในโลก Decentralized Finance (DeFi) เมื่อเงินถูกขโมยแต่ยังสามารถติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชนได้ โปรเจกต์บางแห่งเลือกใช้การเจรจาเพื่อเพิ่มโอกาสได้คืนบางส่วน
กลยุทธ์นี้มักประกอบด้วย
ข้อมูลจากการศึกษาด้านความปลอดภัยพบว่า ในปี 2024 มีเหตุการณ์โจมตี DeFi มากกว่า 200 ครั้ง และมีเงินประมาณ 220 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกกู้คืนผ่านการเจรจาหรือการดำเนินการแบบ white‑hat คิดเป็นอัตราการกู้คืนราว 15%
สะพานบล็อกเชนต้องทำหน้าที่ตรวจสอบว่าเหตุการณ์บนบล็อกเชนหนึ่งเกิดขึ้นจริง ก่อนจะดำเนินธุรกรรมบนอีกเชนหนึ่ง
ถ้าตรรกะการตรวจสอบมีช่องโหว่ ผู้โจมตีอาจสามารถ
ข้อมูลด้านความปลอดภัยระบุว่า ภายในเดือนพฤษภาคม 2026 มี เหตุแฮ็กที่เกี่ยวข้องกับ bridge แล้วอย่างน้อย 8 ครั้ง รวมความเสียหายประมาณ 328.6 ล้านดอลลาร์
การที่สะพานถือสภาพคล่องจำนวนมากและมีตรรกะการตรวจสอบที่ซับซ้อน ทำให้มันเป็นเป้าหมายยอดนิยมของผู้โจมตี
เหตุการณ์ Verus–Ethereum แสดงให้เห็นว่า ข้อผิดพลาดในการตรวจสอบเพียงเล็กน้อยสามารถนำไปสู่ความเสียหายระดับหลายล้านดอลลาร์ได้
ในเวลาเดียวกัน วิธีการแก้ปัญหาก็สะท้อนความเป็นจริงของโลก DeFi ในปัจจุบัน เมื่อการโจมตีเกิดขึ้นแล้ว โปรเจกต์จำนวนมากเลือกใช้ การเจรจาและบั๊กบาวน์ตี้ฉุกเฉิน เพื่อกู้เงินบางส่วนกลับมา ขณะที่ทีมพัฒนาเร่งอุดช่องโหว่และพยายามกู้ความเชื่อมั่นของผู้ใช้กลับคืนมา
Comments
0 comments