วาฬฝั่ง Long รายใหญ่ที่สุดที่มีการรายงานบน Hyperliquid เปิด Long 1,000 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $78,780 และ 28,000 ETH ที่ประมาณ $2,490 คิดเป็นมูลค่า Notional รวมราว $148.5 ล้าน [22] ก่อนหน้านี้เทรดเดอร์รายเดียวกันปิด Long ETH ทั้งหมด 120,000 ETH และลดสถานะ BTC ลง 1,200 BTC ทำกำไรราว $45.3 ล้าน ส่งผลให้มูลค่าสถานะ Lo...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did the largest long holder on Hyperliquid respond to Federal Reserve Chair Kevin Warsh’s hawkish Jackson Hole speech, and what were the. Article summary: The whale bought the post-speech dip rather than joining the risk-off move: it opened long positions of 1,000 BTC at about $78,780 and 28,000 ETH at about $2,490—roughly $148.5 million in combined notional. This is a hig. Topic tags: general, general web, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
การร่วงลงของตลาดคริปโตหลังถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ที่ Jackson Hole ไม่ได้ทำให้ผู้ถือสถานะ Long รายใหญ่ที่สุดที่มีการรายงานบน Hyperliquid ถอยหนี ตรงกันข้าม วาฬรายนี้เลือกซื้อจังหวะที่ราคาอ่อนตัว โดยเปิดสถานะ Long ใหม่ใน Bitcoin จำนวน 1,000 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $78,780 และ Ethereum จำนวน 28,000 ETH ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $2,490
มูลค่า Notional ของสถานะทั้งสองอยู่ที่ประมาณ $78.8 ล้านสำหรับ BTC และ $69.7 ล้านสำหรับ ETH รวมกันราว $148.5 ล้าน 22
จังหวะเข้าซื้อถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะเกิดขึ้นหลังตลาดตอบสนองเชิงลบต่อสุนทรพจน์ของ Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่การประชุม Jackson Hole โดยเขาย้ำเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% และสนับสนุนการสื่อสารนโยบายที่ระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับข้อมูลเศรษฐกิจใหม่มากกว่าการส่งสัญญาณล่วงหน้าอย่างชัดเจน 24
ตลาดตีความท่าทีดังกล่าวว่าออกไปในทางเข้มงวด ส่งผลให้ Bitcoin ร่วงประมาณ 3.23% มาอยู่ที่ $77,812 ในรายงานหนึ่ง ขณะที่ Ethereum ก็ปรับตัวลง และสถานะคริปโตที่ใช้เลเวอเรจจำนวนมากถูกบังคับปิด 17
การเปิด Long หลังแรงขายจึงสะท้อนว่าเทรดเดอร์รายนี้มองการปรับฐานจากปัจจัยมหภาคเป็นโอกาสสะสมสถานะ หรือเชื่อว่าราคามีโอกาสฟื้นตัวในระยะใกล้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาคาดว่า Fed จะเปลี่ยนนโยบายทันที และไม่ได้ยืนยันว่าตลาดพบจุดต่ำสุดแล้ว
ข้อสรุปที่ระมัดระวังที่สุดคือ บัญชีดังกล่าวยอมรับความเสี่ยงจากอนุพันธ์ในระดับสูง เพื่อเดิมพันกับการฟื้นตัวที่ค่อนข้างรวดเร็วของ BTC และ ETH
ก่อนการกลับมาเปิดสถานะครั้งล่าสุด รายงานเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมระบุว่าเทรดเดอร์รายนี้ปิดสถานะ Long ETH จำนวน 120,000 ETH และลดสถานะ Long BTC ลง 1,200 BTC ทำกำไรรวมประมาณ $45.3 ล้าน โดยกำไรที่รับรู้มาจากฝั่ง ETH อยู่ที่ประมาณ $32.77 ล้าน และจาก BTC ประมาณ $12.53 ล้าน 1
การเคลื่อนไหวดังกล่าวลดมูลค่าสถานะ Long ที่รายงานจากประมาณ $537 ล้าน เหลือราว $143 ล้าน และเหลือสถานะ Long BTC อยู่ 1,800 BTC ในเวลานั้น 1
ประวัตินี้ชี้ว่าเทรดเดอร์ไม่ได้ถือสถานะผ่านทุกช่วงขาลงโดยไม่ปรับตัว เขาเคยทำกำไร ลดความเสี่ยง และกลับเข้าซื้อเมื่อมองว่าราคาอยู่ในระดับน่าสนใจมากขึ้น รูปแบบดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นเชิงกลยุทธ์ แต่ในอีกด้านก็แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วหากเงื่อนไขตลาดเปลี่ยน
นอกจากนี้ ตัวเลข $148.5 ล้านเป็นมูลค่า Notional ของสัญญา Perpetual Futures ไม่ใช่จำนวนเงินทุนที่เทรดเดอร์นำมาวางทั้งหมด และไม่ใช่ตัวเลขขาดทุนสูงสุดโดยอัตโนมัติ ระดับ Liquidation การเติมหลักประกัน การทยอยปิดสถานะ และการทำ Hedging ในบัญชีหรือแพลตฟอร์มอื่น อาจทำให้ความเสี่ยงจริงแตกต่างจากภาพที่เห็นบนเชน
สถานะของวาฬจะมีความหมายต่อตลาดมากขึ้น หากข้อมูลอนุพันธ์โดยรวมบน Hyperliquid สนับสนุนการฟื้นตัวด้วย สัญญาณที่ควรติดตามมีดังนี้
ตัวชี้วัดเหล่านี้บอกโครงสร้างการวางเดิมพันของตลาด ไม่ได้ทำนายทิศทางราคาโดยตรง Funding Rate และ Open Interest ช่วยให้เห็นว่าเทรดเดอร์กำลังแสดงมุมมองอย่างไร แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่า Bitcoin หรือ Ethereum จะปรับตัวขึ้น
ฝั่ง Ethereum มีข้อมูลที่อาจสนับสนุนมุมมองเรื่องอุปทานที่พร้อมขายลดลง ยอด ETH ที่อยู่บนกระดานเทรดแบบ Centralized Exchange ถูกรายงานว่าอยู่ที่ประมาณ 15.12 ล้าน ETH ลดลงจากราว 16.86 ล้าน ETH ในช่วงต้นปี 2026 หรือลดลงประมาณ 10% โดยส่วนหนึ่งถูกย้ายไปยังสัญญา Staking 51
ยอดคงเหลือบนกระดานเทรดที่ลดลงอาจทำให้สภาพคล่องฝั่งขายที่พร้อมใช้งานทันทีลดลง แต่ไม่ได้แปลว่าเหรียญเหล่านั้นจะไม่ถูกขายในอนาคต
ด้าน Bitcoin ETF ภาพกลับไม่ชัดเจนนัก กองทุน Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ 13 กองทุนมีเงินไหลออกสุทธิ $389.7 ล้านในสัปดาห์ของวันที่ 10 สิงหาคม หลังจากมีเงินไหลเข้า $853.5 ล้านในสัปดาห์ก่อนหน้า ตามข้อมูลที่ Bloomberg อ้างถึง 33 ตัวเลขนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินในช่วงหนึ่งสัปดาห์ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าการถอนเงินจากนักลงทุนสถาบันจะกลายเป็นแนวโน้มถาวร
แรงขายจากผู้ถือรายใหญ่ก็เป็นปัจจัยถ่วงเช่นกัน มีรายงานว่าวาฬที่ไม่เปิดเผยตัวตนขาย Bitcoin รวม 7,700 BTC มูลค่าประมาณ $576.6 ล้านในช่วงสามวันระหว่างวันที่ 19–22 สิงหาคม 49 การขายจากกระเป๋าเดียวไม่เพียงพอจะยืนยันว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะกระจายเหรียญในวงกว้าง แต่ธุรกรรมขนาดนี้เป็นเหตุผลให้ต้องประเมินมุมมองการฟื้นตัวที่อาศัยเลเวอเรจอย่างระมัดระวัง
สถานะใหม่แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นรายใหญ่บน Hyperliquid รายหนึ่งพร้อมซื้อท่ามกลางความอ่อนแอของตลาดที่เกิดจากปัจจัยมหภาค หลังถ้อยแถลงของ Warsh การประกอบกันระหว่างการกลับมาเปิด Long มูลค่า $148.5 ล้าน กับการทำกำไรราว $45.3 ล้านก่อนหน้านี้ ชี้ไปที่กลยุทธ์ที่มีความเชื่อมั่นสูง แต่บริหารสถานะแบบเชิงรุก
สิ่งนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าวาฬรายนี้มองถูก ไม่ได้ยืนยันว่าการปรับขึ้นรอบใหม่เริ่มต้นแล้ว และไม่ได้หมายความว่าเทรดเดอร์รายอื่นจะทำตาม
หลักฐานยืนยันที่แข็งแรงกว่าจะเกิดขึ้นเมื่อราคาฟื้นตัวพร้อมกับสถานะอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนแต่ไม่ร้อนแรงเกินไป รวมถึงแรงซื้อในตลาด Spot ที่ดีขึ้น จนกว่าจะเห็นภาพดังกล่าว การเปิดสถานะครั้งนี้ควรถูกมองว่าเป็นสัญญาณความต้องการรับความเสี่ยงที่มองเห็นได้ชัดจากผู้เล่นรายหนึ่ง ในตลาดที่ยังต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเรื่องราวการสะสมเชิงบวก กับเงินไหลออกจาก ETF แรงขายของวาฬ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
วาฬฝั่ง Long รายใหญ่ที่สุดที่มีการรายงานบน Hyperliquid เปิด Long 1,000 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $78,780 และ 28,000 ETH ที่ประมาณ $2,490 คิดเป็นมูลค่า Notional รวมราว $148.5 ล้าน [22]
วาฬฝั่ง Long รายใหญ่ที่สุดที่มีการรายงานบน Hyperliquid เปิด Long 1,000 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $78,780 และ 28,000 ETH ที่ประมาณ $2,490 คิดเป็นมูลค่า Notional รวมราว $148.5 ล้าน [22] ก่อนหน้านี้เทรดเดอร์รายเดียวกันปิด Long ETH ทั้งหมด 120,000 ETH และลดสถานะ BTC ลง 1,200 BTC ทำกำไรราว $45.3 ล้าน ส่งผลให้มูลค่าสถานะ Long ลดจากประมาณ $537 ล้านเหลือ $143 ล้าน [1]
ภาพรวมตลาดยังไม่ชัดเจน แม้ยอด ETH บนกระดานเทรดลดลง แต่ Bitcoin ETF มีเงินไหลออก $389.7 ล้านในหนึ่งสัปดาห์ และมีรายงานว่าวาฬอีกรายขาย BTC รวม 7,700 เหรียญ มูลค่าประมาณ $576.6 ล้าน [33] [49]
วาฬฝั่ง Long รายใหญ่ที่สุดที่มีการรายงานบน Hyperliquid เปิด Long 1,000 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $78,780 และ 28,000 ETH ที่ประมาณ $2,490 คิดเป็นมูลค่า Notional รวมราว $148.5 ล้าน [22] ก่อนหน้านี้เทรดเดอร์รายเดียวกันปิด Long ETH ทั้งหมด 120,000 ETH และลดสถานะ BTC ลง 1,200 BTC ทำกำไรราว $45.3 ล้าน ส่งผลให้มูลค่าสถานะ Lo...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did the largest long holder on Hyperliquid respond to Federal Reserve Chair Kevin Warsh’s hawkish Jackson Hole speech, and what were the. Article summary: The whale bought the post-speech dip rather than joining the risk-off move: it opened long positions of 1,000 BTC at about $78,780 and 28,000 ETH at about $2,490—roughly $148.5 million in combined notional. This is a hig. Topic tags: general, general web, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
การร่วงลงของตลาดคริปโตหลังถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ที่ Jackson Hole ไม่ได้ทำให้ผู้ถือสถานะ Long รายใหญ่ที่สุดที่มีการรายงานบน Hyperliquid ถอยหนี ตรงกันข้าม วาฬรายนี้เลือกซื้อจังหวะที่ราคาอ่อนตัว โดยเปิดสถานะ Long ใหม่ใน Bitcoin จำนวน 1,000 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $78,780 และ Ethereum จำนวน 28,000 ETH ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $2,490
มูลค่า Notional ของสถานะทั้งสองอยู่ที่ประมาณ $78.8 ล้านสำหรับ BTC และ $69.7 ล้านสำหรับ ETH รวมกันราว $148.5 ล้าน 22
จังหวะเข้าซื้อถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะเกิดขึ้นหลังตลาดตอบสนองเชิงลบต่อสุนทรพจน์ของ Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่การประชุม Jackson Hole โดยเขาย้ำเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% และสนับสนุนการสื่อสารนโยบายที่ระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับข้อมูลเศรษฐกิจใหม่มากกว่าการส่งสัญญาณล่วงหน้าอย่างชัดเจน 24
ตลาดตีความท่าทีดังกล่าวว่าออกไปในทางเข้มงวด ส่งผลให้ Bitcoin ร่วงประมาณ 3.23% มาอยู่ที่ $77,812 ในรายงานหนึ่ง ขณะที่ Ethereum ก็ปรับตัวลง และสถานะคริปโตที่ใช้เลเวอเรจจำนวนมากถูกบังคับปิด 17
การเปิด Long หลังแรงขายจึงสะท้อนว่าเทรดเดอร์รายนี้มองการปรับฐานจากปัจจัยมหภาคเป็นโอกาสสะสมสถานะ หรือเชื่อว่าราคามีโอกาสฟื้นตัวในระยะใกล้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาคาดว่า Fed จะเปลี่ยนนโยบายทันที และไม่ได้ยืนยันว่าตลาดพบจุดต่ำสุดแล้ว
ข้อสรุปที่ระมัดระวังที่สุดคือ บัญชีดังกล่าวยอมรับความเสี่ยงจากอนุพันธ์ในระดับสูง เพื่อเดิมพันกับการฟื้นตัวที่ค่อนข้างรวดเร็วของ BTC และ ETH
ก่อนการกลับมาเปิดสถานะครั้งล่าสุด รายงานเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมระบุว่าเทรดเดอร์รายนี้ปิดสถานะ Long ETH จำนวน 120,000 ETH และลดสถานะ Long BTC ลง 1,200 BTC ทำกำไรรวมประมาณ $45.3 ล้าน โดยกำไรที่รับรู้มาจากฝั่ง ETH อยู่ที่ประมาณ $32.77 ล้าน และจาก BTC ประมาณ $12.53 ล้าน 1
การเคลื่อนไหวดังกล่าวลดมูลค่าสถานะ Long ที่รายงานจากประมาณ $537 ล้าน เหลือราว $143 ล้าน และเหลือสถานะ Long BTC อยู่ 1,800 BTC ในเวลานั้น 1
ประวัตินี้ชี้ว่าเทรดเดอร์ไม่ได้ถือสถานะผ่านทุกช่วงขาลงโดยไม่ปรับตัว เขาเคยทำกำไร ลดความเสี่ยง และกลับเข้าซื้อเมื่อมองว่าราคาอยู่ในระดับน่าสนใจมากขึ้น รูปแบบดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นเชิงกลยุทธ์ แต่ในอีกด้านก็แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วหากเงื่อนไขตลาดเปลี่ยน
นอกจากนี้ ตัวเลข $148.5 ล้านเป็นมูลค่า Notional ของสัญญา Perpetual Futures ไม่ใช่จำนวนเงินทุนที่เทรดเดอร์นำมาวางทั้งหมด และไม่ใช่ตัวเลขขาดทุนสูงสุดโดยอัตโนมัติ ระดับ Liquidation การเติมหลักประกัน การทยอยปิดสถานะ และการทำ Hedging ในบัญชีหรือแพลตฟอร์มอื่น อาจทำให้ความเสี่ยงจริงแตกต่างจากภาพที่เห็นบนเชน
สถานะของวาฬจะมีความหมายต่อตลาดมากขึ้น หากข้อมูลอนุพันธ์โดยรวมบน Hyperliquid สนับสนุนการฟื้นตัวด้วย สัญญาณที่ควรติดตามมีดังนี้
ตัวชี้วัดเหล่านี้บอกโครงสร้างการวางเดิมพันของตลาด ไม่ได้ทำนายทิศทางราคาโดยตรง Funding Rate และ Open Interest ช่วยให้เห็นว่าเทรดเดอร์กำลังแสดงมุมมองอย่างไร แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่า Bitcoin หรือ Ethereum จะปรับตัวขึ้น
ฝั่ง Ethereum มีข้อมูลที่อาจสนับสนุนมุมมองเรื่องอุปทานที่พร้อมขายลดลง ยอด ETH ที่อยู่บนกระดานเทรดแบบ Centralized Exchange ถูกรายงานว่าอยู่ที่ประมาณ 15.12 ล้าน ETH ลดลงจากราว 16.86 ล้าน ETH ในช่วงต้นปี 2026 หรือลดลงประมาณ 10% โดยส่วนหนึ่งถูกย้ายไปยังสัญญา Staking 51
ยอดคงเหลือบนกระดานเทรดที่ลดลงอาจทำให้สภาพคล่องฝั่งขายที่พร้อมใช้งานทันทีลดลง แต่ไม่ได้แปลว่าเหรียญเหล่านั้นจะไม่ถูกขายในอนาคต
ด้าน Bitcoin ETF ภาพกลับไม่ชัดเจนนัก กองทุน Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ 13 กองทุนมีเงินไหลออกสุทธิ $389.7 ล้านในสัปดาห์ของวันที่ 10 สิงหาคม หลังจากมีเงินไหลเข้า $853.5 ล้านในสัปดาห์ก่อนหน้า ตามข้อมูลที่ Bloomberg อ้างถึง 33 ตัวเลขนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินในช่วงหนึ่งสัปดาห์ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าการถอนเงินจากนักลงทุนสถาบันจะกลายเป็นแนวโน้มถาวร
แรงขายจากผู้ถือรายใหญ่ก็เป็นปัจจัยถ่วงเช่นกัน มีรายงานว่าวาฬที่ไม่เปิดเผยตัวตนขาย Bitcoin รวม 7,700 BTC มูลค่าประมาณ $576.6 ล้านในช่วงสามวันระหว่างวันที่ 19–22 สิงหาคม 49 การขายจากกระเป๋าเดียวไม่เพียงพอจะยืนยันว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะกระจายเหรียญในวงกว้าง แต่ธุรกรรมขนาดนี้เป็นเหตุผลให้ต้องประเมินมุมมองการฟื้นตัวที่อาศัยเลเวอเรจอย่างระมัดระวัง
สถานะใหม่แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นรายใหญ่บน Hyperliquid รายหนึ่งพร้อมซื้อท่ามกลางความอ่อนแอของตลาดที่เกิดจากปัจจัยมหภาค หลังถ้อยแถลงของ Warsh การประกอบกันระหว่างการกลับมาเปิด Long มูลค่า $148.5 ล้าน กับการทำกำไรราว $45.3 ล้านก่อนหน้านี้ ชี้ไปที่กลยุทธ์ที่มีความเชื่อมั่นสูง แต่บริหารสถานะแบบเชิงรุก
สิ่งนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าวาฬรายนี้มองถูก ไม่ได้ยืนยันว่าการปรับขึ้นรอบใหม่เริ่มต้นแล้ว และไม่ได้หมายความว่าเทรดเดอร์รายอื่นจะทำตาม
หลักฐานยืนยันที่แข็งแรงกว่าจะเกิดขึ้นเมื่อราคาฟื้นตัวพร้อมกับสถานะอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนแต่ไม่ร้อนแรงเกินไป รวมถึงแรงซื้อในตลาด Spot ที่ดีขึ้น จนกว่าจะเห็นภาพดังกล่าว การเปิดสถานะครั้งนี้ควรถูกมองว่าเป็นสัญญาณความต้องการรับความเสี่ยงที่มองเห็นได้ชัดจากผู้เล่นรายหนึ่ง ในตลาดที่ยังต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเรื่องราวการสะสมเชิงบวก กับเงินไหลออกจาก ETF แรงขายของวาฬ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
วาฬฝั่ง Long รายใหญ่ที่สุดที่มีการรายงานบน Hyperliquid เปิด Long 1,000 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $78,780 และ 28,000 ETH ที่ประมาณ $2,490 คิดเป็นมูลค่า Notional รวมราว $148.5 ล้าน [22]
วาฬฝั่ง Long รายใหญ่ที่สุดที่มีการรายงานบน Hyperliquid เปิด Long 1,000 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $78,780 และ 28,000 ETH ที่ประมาณ $2,490 คิดเป็นมูลค่า Notional รวมราว $148.5 ล้าน [22] ก่อนหน้านี้เทรดเดอร์รายเดียวกันปิด Long ETH ทั้งหมด 120,000 ETH และลดสถานะ BTC ลง 1,200 BTC ทำกำไรราว $45.3 ล้าน ส่งผลให้มูลค่าสถานะ Long ลดจากประมาณ $537 ล้านเหลือ $143 ล้าน [1]
ภาพรวมตลาดยังไม่ชัดเจน แม้ยอด ETH บนกระดานเทรดลดลง แต่ Bitcoin ETF มีเงินไหลออก $389.7 ล้านในหนึ่งสัปดาห์ และมีรายงานว่าวาฬอีกรายขาย BTC รวม 7,700 เหรียญ มูลค่าประมาณ $576.6 ล้าน [33] [49]