รายได้รวมของผู้ผลิต Enterprise SSD 5 รายใหญ่ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 37.59 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 103.6% จากไตรมาสก่อน จากแรงซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI และ NAND ที่มีจำกัด [1] Samsung ครองอันดับหนึ่งด้วยรายได้ราว 14.35 พันล้านดอลลาร์ และส่วนแบ่งตลาด 35.1% โดยได้แรงหนุนจาก SSD แบบ QLC 176 layer และผลิตภัณฑ์ P...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did the global enterprise SSD market perform in Q2 2026 amid surging AI data-center investment and supply shortages, including the combi. Article summary: Q2 2026 was an exceptional enterprise-SSD upcycle: the top five suppliers generated about $37.59 billion, up 103.6% from Q1, as AI data-center storage demand collided with tight NAND supply and sharply higher contract pr. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ตลาด Enterprise SSD ทั่วโลกเร่งตัวขึ้นอย่างรุนแรงในไตรมาส 2 ปี 2026 เมื่อความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI มาปะทะกับอุปทาน NAND ที่ตึงตัว ส่งผลให้ทั้งปริมาณการจัดส่งและราคาตามสัญญาปรับเพิ่มขึ้นพร้อมกัน
รายได้รวมของผู้ผลิต Enterprise SSD รายใหญ่ 5 รายอยู่ที่ประมาณ 37.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 103.6% จากไตรมาสแรก ตามข้อมูลของ TrendForce ที่มีการรายงานในเดือนกันยายน 1
Samsung รักษาอันดับหนึ่งในตลาด Enterprise SSD ด้วยรายได้ไตรมาส 2 ประมาณ 14.35 พันล้านดอลลาร์ และส่วนแบ่งตลาด 35.1% การเติบโตมาจากการจัดส่ง SSD แบบ QLC 176-layer ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสัดส่วนผลิตภัณฑ์ PCIe 5.0 ที่สูงขึ้น 1
10
การที่ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ในอเมริกาเหนือทยอยเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์จาก PCIe 4.0 เป็น PCIe 5.0 ก็เป็นอีกปัจจัยที่เอื้อต่อ Samsung บริษัทมีจุดแข็งจากการจัดหาทั้ง DRAM และ NAND ทำให้สามารถนำเสนอหน่วยความจำและ Enterprise SSD เป็นชุดเดียวกันแก่ลูกค้าเซิร์ฟเวอร์ได้ 12
อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้นำ Enterprise SSD ไม่ได้หมายความว่า Samsung จะได้ส่วนแบ่งการเติบโตทั้งหมด ในตลาด NAND โดยรวม รายได้ของ Samsung เพิ่มขึ้น 70.7% เป็นเกือบ 23.06 พันล้านดอลลาร์ แต่ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 31.6% เหลือ 29.3% เนื่องจากคู่แข่งบางรายขยายตัวได้เร็วกว่า 2
8
Micron เป็นผู้ผลิต Enterprise SSD รายใหญ่ที่มีอัตราเติบโตจากไตรมาสก่อนสูงที่สุด รายได้ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 126.3% เป็นประมาณ 6.98 พันล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทอยู่ในอันดับสามของตลาด 5
10
ในตลาด NAND โดยรวม Micron มีรายได้ 11.85 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 99.2% จากไตรมาสก่อน และแซง Kioxia ขึ้นมาเป็นผู้ผลิต NAND อันดับสามในกลุ่ม 5 แบรนด์ใหญ่ 2
3
Micron กำลังจัดสรรกำลังการผลิตไปยัง Enterprise SSD ความจุสูงและ HBM มากขึ้น แทนที่จะเน้นสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่มีอัตรากำไรต่ำกว่า ผลิตภัณฑ์ QLC ความจุสูงแบบ 232-layer ที่จัดส่งเพิ่มขึ้นช่วยหนุนรายได้ ขณะที่การพัฒนาและทดสอบรับรอง Enterprise SSD บนมาตรฐาน PCIe 6.0 ของบริษัทก็อยู่ในขั้นก้าวหน้า 10
12
SK hynix Group ซึ่งรวม Solidigm อยู่ด้วย ครองอันดับสองในตลาด Enterprise SSD ไตรมาส 2 ด้วยรายได้มากกว่า 8.63 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 85.9% จากไตรมาสก่อน ตามรายงานที่อ้างอิงข้อมูล TrendForce 1
5
กลุ่มบริษัทได้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์สองส่วนในรอบการเติบโตของระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับ AI ได้แก่ SK hynix ที่เร่งเพิ่มการผลิตเทคโนโลยี 321-layer TLC และ Solidigm ที่ยังมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องสำหรับ Enterprise SSD แบบ QLC ความจุสูง 10
12
ในตลาด NAND โดยรวม SK hynix Group มีรายได้มากกว่า 14.27 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 89.5% จากไตรมาสแรก ส่วนแบ่งรายได้เพิ่มจาก 17.6% เป็น 18.2% สะท้อนว่ากลุ่มบริษัทเติบโตเร็วกว่าตลาด แม้ Samsung จะยังเป็นผู้นำโดยรวม 2
8
รายได้ NAND ของ Kioxia ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 79.9% เป็นประมาณ 10.72 พันล้านดอลลาร์ จากราคาชิป NAND ที่อยู่ในระดับสูงและการเพิ่มกำลังผลิตผลิตภัณฑ์ BiCS8 ทำให้ Kioxia อยู่ในอันดับสี่ของตลาด NAND หลัง Micron ขยับขึ้นอันดับสาม 2
3
สำหรับตลาด Enterprise SSD โดยเฉพาะ Kioxia มีรายได้ประมาณ 4.64 พันล้านดอลลาร์ ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี 218-layer เริ่มผ่านการรับรองจากลูกค้าคลาวด์รายใหญ่ในอเมริกาเหนือ ขณะเดียวกันสัดส่วนการจัดซื้อจากผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์แบรนด์ต่าง ๆ ก็เพิ่มขึ้น 24
SanDisk มีรายได้ NAND โดยรวมประมาณ 8.97 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 50.7% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นอัตราเติบโตต่ำที่สุดในบรรดา 5 แบรนด์ NAND ชั้นนำ แม้ราคาขายเฉลี่ยจะได้แรงหนุนจากความต้องการของตลาด AI แต่การเติบโตด้านปริมาณบิตที่จัดส่งยังจำกัดกว่าคู่แข่ง 3
23
ทั้งนี้ รายงานที่มีอยู่ยังไม่มีตัวเลขรายได้ Enterprise SSD แยกเฉพาะของ SanDisk ในไตรมาส 2 ที่น่าเชื่อถือเพียงพอ ดังนั้นจึงไม่ควรนำรายได้ NAND ของบริษัทมาใช้แทนรายได้ Enterprise SSD
การเติบโตของ Enterprise SSD เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวครั้งใหญ่ในตลาด NAND รายได้รวมไตรมาส 2 ของ 5 แบรนด์ NAND ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 68.87 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 77% จากไตรมาสก่อน 2
3
9
แรงขับเคลื่อนหลักคือการจัดซื้อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องจากผู้ให้บริการคลาวด์เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะ Enterprise SSD ขณะเดียวกันผู้ผลิต NAND มีอุปทานจำกัด จึงมีอำนาจต่อรองมากขึ้นและสามารถปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ยตามสัญญาได้อย่างมีนัยสำคัญ 2
10
ผู้ผลิตยังให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า ทำให้สัดส่วนผลิตภัณฑ์ในพอร์ตดีขึ้นทั้งในแง่รายได้และความสามารถในการทำกำไร
การคาดการณ์ที่อ้างอิงข้อมูล TrendForce ระบุว่าแรงซื้อในไตรมาส 3 น่าจะยังอยู่ในระดับสูงจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่
ระบบเหล่านี้ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มีทั้งความจุสูงและประสิทธิภาพสูงควบคู่ไปกับชิปเร่งการประมวลผลและหน่วยความจำ เมื่อการใช้งาน AI ขยายตัว Enterprise SSD จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรองที่ค่อยซื้อภายหลัง
จีนอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้โครงสร้างการแข่งขันเปลี่ยนไปในระยะกลาง การเพิ่มผลผลิตของผู้ผลิตจีนและการเติบโตของความต้องการจากผู้ให้บริการคลาวด์ภายในประเทศจีนอาจทำให้ปริมาณการจัดส่งเปลี่ยนทิศทางและกระทบส่วนแบ่งตลาดของแต่ละแบรนด์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันว่าผลผลิตดังกล่าวจะสามารถลบส่วนเพิ่มราคาของ Enterprise SSD ระดับสูงที่ผ่านการรับรองและใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน AI ชั้นนำได้ทันที 17
ข้อจำกัดสำคัญของตลาดเวลานี้ไม่ใช่การขาดแคลนความต้องการ แต่เป็นเวลาที่ต้องใช้ในการเพิ่มกำลังการผลิตหน่วยความจำอย่างมีนัยสำคัญ Micron ระบุว่าภาวะอุปทานตึงตัวอาจดำเนินต่อไป เกินปีปฏิทิน 2027 เพราะความต้องการจาก AI กำลังเพิ่มขึ้นในหน่วยความจำหลายประเภท ขณะที่ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างทำให้การขยายการผลิตทำได้ช้า 26
34
บริษัทคาดว่าอุปทานอาจเริ่มดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2028 แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเมื่อใดอุปทานจะไล่ทันความต้องการที่เพิ่มขึ้น 26
34
Micron ยังประเมินรายจ่ายลงทุนในไตรมาสสี่ไว้ที่ประมาณ 10 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนขนาดการลงทุนที่จำเป็นเพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลน 26 โรงงานผลิตแห่งใหม่และกำลังการผลิตที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเปิดใช้งานได้ในทันที ดังนั้นการประกาศลงทุนจึงไม่น่าทำให้ราคา NAND, DRAM หรือ HBM ลดลงอย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้ซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI นี่หมายถึงต้นทุนหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอาจยังอยู่ในระดับสูง แม้การติดตั้งเซิร์ฟเวอร์จะขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนผู้ผลิตกลับได้ประโยชน์จากอำนาจต่อรองด้านราคา และมีแรงจูงใจให้ลงทุนเพิ่มในโรงงาน บรรจุภัณฑ์ขั้นสูง และ NAND ที่มีจำนวนเลเยอร์สูงขึ้น
ประเด็นชี้ขาดจึงอยู่ที่ จังหวะเวลา มากกว่าคำถามว่าตลาดจะลงทุนหรือไม่ เพราะความต้องการมาถึงแล้วในวันนี้ แต่กำลังการผลิตใหม่ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะพร้อมรองรับ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รายได้รวมของผู้ผลิต Enterprise SSD 5 รายใหญ่ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 37.59 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 103.6% จากไตรมาสก่อน จากแรงซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI และ NAND ที่มีจำกัด [1]
รายได้รวมของผู้ผลิต Enterprise SSD 5 รายใหญ่ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 37.59 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 103.6% จากไตรมาสก่อน จากแรงซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI และ NAND ที่มีจำกัด [1] Samsung ครองอันดับหนึ่งด้วยรายได้ราว 14.35 พันล้านดอลลาร์ และส่วนแบ่งตลาด 35.1% โดยได้แรงหนุนจาก SSD แบบ QLC 176 layer และผลิตภัณฑ์ PCIe 5.0 [1][10]
Micron เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่เติบโตเร็วที่สุด รายได้ Enterprise SSD เพิ่มขึ้น 126.3% แตะประมาณ 6.98 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ NAND รวมเพิ่ม 99.2% เป็น 11.85 พันล้านดอลลาร์ [2][5][10]