การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในเดือนกันยายน เปลี่ยนเงื่อนไขของการฟื้นตัวของ Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญ แม้ปฏิกิริยาทันทีของตลาดจะค่อนข้างจำกัด โดยราคาเคลื่อนไหวแถวกลาง 75,000 ดอลลาร์ก่อนฟื้นเหนือ 76,000 ดอลลาร์ แต่ทิศทางนโยบายการเงินไม่ได้เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงมากนัก
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed (FOMC) มีมติเอกฉันท์ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 เบสิสพอยต์ หรือ 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่กรอบ 3.75%–4.00% พร้อมระบุว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง
17 ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ ซึ่งตลาดคาดไว้มากแล้ว แต่คือเส้นทางหลังจากนี้: ค่ากลางของคาดการณ์ Fed Funds Rate ณ สิ้นปี 2026 อยู่ที่ 4.1% บ่งชี้ว่ายังมีโอกาสคุมเข้มเพิ่มจากกรอบใหม่
18
สำหรับ Bitcoin นี่ไม่ใช่สัญญาณให้ขายโดยอัตโนมัติ แต่หมายความว่าการขึ้นรอบใหม่จะต้องมีหลักฐานด้านแรงซื้อที่ชัดเจนกว่าเดิม
ดอกเบี้ยสูงนานขึ้น กดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างไร
ก่อนการประชุม Bitcoin ซื้อขายแถว 75,000–76,000 ดอลลาร์ ลดลงราว 5% ในช่วง 5 วันก่อนหน้า
33 หลังประกาศผล ราคาแกว่งในกรอบแคบก่อนดีดกลับเหนือ 76,000 ดอลลาร์
7 ภาพนี้สะท้อนว่าตลาดรับรู้การขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ไปพอสมควรแล้ว
อย่างไรก็ดี Fed ตอกย้ำสภาพแวดล้อมแบบ ดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน ซึ่งมักทำให้เงินสดและพันธบัตรรัฐบาลมีความน่าสนใจขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงที่ไม่ให้กระแสเงินสดอย่าง Bitcoin อีกทั้งยังกดให้ภาวะการเงินโดยรวมตึงตัวขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี แตะ 5.01% เมื่อ 16 กันยายน ตามข้อมูลรายวันของ Fed
48
เหตุผลที่ Fed ระมัดระวังคือเงินเฟ้อ: ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ (CPI) เดือนสิงหาคมเพิ่ม 0.4% จากเดือนก่อน และ 3.4% จากปีก่อนหน้า ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ Fed
50
17 ดังนั้น การหันกลับไปใช้นโยบายผ่อนคลายอย่างรวดเร็วจึงยังไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน
แรงซื้ออ่อนลงก่อนวันประชุม
ความกังวลไม่ได้มาจากเศรษฐกิจมหภาคเพียงอย่างเดียว กระแสเงินของกองทุน ETF Bitcoin แบบสปอตในสหรัฐฯ พลิกเป็นลบก่อนการประชุม ได้แก่
- ETF Bitcoin แบบสปอตของสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิราว 462.7 ล้านดอลลาร์ในหนึ่งสัปดาห์ ยุติสถิติเงินไหลเข้าติดต่อกัน 3 สัปดาห์
45
- วันที่ 15 กันยายน ETF Bitcoin แบบสปอตมีเงินไหลออกสุทธิราว 450 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETF Bitcoin และ Ethereum รวมกันมีเงินไหลออกประมาณ 591.8 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว
46
38
- ดัชนี Bull Score ของ CryptoQuant ลดจาก 80 เหลือ 30 ภายในหนึ่งสัปดาห์ ตามรายงาน ซึ่งสะท้อนการเสื่อมลงอย่างมากของกรอบประเมินภาวะตลาดแบบผสมของบริษัท
2
กระแสเงิน ETF ไม่ได้เป็นตัวกำหนดราคา Bitcoin เพียงลำพัง และการไถ่ถอนในช่วงสั้น ๆ ยังยืนยันไม่ได้ว่าอุปสงค์จากสถาบันจะกลับทิศถาวร แต่หากเงินไหลออกต่อเนื่อง ก็จะลดแหล่งซื้อสำคัญในตลาดสปอตลงได้ CryptoSlate ระบุว่า การไหลออกระยะแรกเพียงอย่างเดียวยังไม่พอจะชี้ว่าอุปสงค์กลับตัวถาวร ทำให้แนวโน้มเงินทุนหลังการประชุมมีความสำคัญกว่า
45
ยังไม่ใช่ตลาดหมีที่ยืนยันแล้ว
ข้อมูลสนับสนุนให้ระวังตัว แต่ยังไม่เพียงพอจะฟันธงว่า Bitcoin เข้าสู่ตลาดหมีรอบใหม่
หลัง Fed ประกาศ Bitcoin ไม่ได้เกิดการหลุดลงแบบไร้ระเบียบ ราคาลงไปทำจุดต่ำสุดระหว่างวันราว 75,064.82 ดอลลาร์ในวันที่ 16 กันยายน ก่อนกลับมายึดโซน 76,000 ดอลลาร์หลังการแถลงข่าว
13 ก่อนการย่อตัวในเดือนกันยายน ตลาดยังเคยฟื้นแรงจากจุดต่ำแถว 58,000 ดอลลาร์ช่วงปลายเดือนมิถุนายนและต้นเดือนกรกฎาคม
2
รูปแบบนี้อาจเป็นการพักฐานที่ผันผวนระหว่างความพยายามฟื้นตัว หรืออาจพัฒนาเป็นขาลงที่ลึกกว่าเดิม หากเงื่อนไขมหภาคยังตึงตัวและอุปสงค์ไม่กลับมา ความแตกต่างจะปรากฏผ่านทิศทางราคาต่อเนื่อง กระแสเงิน ETF และตัวชี้วัดบนบล็อกเชน ไม่ใช่ดูจากการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เพียงครั้งเดียว
ระดับราคาและสัญญาณที่ต้องติดตาม
CryptoQuant เคยระบุว่าการปิดราคาเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 365 วัน ซึ่งอยู่ใกล้ 83,000 ดอลลาร์ จะเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการของตลาดกระทิงรอบใหม่
6 เมื่อ Bitcoin ยังอยู่ต่ำกว่าบริเวณนี้ ภาพเทคนิคระยะยาวจึงยังไม่ยืนยันขาขึ้น
องค์ประกอบที่เอื้อต่อภาพบวกมากขึ้น ได้แก่
- Bull Score สูงกว่า 60 ซึ่งรายงานต่าง ๆ มองว่าเป็นเกณฑ์รักษามุมมองเชิงบวกในกรอบของ CryptoQuant
11
- การปิดราคาเหนือราว 83,000 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อกลับไปยืนเหนือบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 365 วันที่ CryptoQuant ใช้เป็นจุดยืนยัน
6
- เงินไหลเข้า ETF Bitcoin แบบสปอตอย่างสม่ำเสมอ เพราะวันเดียวที่กลับมาเป็นบวกให้ข้อมูลน้อยกว่าการฟื้นตัวต่อเนื่องหลังเงินไหลออกในเดือนกันยายน
- การป้องกันแนว 71,300 ดอลลาร์ โดยบทวิเคราะห์ตลาดระบุว่า หากราคาปิดต่ำกว่า 76,700 ดอลลาร์เป็นครั้งที่สอง อาจเปิดทางลงสู่ 71,300 ดอลลาร์
13
มุมมองขาลง เทียบกับกรณีเป็นเพียงการพักฐาน
เหตุผลที่การปรับฐานอาจลึกขึ้น
กรณีขาลงตรงไปตรงมา: เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย Fed คาดว่าจะคุมเข้มต่อ และผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีอยู่แถว 5%
17
18
48 พร้อมกันนั้น เงินไหลออกจาก ETF Bitcoin และ Bull Score ที่อ่อนตัวชี้ถึงแรงซื้อที่ลดลง
2
45 หากภาพนี้ยืดเยื้อและ Bitcoin หลุด 71,300 ดอลลาร์ การปรับฐานจะดูมีความเสียหายเชิงโครงสร้างมากขึ้น
เหตุผลที่อาจเป็นการปรับฐานกลางรอบ
อีกด้านหนึ่ง การขึ้นดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้กว้างขวาง และ Bitcoin รับข่าวโดยไม่ทรุดตัวทันที
7
8 การฟื้นเหนือ 76,000 ดอลลาร์หลังผลประชุมสะท้อนว่าฝั่งขายยังไม่ได้คุมตลาดเบ็ดเสร็จ ขณะที่การดีดขึ้นก่อนหน้านี้จากราว 58,000 ดอลลาร์แสดงให้เห็นว่าตลาดฟื้นตัวมาได้มากก่อนการย่อ
13
2
สรุป
การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ทำให้เส้นทางของ Bitcoin มีเงื่อนไขมากขึ้น ราคาไม่ได้พังลงจากข่าว แต่แนวโน้มดอกเบี้ยตึงตัว ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูง และอุปสงค์ ETF ที่อ่อนแรง ทำให้มาตรฐานสำหรับการเรียกการฟื้นตัวว่าเป็นตลาดกระทิงรอบใหม่สูงขึ้น
ในตอนนี้ คำอธิบายที่เหมาะสมกว่าคือ ภาวะเสี่ยงกลางรอบที่เป็นกลางถึงระมัดระวัง ไม่ใช่การกลับสู่ขาขึ้นที่ยืนยันแล้ว และยังไม่ใช่ตลาดหมีรอบใหม่ที่พิสูจน์ได้เช่นกัน บทสรุปถัดไปขึ้นอยู่กับว่าเงิน ETF จะทรงตัวหรือไม่ Bitcoin จะรักษาแนวรับสำคัญได้หรือเปล่า และราคาจะกลับไปยืนเหนือโซนยืนยัน 83,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่
บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ตลาด ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน