STRC ซื้อ Bitcoin ไปแล้วประมาณ 77,000 BTC ในปีนี้ มากกว่าที่กองทุน Bitcoin ETF ทั้งหมดซื้อรวมกันถึง 10 เท่า ด้วยกลไกเงินทุนทิศทางเดียวที่ไม่มีช่องทางไถ่ถอน จุดแข็งเชิงโครงสร้างของ STRC คือการเป็นหุ้นบุริมสิทธิแบบ Perpetual ที่ไม่สามารถแปลงสภาพได้ ทำให้ Strategy ออกหุ้นใหม่เพื่อซื้อ Bitcoin ได้เรื่อยๆ โดยไม่มีวันครบก...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Strategy's STRC preferred stock surpass all U.S. spot Bitcoin ETFs combined as a source of Bitcoin demand during peak buying weeks,. Article summary: ## How STRC Overtook Spot Bitcoin ETFs as the Dominant Buyer. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Strategy's preferred stock STRC has, at times, bought more Bitcoin (BTC) in peak weeks than the combined purchases of all US spot Bitcoin ETFs." source context "Pine Analytics: STRC volatility may outweigh ETF flows in Bitcoin's next move" Reference image 2: visual subject "MicroStrategy's STRC perpetual preferred stock has funded the purchase of 10 times more bitcoin (BTC) than all US spot ETFs combined so far in" source context "MicroStrategy’s STRC Preferred Stock Buys 10X More Bitco
ในปี 2026 ผู้ซื้อ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดไม่ใช่กองทุนเฮดจ์ฟันด์หรือแม้แต่ Bitcoin ETF แต่เป็นหุ้นบุริมสิทธิเพียงตัวเดียวที่มีชื่อว่า STRC หรือชื่อเต็มว่า Variable Rate Series A Perpetual Stretch Preferred Stock ของบริษัท Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ซึ่งบางสัปดาห์สามารถอัดฉีดเงินทุนเข้าซื้อ Bitcoin ได้มากกว่ากองทุน Bitcoin ETF แบบ Spot ทั้ง 12 กองทุนในสหรัฐฯ รวมกันเสียอีก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจกลไกการทำงาน, เหตุผลที่มันแซงหน้ากองทุน ETF, ขนาดการถือครอง Bitcoin มหาศาลของ Strategy, และความเสี่ยงที่แฝงมากับโมเดลนี้
หัวใจสำคัญที่ทำให้ STRC แซงหน้ากองทุน ETF ในฐานะแหล่งเงินทุนซื้อ Bitcoin คือ ทิศทางการไหลของเงินทุน
กองทุน Bitcoin ETF เป็นแบบ สองทิศทาง (bi-directional) : นักลงทุนสามารถซื้อเข้า แต่ก็สามารถขายออกหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนได้เช่นกัน ทำให้มีทั้งเงินไหลเข้าและไหลออก ยกตัวอย่างเช่น ในวันที่ 29 มกราคม 2026 กองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มียอดไถ่ถอนสุทธิสูงถึง 817.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหมายความว่ามีการนำ Bitcoin ออกมาขายในตลาด
STRC ทำงานตรงกันข้าม เป็นกลไกสะสมทุนแบบ ทิศทางเดียว (one-directional) Strategy จะขายหุ้น STRC ออกมาในตลาดผ่านการเสนอขายแบบ At-the-Market (ATM) และนำเงินที่ได้ทั้งหมดไปซื้อ Bitcoin โดยไม่มีช่องทางให้นักลงทุนไถ่ถอนคืน ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-15 มีนาคม 2026 การขายหุ้น STRC แบบ ATM เพียงอย่างเดียวสร้างเม็ดเงินได้ถึง 1.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง Strategy นำไปซื้อ Bitcoin ได้ 17,994 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 70,946 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่สัปดาห์เดียวกัน กองทุน Bitcoin ETF ทั้ง 12 กองทุนมีเงินไหลเข้ารวมกันเพียงประมาณ 763 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
หากมองภาพรวมตั้งแต่ต้นปี 2026 จะยิ่งเห็นความแตกต่างชัดเจน: การซื้อ Bitcoin ที่เชื่อมโยงกับ STRC มีปริมาณรวมประมาณ 77,000 BTC ในขณะที่ยอดซื้อสุทธิของกองทุน Bitcoin ETF ทั้งหมดรวมกันอยู่ที่ประมาณ 8,000 BTC — น้อยกว่าถึง 10 เท่า
STRC เป็นหุ้นบุริมสิทธิแบบ Perpetual ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือสะสม Bitcoin ที่ให้ผลตอบแทนสูง (Yield-Bearing) ตั้งแต่แรก โดยมีคุณสมบัติที่เหนือกว่ากองทุน ETF ดังนี้
STRC เป็นหุ้นที่ไม่มีวันหมดอายุ (Perpetual) และไม่สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ MSTR ได้ (Non-Convertible) นั่นหมายความว่า Strategy ไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นเหล่านี้คืน และนักลงทุนก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญได้ ซึ่งช่วยขจัดความเสี่ยงเรื่องกำหนดเวลาชำระคืน (Maturity Clock) และความเสี่ยงจากการถูกทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลง (Dilution Risk) ที่เคยมีในหุ้นกู้แปลงสภาพรุ่นก่อนๆ ของบริษัท
เมื่อราคาหุ้น STRC ซื้อขายที่มูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) หรือสูงกว่า Strategy ก็สามารถออกหุ้นใหม่เข้าสู่ตลาดและนำเงินทุนนั้นไปซื้อ Bitcoin ได้ทันที กลไกนี้เปลี่ยนความต้องการของนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนให้กลายเป็นแรงซื้อ Bitcoin โดยตรง โดยไม่ต้องรอเงินลงทุนใหม่ไหลเข้ากองทุน ETF ในแต่ละสัปดาห์ ด้วยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 30 วันที่สูงถึง 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นปี 2026 ทำให้ STRC กลายเป็นผลิตภัณฑ์หุ้นบุริมสิทธิที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในกลุ่ม
ข้อมูลระบุว่า STRC มี ความผันผวนในรอบ 30 วันเพียง 2% ซึ่งต่ำกว่าบริษัทใดๆ ในดัชนี S&P 500 และต่ำกว่าสินทรัพย์หลักอื่นๆ อย่างมาก เช่น Bitcoin (50%), ทองคำ (37%), และกองทุน ETF หุ้นรายใหญ่ (15–19%) ในขณะเดียวกัน STRC ยังให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลต่อปี (Annualized Yield) สูงถึง 11.5% และจ่ายเป็นรายเดือน การผสมผสานระหว่างความมั่นคงและผลตอบแทนสูงนี้ดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนที่มองหารายได้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปกติจะไม่ซื้อกองทุน Bitcoin ETF
การจ่ายเงินปันผลรายเดือนของ STRC สร้างคลื่นการซื้อ Bitcoin ที่คาดการณ์ได้ เมื่อใกล้วันที่นักลงทุนต้องถือหุ้นเพื่อรับสิทธิ์เงินปันผล (Ex-Dividend Date) นักลงทุนจะแห่กันเข้ามาซื้อหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนที่จะมาถึง ในเดือนเมษายน 2026 กระแสเงินที่ไหลเข้าเพื่อรับเงินปันผลนี้ส่งผลให้เกิดการซื้อ Bitcoin ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 16 เดือนของ Strategy ด้วยมูลค่ากว่า 2.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34,200 BTC
Strategy เติบโตขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่ผู้ถือครอง Bitcoin ที่มีขนาดไล่เลี่ยกับกองทุน Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุดในตลาด
ปัจจุบัน ปริมาณ Bitcoin ที่ Strategy ถือครองนั้นใกล้เคียงกับกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ซึ่งคาดว่าถือครองอยู่ประมาณ 790,000 BTC โดย Strategy ซื้อ Bitcoin เพิ่มเข้ามาประมาณ 90,000 BTC ในช่วงเพียงไม่กี่เดือนแรกของปี 2026
ภายใต้มาตรฐานการบัญชีใหม่ (FASB ASU 2023-08) ซึ่งกำหนดให้บริษัทต่างๆ ต้องตีราคาสินทรัพย์ดิจิทัลตามมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ทุกสิ้นไตรมาส Strategy ได้เปิดเผยตัวเลข ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) จำนวน 14.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ Bitcoin ที่ถือครองในไตรมาสแรกของปี 2026 (ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ตัวเลขดังกล่าวสูงถึง 17.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
) การขาดทุนเหล่านี้เป็นเพียงตัวเลขทางบัญชี ไม่มีการขาย Bitcoin จริง แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่องบกำไรขาดทุนและเรียกความสนใจจากนักวิเคราะห์และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
การที่ Strategy ถือครอง Bitcoin มากถึง 76% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด ทำให้สถานะของบริษัทมีความเสี่ยงสูง หากมีเหตุการณ์ใดๆ มาบีบบังคับให้บริษัทต้องขาย Bitcoin ออกมา แม้สถานการณ์นั้นจะเกิดขึ้นได้ยากภายใต้โครงสร้างทางการเงินปัจจุบัน ก็จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาด
งบดุลของ Strategy มีอัตราส่วนเลเวอเรจ (Leverage) ที่แท้จริงประมาณ 3:1 ซึ่งหมายความว่า หากราคา Bitcoin ลดลง 10% มูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นอาจลดลงถึงประมาณ 30% หากราคา Bitcoin อยู่ในระดับต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัท (ประมาณ 75,000-76,000 ดอลลาร์สหรัฐ) เป็นเวลานาน ก็จะสร้างแรงกดดันต่อธุรกิจ และมีนักวิเคราะห์บางรายเตือนว่าหาก Bitcoin ต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ อาจสร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องของบริษัทได้
แม้ว่าตัวหุ้น STRC เองจะไม่มีการเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) เพราะเป็นตราสารทุน ไม่ใช่หนี้สิน แต่เครื่องจักรสะสม Bitcoin ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถอย่างต่อเนื่องของ Strategy ในการออกหุ้นใหม่ หากตลาด Bitcoin ซบเซาเป็นเวลานานจนทำให้นักลงทุนไม่สนใจซื้อหุ้น STRC ก็จะเป็นการปิดก๊อกเงินทุนที่ใช้ในการซื้อ Bitcoin ใหม่โดยตรง
ความคิดเห็นในตลาดต่อโมเดลของ Strategy ยังคงแตกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน นักวิเคราะห์จาก Bernstein ได้ประกาศจุดต่ำสุดของ Bitcoin ในต้นปี 2026 และคาดการณ์ว่าราคาหุ้นสามัญของ Strategy อาจปรับตัวขึ้นได้ถึง 226% โดยอ้างถึงความแข็งแกร่งของโมเดลระดมทุนผ่าน STRC และความสามารถของบริษัทในการรับมือหากราคา Bitcoin ลดลงถึง 50% Matt Hougan, CIO ของ Bitwise Investments ให้เครดิตว่าการซื้อที่ขับเคลื่อนโดย STRC เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Bitcoin ดีดตัวกลับขึ้นมา 20% จากจุดต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และชี้ว่า Strategy ซื้อ Bitcoin ไปถึง 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลา 8 สัปดาห์
ในอีกด้านหนึ่ง นักลงทุนชื่อดังอย่าง Michael Burry และผู้คลางแคลงใจคนอื่นๆ เตือนถึงสถานการณ์ "เกลียวมรณะ (Death Spiral)" ที่หากราคา Bitcoin ร่วงลงต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการบังคับลดเลเวอเรจ (Forced Deleveraging) ในบริษัทที่มีเลเวอเรจสูงอย่าง Strategy อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะ Perpetual และ Non-Convertible ของ STRC ทำให้สถานการณ์แบบ Margin Call แบบดั้งเดิมมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่าที่นักวิจารณ์กังวล เนื่องจากผู้ถือหุ้น STRC ไม่สามารถบังคับให้บริษัทชำระคืนหรือไถ่ถอนหุ้นได้ จุดเปราะบางที่แท้จริงของโมเดลนี้จึงไม่ใช่การถูกบังคับขาย แต่เป็นการสูญเสียความสามารถในการเข้าถึงตลาดทุน ซึ่งจะทำให้ท่อส่งเงินทุนเหือดแห้งลง
STRC ได้เปลี่ยนวิธีที่ตลาดใช้วัดอุปสงค์ของสถาบันที่มีต่อ Bitcoin ไปอย่างสิ้นเชิง ในสัปดาห์ที่มีการซื้อขายสูงสุด ไม่ใช่กองทุน ETF หรือกองทุนมหภาคที่เป็นผู้นำฝั่งซื้ออีกต่อไป หากแต่เป็นหุ้นบุริมสิทธิเพียงตัวเดียวที่เปลี่ยนความต้องการตราสารหนี้ให้กลายเป็นพลังซื้อ Bitcoin โดยตรง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
STRC ซื้อ Bitcoin ไปแล้วประมาณ 77,000 BTC ในปีนี้ มากกว่าที่กองทุน Bitcoin ETF ทั้งหมดซื้อรวมกันถึง 10 เท่า ด้วยกลไกเงินทุนทิศทางเดียวที่ไม่มีช่องทางไถ่ถอน
STRC ซื้อ Bitcoin ไปแล้วประมาณ 77,000 BTC ในปีนี้ มากกว่าที่กองทุน Bitcoin ETF ทั้งหมดซื้อรวมกันถึง 10 เท่า ด้วยกลไกเงินทุนทิศทางเดียวที่ไม่มีช่องทางไถ่ถอน จุดแข็งเชิงโครงสร้างของ STRC คือการเป็นหุ้นบุริมสิทธิแบบ Perpetual ที่ไม่สามารถแปลงสภาพได้ ทำให้ Strategy ออกหุ้นใหม่เพื่อซื้อ Bitcoin ได้เรื่อยๆ โดยไม่มีวันครบกำหนดและไม่ต้องซื้อคืน
โมเดลนี้มีความเสี่ยงสูง เช่น ขาดทุนทางบัญชี 1.45 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก และการถือครอง Bitcoin มากถึง 76% ของทั้งตลาดองค์กร แต่ตัว STRC เองไม่มี Margin Call