ซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป ระดมทุนได้ 11,100 ล้านดอลลาร์จากหุ้นกู้สกุลดอลลาร์และยูโรในเดือนกันยายน 2569 รอยเตอร์ระบุว่าเป็นการขายหุ้นกู้บริษัทประเภทผลตอบแทนสูงครั้งใหญ่ที่สุดในโลก เงินที่ได้จะนำไปใช้ส่วนหนึ่งกับการลงทุนใน OpenAI ดีลนี้จึงสะท้อนสองด้านพร้อมกัน: ตลาดยังพร้อมให้ซอฟต์แบงก์กู้เงินก้อนใหญ่ แต่คิดต้นทุนสูง
1
2
17
เงินก้อนนี้จะไปไหน
หุ้นกู้แบ่งเป็นสกุลดอลลาร์ 10,000 ล้านดอลลาร์ และสกุลยูโร 1,000 ล้านยูโร รอยเตอร์รายงานว่าเงินที่ระดมได้จะใช้จ่าย OpenAI งวดที่สามและงวดสุดท้าย มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ภายใต้การลงทุนเพิ่มเติมวงเงิน 30,000 ล้านดอลลาร์ รวมถึงใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท การจ่ายเงินงวดดังกล่าว คาดว่าจะปิดรายการวันที่ 1 ตุลาคม; การขายหุ้นกู้สำเร็จไม่ได้หมายความว่าการลงทุนงวดนี้เสร็จสิ้นแล้ว
1
12
วงเงินที่ซอฟต์แบงก์ให้คำมั่นลงทุนใน OpenAI มีรายงานว่าอยู่ที่ประมาณ 64,600 ล้านดอลลาร์ และรอยเตอร์ระบุว่าการลงทุนจะทำให้บริษัทถือหุ้นราว 13% ตัวเลขเหล่านี้บอกขนาดของการเดิมพัน ไม่ใช่เงินสดที่ซอฟต์แบงก์ได้รับกลับมาแล้ว
3
6
กู้ได้มาก แต่ต้องจ่ายเท่าไร
หุ้นกู้สกุลดอลลาร์มีสามชุด ส่วนสกุลยูโรมีสองชุด ชุดละ 500 ล้านยูโร โดยมีอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราผลตอบแทนที่รายงานดังนี้
1
4
9
| สกุลเงิน |
วงเงิน |
อายุ |
อัตราต่อปีที่รายงาน |
| ดอลลาร์สหรัฐ |
1,000 ล้านดอลลาร์ |
3 ปีครึ่ง |
8.625% |
| ดอลลาร์สหรัฐ |
4,500 ล้านดอลลาร์ |
5 ปีครึ่ง |
9.25% |
| ดอลลาร์สหรัฐ |
4,500 ล้านดอลลาร์ |
7 ปีครึ่ง |
9.75% |
| ยูโร |
500 ล้านยูโร |
4 ปี |
7.125% |
| ยูโร |
500 ล้านยูโร |
6 ปี |
8% |
เมื่อนำอัตราและวงเงินที่รายงานของหุ้นกู้สกุลดอลลาร์ทั้งสามชุดมาคำนวณ จะได้ ภาระดอกเบี้ยประมาณ 941 ล้านดอลลาร์ต่อปี ก่อนรวมค่าธรรมเนียมหรือต้นทุนเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน และยังไม่รวมหุ้นกู้สกุลยูโร
4
บลูมเบิร์กรายงานว่าความต้องการซื้อช่วยให้ซอฟต์แบงก์ลดอัตราจากระดับที่เสนอไว้เบื้องต้นได้ แต่ต้นทุนการกู้ยืมส่วนใหญ่ยังสูงกว่าที่บริษัทเคยจ่าย แหล่งข่าวรองระบุว่าการออกหุ้นกู้สกุลดอลลาร์และยูโรในเดือนมิถุนายน 2564 มีอัตราผลตอบแทนระหว่าง 2.125% ถึง 5.25% อย่างไรก็ดี ภาวะตลาด สกุลเงิน และอายุหุ้นกู้ต่างกัน จึงนำช่วงอัตราทั้งสองครั้งมาเทียบตรง ๆ เพื่อวัดว่าความเสี่ยงเครดิตเพิ่มขึ้นเท่าไรไม่ได้
15
17
ความเสี่ยงที่การขายสำเร็จยังไม่ลบออก
การหาผู้ซื้อหุ้นกู้ได้ช่วยตอบโจทย์เงินทุนระยะใกล้ แต่ไม่ได้ทำให้หนี้มีต้นทุนต่ำลง หรือรับประกันว่าการลงทุนใน OpenAI จะสร้างเงินสดทันกำหนดจ่ายดอกเบี้ย รอยเตอร์รายงานว่าขนาดการลงทุนด้าน AI ของซอฟต์แบงก์มีส่วนทำให้บริษัทต้องเสนอผลตอบแทนสูงขึ้น และต้นทุนซื้อประกันความเสี่ยงหนี้ผิดนัดเพิ่มขึ้น
2
นอกเหนือจากดีลนี้ ซอฟต์แบงก์ยังกำหนดเงื่อนไขหุ้นกู้สำหรับนักลงทุนรายย่อยวงเงิน 1 ล้านล้านเยน ดอกเบี้ย 4.75% ต่อปี ส่วน Apollo Global Management มีรายงานว่า กำลังเจรจา เพิ่มวงเงินกู้ที่มีสินทรัพย์ของ Vision Fund เป็นหลักประกัน จาก 5,400 ล้านดอลลาร์เป็น 9,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ใช่ว่าการเพิ่มวงเงินนั้นเสร็จสิ้นแล้ว วงเงินสินเชื่อที่เสนอหรืออนุมัติจึงไม่ควรถูกนับเป็นยอดกู้ที่เบิกใช้แล้ว หรือบวกเข้ากับหุ้นกู้คงค้างโดยตรง
36
41
อีกสัญญาณที่ควรจับตาคือราคาสัญญาประกันความเสี่ยงหนี้ผิดนัด หรือ credit-default swaps (CDS) รอยเตอร์รายงานว่าต้นทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้น ขณะที่ข่าวการเจรจากับ Apollo ระบุว่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสามปี นี่สะท้อนการตั้งราคาความเสี่ยงของตลาด ไม่ใช่หลักฐานว่าซอฟต์แบงก์จะผิดนัดชำระหนี้
2
41
หุ้นขึ้นแล้ว แปลว่าตลาดคลายกังวลหรือไม่
CNBC รายงานว่าหุ้นซอฟต์แบงก์ปรับขึ้นมากกว่า 7% ในช่วงเปิดตลาดญี่ปุ่นวันที่ 24 กันยายน แต่ตลาดเพิ่งกลับมาเปิดหลังวันหยุดสามวัน จึงสรุปไม่ได้ว่าการขึ้นครั้งนั้นเกิดจากข่าวหุ้นกู้อย่างเดียว และตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ผลตอบแทน ณ ราคาปิด
12
ซาโตรุ อาโอยามะ จาก Fitch กล่าวว่าเขา “ประหลาดใจในทางบวกกับความต้องการของตลาด” ซึ่งสะท้อนความสำเร็จในการระดมทุนก้อนใหญ่ อีกด้านหนึ่ง ซอฟต์แบงก์ยังต้องจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นกู้ตามเงื่อนไข ไม่ว่าหุ้น OpenAI ที่ถืออยู่จะเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เมื่อใด
2
4
หาก OpenAI หรือบริษัทในพอร์ตอย่าง SB Energy เข้าตลาดหุ้นในอนาคต ซอฟต์แบงก์อาจมีโอกาสขายหุ้นเพื่อหาเงินสด แต่การเข้าตลาดไม่ได้ทำให้บริษัทได้เงินโดยอัตโนมัติ เพราะยังขึ้นอยู่กับว่าจะขายหุ้นหรือไม่ ขายเมื่อใด และมีข้อจำกัดการขายอย่างไร ระหว่างที่ยังไม่มีเงินสดจากการลงทุนหรือการขายสินทรัพย์ มูลค่าหุ้นเอกชนที่สูงขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่อาจนำมาจ่ายดอกเบี้ยได้ นี่คือใจกลางของดีลครั้งนี้: ได้เงินทุนแน่นอนขึ้นวันนี้ แลกกับภาระต้นทุนคงที่ ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนยังไม่แน่นอน
1
2
39