รองรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ รยาบคอฟ เตือนว่าความเสี่ยงการปะทะทางทหารโดยตรงระหว่างรัสเซียกับ NATO กำลังเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ “หายนะ” [1] ผู้นำกองทัพ NATO จาก 32 ประเทศประชุมที่กรุงบรัสเซลส์เพื่อหารือการเสริมการยับยั้ง การพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร และความร่วมมือกับยูเครนและสหภาพยุโรป [18][22][23] ส...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Russia’s Deputy Foreign Minister Sergei Ryabkov warn about the growing risk of a direct military clash with NATO, what was discussed. Article summary: Russia’s warning and NATO’s Brussels meeting point to the same escalation dynamic: Moscow is portraying NATO’s support for Ukraine as raising the risk of direct confrontation, while NATO is preparing stronger deterrence,. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "MOSCOW, May 19 (Reuters) - A senior Russian diplomat warned on Tuesday that the risks of a direct clash between Russia and the NATO military alliance are increasing, and that th" source context "Risks of direct Russia-NATO clash are increasing, senior Russian ..." Reference image 2: visual subject "Deputy Russ
ในเดือนพฤษภาคม 2026 รัสเซียและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ส่งสัญญาณที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของยุโรป ฝ่ายมอสโกเตือนว่าความตึงเครียดกับพันธมิตรทางทหารตะวันตกกำลังเพิ่มขึ้นและอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารโดยตรง ขณะที่ NATO จัดการประชุมผู้นำกองทัพที่กรุงบรัสเซลส์เพื่อเสริมการยับยั้งและประสานการสนับสนุนยูเครน
ความเคลื่อนไหวทั้งสองด้านสะท้อนให้เห็นว่าสงครามในยูเครนยังคงกำหนดทิศทางการวางแผนทางทหารและการเมืองของยุโรป ก่อนการประชุมสุดยอด NATO ในปี 2026 ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี
เซอร์เกย์ รยาบคอฟ (Sergei Ryabkov) รองรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่าความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงระหว่างรัสเซียกับ NATO กำลังเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ “หายนะ” เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวของรัฐรัสเซีย โดยคำเตือนดังกล่าวถูกอ้างถึงโดย Reuters เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026
รยาบคอฟระบุว่าความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงนโยบายของชาติตะวันตกต่อสงครามในยูเครน อาจเพิ่มโอกาสของการปะทะกันระหว่างสองฝ่ายที่ต่างก็มีอาวุธนิวเคลียร์
ตลอดช่วงสงครามยูเครน เจ้าหน้าที่รัสเซียมักกล่าวหาว่าการขยายตัวของ NATO และการส่งอาวุธสนับสนุนยูเครนเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในยุโรปยิ่งตึงเครียดขึ้น
ในวันเดียวกัน NATO จัดการประชุมคณะกรรมการการทหาร (Military Committee) ในระดับผู้บัญชาการทหารสูงสุดของแต่ละประเทศที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม การประชุมมีพลเรือเอก จูเซปเป คาวอ ดราโกเน (Giuseppe Cavo Dragone) เป็นประธาน และมีตัวแทนจากประเทศสมาชิก NATO ทั้ง 32 ประเทศเข้าร่วม พร้อมด้วยผู้บัญชาการทางยุทธศาสตร์ของพันธมิตร
วาระสำคัญของการประชุมประกอบด้วย
การหารือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ NATO ในการแปลงแผนยุทธศาสตร์ให้กลายเป็นขีดความสามารถทางทหารที่สามารถใช้งานได้จริง ท่ามกลางความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นในยุโรป
ผู้นำ NATO หลายครั้งระบุว่ารัสเซียยังคงเป็น “ภัยคุกคามที่สำคัญและโดยตรงที่สุด” ต่อพันธมิตร
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา NATO ได้เพิ่มมาตรการยับยั้งและการป้องกันในพื้นที่สำคัญ เช่น ภูมิภาคยุโรปเหนือและแนวชายแดนด้านตะวันออกของพันธมิตร แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังจำเป็นต้องเพิ่มกำลังพล งบประมาณ และขีดความสามารถทางทหารเพิ่มเติม
การประชุมที่บรัสเซลส์จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญในการปรับแผนการทหารของ NATO ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การสนับสนุนยูเครนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการหารือใน NATO พันธมิตรระบุชัดว่าประณามการรุกรานของรัสเซีย และย้ำว่ายูเครนมีสิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ประเทศสมาชิก NATO ได้ให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนอย่างกว้างขวาง ทั้งอาวุธ การฝึกทหาร และการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ผ่านความร่วมมือระหว่างพันธมิตรและประเทศคู่ค้า
การประชุมสภา NATO–ยูเครนในวาระของการประชุมที่บรัสเซลส์สะท้อนว่ายูเครนยังคงเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนยุทธศาสตร์ของ NATO แม้ว่าพันธมิตรจะไม่ได้เข้าร่วมสงครามโดยตรง
พัฒนาการเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่ NATO กำลังเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำครั้งถัดไป ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–8 กรกฎาคม 2026 ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี
การประชุมระดับรัฐมนตรีและผู้นำทหารที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมวาระสำคัญสำหรับการประชุมสุดยอดดังกล่าว
ประเด็นที่คาดว่าจะอยู่ในวาระสำคัญ ได้แก่
คำเตือนจากรัสเซียและการประชุมของ NATO ในบรัสเซลส์สะท้อนภาพเดียวกันคือ สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของยุโรปยังคงตึงเครียดอย่างมาก
รัสเซียมองว่าการขยายบทบาทของ NATO และการช่วยเหลือยูเครนเป็นการยกระดับความขัดแย้ง ขณะที่ NATO ระบุว่าการเสริมการยับยั้งและการสนับสนุนเคียฟเป็นการตอบสนองต่อการรุกรานของรัสเซีย
แม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้ประกาศแผนทำสงครามโดยตรงต่อกัน แต่ตราบใดที่สงครามยูเครนยังดำเนินต่อไป และแต่ละฝ่ายยังปรับท่าทีทางทหารของตน ความเสี่ยงจากการคำนวณผิดพลาดหรือการยกระดับความขัดแย้งโดยไม่ตั้งใจก็ยังคงเป็นหนึ่งในความกังวลหลักของความมั่นคงยุโรป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รองรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ รยาบคอฟ เตือนว่าความเสี่ยงการปะทะทางทหารโดยตรงระหว่างรัสเซียกับ NATO กำลังเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ “หายนะ” [1]
รองรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ รยาบคอฟ เตือนว่าความเสี่ยงการปะทะทางทหารโดยตรงระหว่างรัสเซียกับ NATO กำลังเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ “หายนะ” [1] ผู้นำกองทัพ NATO จาก 32 ประเทศประชุมที่กรุงบรัสเซลส์เพื่อหารือการเสริมการยับยั้ง การพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร และความร่วมมือกับยูเครนและสหภาพยุโรป [18][22][23]
สถานการณ์สะท้อนความตึงเครียดเชิงยุทธศาสตร์ในยุโรปจากสงครามยูเครน ขณะ NATO เตรียมวาระสำคัญก่อนการประชุมสุดยอดปี 2026 ที่อังการา