มีรายงานว่าสี จิ้นผิงบอกโดนัลด์ ทรัมป์ว่า วลาดิเมียร์ ปูตินอาจ “เสียใจในภายหลัง” ที่บุกยูเครน ซึ่งขัดกับท่าทีสาธารณะของจีนที่หลีกเลี่ยงการวิจารณ์รัสเซีย การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐที่ปักกิ่ง 14–15 พฤษภาคม ครอบคลุมประเด็นการค้า ไต้หวัน ยูเครน อิหร่าน เทคโนโลยี และเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ จีนรีบปฏิเสธรายงานด...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did reports that Xi Jinping privately told Donald Trump that Vladimir Putin may regret invading Ukraine complicate China’s public stance. Article summary: The report complicated Beijing’s position because Xi was said to have privately cast doubt on Putin’s invasion while China publicly avoids criticizing Russia and presents itself as neutral on Ukraine. Beijing denied the . Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "During last week's Beijing summit, Chinese President Xi Jinping told Donald Trump that Russian President Vladimir Putin might come to regret his 2022 invasion of Ukraine, according" source context "Xi told Trump Putin could come to regret the Ukraine war, FT reportes - Euromaidan Press" Reference image 2: visual
รายงานข่าวที่อ้างว่าประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง เคยบอกกับประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการส่วนตัวว่า วลาดิเมียร์ ปูตินอาจ “เสียใจในภายหลัง” ที่ตัดสินใจบุกยูเครน ได้สร้างกระแสความสนใจทางการทูตอย่างมาก เพราะดูเหมือนจะขัดกับจุดยืนสาธารณะของจีนที่ระมัดระวังอย่างยิ่งต่อสงครามครั้งนี้
ตลอดช่วงสงครามยูเครน ปักกิ่งพยายามหลีกเลี่ยงการประณามรัสเซียโดยตรง และมักนำเสนอตัวเองว่าเป็นฝ่ายที่สนับสนุนการเจรจาและสันติภาพ หากคำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็อาจสะท้อนมุมมองภายในที่ต่างจากท่าทีทางการของจีน เมื่อรายงานนี้เผยแพร่ออกมา จีนจึงรีบออกมาปฏิเสธทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะเกิดขึ้นก่อนที่ปูตินจะเดินทางเยือนปักกิ่งไม่นาน
สื่อรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่รับรู้การประเมินของฝ่ายสหรัฐเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดที่ปักกิ่งเมื่อ 14–15 พฤษภาคม ว่า สี จิ้นผิงได้บอกกับทรัมป์ระหว่างการหารือว่า ปูตินอาจจะเสียใจในอนาคตที่ตัดสินใจเปิดฉากการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ
หากเป็นความจริง คำพูดนี้จะถือว่าผิดปกติอย่างมาก เพราะผู้นำจีนแทบไม่เคยแสดงการวิจารณ์รัสเซียต่อสงครามยูเครนอย่างตรงไปตรงมาเลย จีนมักเน้นคำเรียกร้องให้หยุดยิง การเจรจา และการเคารพอธิปไตยของทุกประเทศ โดยหลีกเลี่ยงการกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ในบริบทที่จีนและรัสเซียประกาศความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิด แม้เพียงคำพูดเชิงตั้งคำถามต่อการตัดสินใจของมอสโก—แม้จะเป็นการพูดแบบส่วนตัว—ก็ถือว่ามีน้ำหนักทางการทูตอย่างมาก
การประชุมสุดยอดระหว่างสี จิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ที่ปักกิ่งมีเป้าหมายสำคัญคือ ลดความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก แม้จะยังมีประเด็นขัดแย้งหลายด้าน
ประเด็นหลักที่มีการหารือ ได้แก่
ทั้งสองฝ่ายพยายามนำเสนอการพบปะครั้งนี้ว่าเป็นความพยายามรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ แม้ยังมีความเห็นต่างด้านภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง
อย่างไรก็ตาม สรุปการประชุมของแต่ละฝ่ายเน้นคนละเรื่อง ฝั่งสหรัฐให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ การค้า และปัญหาสารตั้งต้นเฟนทานิล ขณะที่จีนเน้นความจำเป็นของความสัมพันธ์ที่มั่นคงและประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง
จีนออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าวอย่างชัดเจน
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่าข่าวนี้ “ไม่ตรงกับความเป็นจริง” และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริง
การปฏิเสธเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน เพราะในเวลาเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินกำลังเดินทางเยือนปักกิ่งเป็นเวลา 2 วัน เพื่อพบกับสี จิ้นผิง การปล่อยให้ข่าวดังกล่าวแพร่กระจายโดยไม่มีการชี้แจง อาจถูกตีความว่าเป็นการวิจารณ์พันธมิตรสำคัญอย่างรัสเซีย
กรณีนี้สะท้อนความท้าทายที่จีนต้องเผชิญในการวางตัวต่อสงครามยูเครน
หนึ่ง รักษาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับรัสเซีย
จีนและรัสเซียมีความร่วมมือใกล้ชิดทั้งด้านพลังงาน ความมั่นคง และการถ่วงดุลอิทธิพลของตะวันตก การวิจารณ์มอสโกอย่างเปิดเผยอาจกระทบความสัมพันธ์นี้
สอง คงช่องทางการสื่อสารกับสหรัฐ
ในเวลาเดียวกัน ปักกิ่งต้องการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์กับวอชิงตัน การประชุมระดับผู้นำเช่นการพบกันที่ปักกิ่งมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ลุกลามจนควบคุมไม่ได้
สาม สร้างภาพลักษณ์ “ตัวกลางที่เป็นกลาง”
จีนยังพยายามนำเสนอตัวเองในเวทีโลกว่าเป็นประเทศที่สามารถสนับสนุนการเจรจาสันติภาพในยูเครนได้ ภาพลักษณ์นี้จะยิ่งซับซ้อนขึ้น หากมีสัญญาณว่าผู้นำจีนมองการตัดสินใจของรัสเซียในแง่ลบ แม้จะเป็นเพียงการพูดคุยแบบส่วนตัว
คำพูดของสี จิ้นผิงตามรายงานดังกล่าว ยังไม่ได้รับการยืนยันจากบันทึกการประชุมหรือคำแถลงอย่างเป็นทางการ รายงานอ้างแหล่งข่าวที่รับรู้การประเมินของฝ่ายสหรัฐเท่านั้น และรัฐบาลจีนก็ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าทุกสัญญาณ—even เพียงข่าวลือเกี่ยวกับบทสนทนาภายใน—ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจสะท้อนทิศทางที่แท้จริงของจีนต่อสงครามยูเครนและสมดุลอำนาจโลกในปัจจุบัน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
มีรายงานว่าสี จิ้นผิงบอกโดนัลด์ ทรัมป์ว่า วลาดิเมียร์ ปูตินอาจ “เสียใจในภายหลัง” ที่บุกยูเครน ซึ่งขัดกับท่าทีสาธารณะของจีนที่หลีกเลี่ยงการวิจารณ์รัสเซีย
มีรายงานว่าสี จิ้นผิงบอกโดนัลด์ ทรัมป์ว่า วลาดิเมียร์ ปูตินอาจ “เสียใจในภายหลัง” ที่บุกยูเครน ซึ่งขัดกับท่าทีสาธารณะของจีนที่หลีกเลี่ยงการวิจารณ์รัสเซีย การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐที่ปักกิ่ง 14–15 พฤษภาคม ครอบคลุมประเด็นการค้า ไต้หวัน ยูเครน อิหร่าน เทคโนโลยี และเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์
จีนรีบปฏิเสธรายงานดังกล่าว ขณะที่ปูตินกำลังจะเดินทางเยือนปักกิ่ง สะท้อนความพยายามของปักกิ่งในการรักษาสมดุลระหว่างมอสโก วอชิงตัน และภาพลักษณ์ความเป็นกลาง