เนื่องจากชิปของ Nvidia ถูกใช้ในคลัสเตอร์ฝึกโมเดล AI จำนวนมากทั่วโลก ผลประกอบการของบริษัทจึงมักถูกมองเป็น ตัวชี้วัดการใช้จ่ายด้าน AI ของอุตสาหกรรมทั้งหมด หาก Nvidia เติบโตเกินคาด ตลาดก็มักตีความว่าเศรษฐกิจ AI ยังขยายตัวต่อ
ความเชื่อมั่นนี้จึงลามไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ AI รวมถึง SoftBank
อีกเหตุผลที่ตลาดตอบสนองแรงคือ SoftBank ได้ปรับยุทธศาสตร์บริษัทไปสู่ AI อย่างชัดเจน
Masayoshi Son ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SoftBank ได้เดินหน้ากลยุทธ์ลงทุน AI อย่างจริงจัง โดยมีรายงานว่าเขาวางแผนลงทุน หลายหมื่นล้านดอลลาร์ในบริษัทและพันธมิตรด้าน AI หลังจากการนำบริษัทออกแบบชิป Arm เข้าตลาดหุ้น
แนวคิดคือการสร้างการมีส่วนร่วมในหลายชั้นของระบบ AI ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์จนถึงแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน
องค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์นี้ ได้แก่
การผสมผสานนี้ทำให้ SoftBank มีการเปิดรับทั้ง ซอฟต์แวร์ AI (OpenAI) และ ระบบฮาร์ดแวร์ AI (Arm และพันธมิตรด้านเซมิคอนดักเตอร์)
การเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นเกือบ 17% สะท้อนสิ่งที่นักลงทุนเรียกว่า การประเมินมูลค่าแบบ “sum‑of‑the‑parts” หรือการรวมมูลค่าของทรัพย์สินแต่ละส่วนใหม่
นักลงทุนปรับมุมมองต่อ SoftBank พร้อมกันสามเรื่องสำคัญ
เมื่อปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ตลาดจึงปรับมูลค่าหุ้น SoftBank ขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเดียวกันที่ทำให้หุ้นพุ่งขึ้นก็สะท้อนความเสี่ยงด้วย
มูลค่าของ SoftBank ในปัจจุบันเชื่อมโยงอย่างมากกับการเติบโตของตลาด AI หาก OpenAI เข้าตลาดด้วยมูลค่าสูง และความต้องการฮาร์ดแวร์ AI ยังคงแข็งแกร่ง พอร์ตการลงทุนของ SoftBank อาจเพิ่มมูลค่าอย่างมาก
แต่หากการใช้จ่ายด้าน AI ชะลอตัว มูลค่าบริษัทเทคโนโลยีถูกปรับลด หรือการ IPO ของ OpenAI ล่าช้า ราคาหุ้นของ SoftBank ก็อาจผันผวนลงได้เช่นกัน
ในเวลานี้ ตลาดมอง SoftBank ว่าเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนที่สะท้อน การเติบโตของเศรษฐกิจ AI ได้ชัดเจนที่สุด เพราะเชื่อมโยงทั้งโมเดล AI โครงสร้างพื้นฐานเซมิคอนดักเตอร์ และเงินลงทุนระดับมหาศาลไว้ภายใต้บริษัทเดียว
Comments
0 comments