หลังการระดมทุนครั้งนี้ เงินทุนรวมของบริษัทเพิ่มเป็น €36 ล้าน ทำให้บริษัทมีทรัพยากรมากขึ้นสำหรับการขยายแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์และการเติบโตในตลาดโลก
แม้หลายบริษัทในวงการจะเน้นสร้างฮาร์ดแวร์ควอนตัม แต่ Algorithmiq เลือกโฟกัสที่ “ชั้นซอฟต์แวร์” ของระบบควอนตัมคอมพิวติ้ง
บริษัทพัฒนา อัลกอริทึมแบบ hybrid quantum‑classical ซึ่งผสานการประมวลผลระหว่างคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมกับเครื่องควอนตัม เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้แม้บนฮาร์ดแวร์ควอนตัมรุ่นปัจจุบัน
ตัวอย่างการใช้งานจริง ได้แก่
บริษัทเคยแสดงศักยภาพในภาคการแพทย์ โดย คว้ารางวัล Wellcome Leap มูลค่า 2 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 จากการสาธิตว่าควอนตัมคอมพิวติ้งสามารถช่วยจำลองการทำงานของยาที่ซับซ้อนได้ ซึ่งอาจเร่งกระบวนการค้นหายารักษามะเร็งในอนาคต
แม้ Algorithmiq จะก่อตั้งในฟินแลนด์ แต่บริษัทตัดสินใจตั้ง มิลานเป็นสำนักงานใหญ่ระดับโลก พร้อมยังคงมีการดำเนินงานสำคัญในฟินแลนด์ต่อไป
เหตุผลสำคัญของการย้ายครั้งนี้ ได้แก่
ในช่วงแรกของการแข่งขันควอนตัมคอมพิวติ้ง บริษัทและรัฐบาลทั่วโลกมักเน้นการแข่งขันด้าน ฮาร์ดแวร์ เช่น superconducting qubits, trapped ions หรือ photonic quantum systems
แต่ความจริงคือ ฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาโลกจริงได้ หากไม่มีซอฟต์แวร์และอัลกอริทึมที่ทำให้มันใช้งานได้
Algorithmiq จึงมุ่งสร้างสิ่งที่เรียกว่า “algorithmic layer” — ชั้นของซอฟต์แวร์ที่เชื่อมเครื่องควอนตัมเข้ากับการใช้งานจริงในอุตสาหกรรม
การตั้งฐานบริษัทในมิลานและการได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนยุโรป จึงสะท้อนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่า ยุโรปต้องการเป็นผู้นำในด้านซอฟต์แวร์ควอนตัมและการทำให้เทคโนโลยีนี้ใช้งานได้จริง ควบคู่กับความก้าวหน้าด้านฮาร์ดแวร์
การระดมทุนและการย้ายสำนักงานใหญ่ของ Algorithmiq รวมองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศ Deep Tech ที่แข็งแรงไว้ด้วยกัน ได้แก่
หากซอฟต์แวร์ของบริษัทสามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ควอนตัมต่าง ๆ ได้ตามเป้า ก็อาจช่วยเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ควอนตัมจากเครื่องทดลองในแล็บ ให้กลายเป็นเครื่องมือจริงสำหรับ การแพทย์ เคมี และวัสดุศาสตร์ ในอนาคต
กล่าวอีกมุมหนึ่ง การย้ายของ Algorithmiq ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเมืองสำนักงานใหญ่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของยุโรปในการผลักดัน ควอนตัมคอมพิวติ้งจากงานวิจัยสู่ธุรกิจจริง
Comments
0 comments